http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 04/11/2019
สถิติผู้เข้าชม7,838,068
Page Views9,806,106
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

ปักกิ่งหรรษา ตอน 6 พระราชวังโบราณอันยิ่งใหญ่

ปักกิ่งหรรษา ตอน 6 พระราชวังโบราณอันยิ่งใหญ่

ปักกิ่งหรรษา ตอน 6    พระราชวังโบราณอันยิ่งใหญ่
โดย อึ้งเข่งสุง                        

 

                  

            หลังอาหารเช้า ล้อหมุนตรงเวลาพอประมาณ พนักงานขับรถวนไปวนมา ไปทางไหนบ้างก็ไม่รู้จัก ไกด์พยายามอธิบายด้วยความตั้งใจ แต่ความสนใจดูจะมุ่งออกไปที่นอกหน้าต่างรถมากกว่า การได้เห็นสิ่งแวดล้อมทั่วๆ ไปของปักกิ่ง เกิดความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก มีทั้งตึกรามบ้านช่องสูงใหญ่แบบคอนโดมิเนียม และก็มีเป็นหย่อมๆ ที่เป็นบ้านทรงเตี้ยๆ ชั้นเดียว สีเทาทึมๆ คนถีบจักรยาน คนเดินๆ กันเร็วจัง
              “คุณโจวครับ  บ้านเป็นหลังชั้นเดียวเป็นบ้านของใครผมถามขึ้น

บ้านเหล่านั้นเป็นของรัฐบาล ที่ดินก็ของรัฐบาล ปลูกให้คนจนเช่าอยู่อาศัย ตั้งแต่โบราณกาลแล้วที่สามัญชนต้องปลูกบ้านชั้นเดียว ปลูกสูงกว่าวังไม่ได้ แล้วที่ต้องทาสีเทาก็เพราะว่าสีเหลืองสีแดงเป็นสีของกษัตริย์ สามัญชนทาไม่ได้ ปัจจุบันก็ยังมีแนวคิดเช่นนี้อยู่ แต่ว่ากำลังกลืนหายไปกับกระแสโลกาภิวัฒน์ คนที่มีฐานะดีจะขึ้นไปอยู่อาศัยบนห้องชุดสูงๆ และมีความพร้อมทุกประการคุณโจวเล่า

ต้นไม้สองข้างทางเขียวขจีดีจริงๆ ต้นอะไรหรือครับ” ผมถามอีกครั้ง

ต้นหยางซู้ ต้นอื่นๆ ก็มีสนสองใบ สนสามใบ แล้วก็สนห้าใบทุกคนในรถมองตาม กำแพงสีเขียวเหล่านี้ช่วยให้เมืองปักกิ่งมีสีสันสดชื่นขึ้น แผ่นดินที่แห้งผาก ลมเย็นหรือลมหนาวก็หนาวแบบแห้งๆ เป็นหนาวลมมากกว่าอย่างอื่น ต้นไม้เหล่านี้ช่วยกำบังลมพายุได้ไม่มากก็น้อย ฝุ่นทรายปะทะไว้บ้างก็ดีทั้งนั้น

รถจอดริมถนนให้ลงเดิน เป็นเขตพระราชวังโบราณ มีสระน้ำมุมต่างๆหลายสระ เป็นสระน้ำโบราณที่ถูกขุดพร้อมการวางผังวัง เตรียมพร้อมสำหรับน้ำดับเพลิง และใช้สอยทั่วไป กำแพงวังสวยสง่าอย่างในหนังจีน ประตูเมืองมองดูช่างยิ่งใหญ่อลังการเหลือเกิน ภายในพระราชวังจะขนาดไหน ผมรีบจ้ำตามคณะไปอย่างตื่นเต้น อาอี๊ตามหลังอีกตามเคย ส่วนน้องแนนคอยเกาะแขนพยุงอาม้าไปตลอด อีกแขนหนึ่งลูกชายแสนดีประคองคุณแม่ด้วยความรักใคร่ ทางที่เดินผ่านมีการตัดต้นไม้ลง

คุณโจว คนแก่เขาเก็บอะไรที่ต้นไม้ใส่ถุงครับ เขาเก็บไปทำอะไรผมถามอีกตามเคย

เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งชื่อ "แป๊ะก้วย" แล้วคนแก่เหล่านี้ว่าง ไม่ได้ทำอะไร ก็เลยมีเวลามาเก็บไว้ใช้ประโยชน์ ใบก็นำไปทำชาเขียวเก็บไว้ชงกินไกด์ตอบเสียยาว มือหนึ่งก็ถือธงเหลืองนำขบวน หยุดรอไกด์ซื้อตั๋วเข้าแล้วทุกคนก็เดินชักแถวเข้าไป พอพ้นประตูวังเข้าไปนิดเดียว พวกเรากลายเป็นผึ้งแตกรัง แยกกันไปยืนวางท่าถ่ายรูปมุมต่างๆ อย่างเมามัน

มาทางนี้เร็ว มุมนี้ถ่ายแล้วเห็นพระราชวังกว้างที่สุดผมตะโกนเรียกครอบครัว

ช่วยถ่ายให้ครอบครัวผมหน่อยครับผมร้องขอเพื่อนร่วมทัวร์ให้เป็นตากล้อง ผลัดกันไปผลัดกันมาอย่างนี้แหละ ทันใดไกด์ชูธงเหลืองแล้วทุกคนล้อมวงเข้าใกล้ๆ คุณโจวบรรยายสรุปเรื่องราวของพระราชวังโบราณกู่กงให้ฟัง

                         
                “พระราชวังโบราณกู้กงแห่งนี้ สร้างขึ้นในต้นศตวรรษที่ 15 ..1406-1420 จักรพรรดิหย่งเล่อ รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์หมิง ได้ทรงสร้างงานที่ถือกันว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมตราบเท่าทุกวันนี้ กลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทำให้ประเทศจีนมีชื่อเสียงระบือไกล ใครๆก็อยากจะมาท่องเที่ยวและชื่นชม เพราะว่าพระราชวังแห่งนี้ตั้งแต่สร้างมาก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางการปกครอง และเป็นที่ประทับของราชวงศ์หมิง ช่วงปี ค..1368-1644 และราชวงศ์ชิง(แมนจู) ช่วงปี ค..1644-1911 รวม 24 รัชกาล

ความยิ่งใหญ่ของพระราชวังใหญ่โตเพียงไหน ลองคิดตามดูนะครับ กว้างจากทิศเหนือถึงทิศใต้ 961 เมตร จากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก 753 เมตร ก็ประมาณ 720 ตร.กม. มีกำแพงวังสูง 10 เมตร แล้วก็มีคูน้ำล้อมรอบกว้าง 52 เมตร กำแพงวังใช้สีน้ำตาลแดงหรือถือกันอีกทีก็ว่าเป็นสีม่วง อันหมายถึงดาวเหนือ โดยมีดวงดาวรายล้อมเป็นบริวาร ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ  มีห้องจริงๆ นับได้ 8,706 ห้อง แต่มักกล่าวอ้างกันให้ดูฉิวเฉียดว่ามีห้องมากถึง 9,999 ห้อง เพื่อให้ดูเทียบเคียงกับสวรรค์แล้ว ที่นี่คือเทียมสวรรค์(ถือกันว่ามีหมื่นห้องบนสวรรค์)” คุณโจวเล่ายาว

พระราชวังโบราณนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกัน ทางทิศใต้เป็นพระราชวังชั้นนอก คือจุดที่เรายืนกันอยู่นี้ ส่วนนี้เป็นส่วนที่ใช้ว่าราชการของกษัตริย์ หรือทำพิธีการศึกและสงคราม หรือแม้แต่พระราชพิธีสำคัญๆ พระราชวังส่วนนี้ห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้ามาโดยเด็ดขาด ทุกท่านคงเห็นนะครับว่า บริเวณนี้มองดูแล้วเคร่งขรึมคล้ายๆมีวิญญาณอยู่ทีเดียว ทุกอย่างทะมึนทึน อลังการเหลือขนาดลูกทัวร์ฟังกันเพลิน

ส่วนที่เห็นไกลๆทางใต้โน่น เป็นประตูหวูเหมิน เป็นประตูรูปเกือกม้าสูง 35 เมตร มีช่องทางเข้า 5 ช่องทาง เป็นสะพานหินอ่อนสีขาว สะพานกลางจักรพรรค์และพระมเหสีใช้ข้ามเข้าช่องทาง พระประยูรญาติราชโอรสธิดาใช้ช่องด้านขวา ส่วนข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ใช้ช่องทางด้านซ้าย บนประตูครอบด้วยหอสูงที่สร้างด้วยไม้ 5 หอ บัลลังก์ที่ตั้งอยู่ในหอหลังกลาง จักรพรรดิใช้ประกาศชัยชนะข้าศึก ประกาศปฏิทินหลวงทางจันทรคติ และแม้แต่ประหารขุนนางชั้นผู้ใหญ่

ในขณะที่จักรพรรค์เสด็จจะมีการป่าวประกาศและตีกลองบอกกล่าวทุกครั้ง คล้ายๆในหนังจีนนั่นแหละ” คุณโจวเสริม

ทราบไหมครับว่า สะพานหินอ่อน 5 สะพาน นั้นหมายถึงอะไร มันมีความหมายว่า มีมนุษยธรรม ยุติธรรม ความเป็นผู้ดี มีการศึกษา และความซื่อสัตย์ ทุกอย่างมีความหมายและมีความศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือประเพณีโบราณที่เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งอันยาวนานในแผ่นดินจีน ซึ่งเป็นแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาลขนาดมีประชากรในปัจจุบันนี้ถึง 1,290 ล้านคน เฉพาะปักกิ่งมีขนาด 16,808 ตร.กม. ประชากรราวๆ 12 ล้านคน ภาษาที่ใช้เป็นทางการคือ ภาษาจีนกลางหรือ ผู่ทงฮว่า หรือแมนดารินดูเหมือนคุณโจวจะพูดด้วยความภาคภูมิใจไม่น้อย

จักรพรรดิหย่งเล่อใช้ช่างฝีมือและคนงานมากน้อยแค่ไหนครับในการสร้างพระราชวังแห่งนี้” คนหนึ่งถามขึ้น พระราชวังกู้กงนี้ได้ชื่อว่าเป็นวังต้องห้ามอีกนามหนึ่งด้วย
(The Forbidden City)” คนหนึ่งถามขึ้น

                                                       
                “ช่างฝีมือหนึ่งแสนคน และคนงานกว่าล้านคนคุณโจวเล่าต่ออีกเมื่อคณะเดินตามกันข้ามช่องห้าช่อง แต่ละส่วนมีความสวยงามไม่แพ้กัน มีบันไดมังกรที่ห้ามไม่ให้ใครสัมผัสได้เลย พอโผล่พ้นแต่ละวังก็ตื่นตาตื่นใจในความยิ่งใหญ่อลังการของพระราชวัง

ทางด้านตะวันออกของพระราชวังชั้นนอก เป็นหอสมุด (เหวิ่นฮว่าเตี้ยน) ที่เคยใช้เป็นที่ประทับขององค์มกุฎราชกุมารราชวงศ์หมิง แต่ถึงราชวงศ์ชิงกลับใช้เป็นหอวรรณคดีศึกษา (เหวิ่นหยวนเก๋อ) เคยมีเอกสารสมัยจักรพรรดิ์เฉียนหลงเก็บรักษาไว้มากถึง 3,450 ฉบับ หอนี้อยู่ตรงข้ามกับหอทหารหาญทางฝั่งตะวันตกของพระราชวังคุณโจวชี้มือนำทาง พวกเราตามหันไปดู

ถัดจากนี้ก็เป็นพระที่นั่งไท้เหอเตี้ยน ใช้เฉพาะพิธีการสำคัญๆ เช่นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เฉลิมพระชนมพรรษา และเฉลิมฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่ ตามระเบียงพระที่นั่งมีอ่างทองเหลืองขนาดใหญ่บรรจุน้ำเต็ม เพื่อใช้เป็นน้ำสำหรับดับเพลิง ต้องถือว่าระบบความปลอดภัยจากอัคคีภัย จักรพรรดิจีนให้ความสำคัญมาแต่โบราณกาลทีเดียวครับคุณโจวคุยให้ฟัง เดินกันไปจนถึงอีกส่วน

พระที่นั่งเปาเหอเตี้ยนใช้ในราชกิจการตรวจตราการปฏิบัติราชกิจ แต่ที่พระที่นั่งนี้แหละที่พระเจ้าคังซีเคยจัดฉลองวันเกิด 60 พรรษา ในปี ค..1713 เรียกงานนี้กันว่า งานฉลองผู้เฒ่าพันปี
                                     

พระราชฐานชั้นใน ขวางกั้นด้วยประตูเฉียนชิงเหมิน หรือเรียกว่า ประตูบริสุทธิ์สวรรค์ แล้วถึงพระที่นั่งเฉียนชิงกง ราชวงศ์ชิงนิยมใช้เป็นที่ทรงพระอักษร ที่สำคัญเป็นพระที่นั่งเจียวไท้เตียน แปลได้ความว่าประตูประสานฟ้าดิน เป็นที่ประทับของพระสนมเอก ที่ทรงโปรดปรานและไว้วางพระราชหฤทัย ถึงขนาดให้เป็นสถานที่เก็บรักษาตราแผ่นดิน หากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติเมื่อใด พระสนมเอกสามารถใช้ตราแผ่นดินประทับว่าราชการแทนได้ทันที

อย่างไรก็ดี ในเขตพระราชฐานชั้นในนี้ ห้ามขาดสำหรับบรรดาชายชาตรีทั้งปวงเว้นแต่องค์พระประมุขเท่านั้น นอกนั้นผู้ชายทุกคนต้องถูกตัดอวัยวะเพศชายออก กลายเป็นขันทีทั้งหมด เพราะว่าเขตนี้เป็นเขตพระสนมทั้งปวง การถวายงานของเหล่าสนมกรมในใช้พระราชฐานชั้นในนี้แหละ

คุณโจวครับ ผมเดินมาตลอดหลายพระราชฐานแล้ว ในอาคารทั้งหลายไม่เคยมีร่องรอยส้วมหรือห้องน้ำเลย ในยุคสมัยนั้นเขาชำระล้างหรือถ่ายทุกข์กันอย่างไรครับ  ผมอดข้องใจไม่ได้

ในพระราชวังไม่มีห้องน้ำเลย ห้องส้วมยิ่งไม่มีใหญ่ แต่เขามีฉากและอ่างน้ำพิเศษให้อาบ ส่วนการถ่ายทุกข์หนักเบา ใช้กระบะไม้มีทรายรอง ขันทีและนางสนมกรมในต้องคอยรอรับแล้วนำไปทิ้งไกลๆ ดังนั้นในวังจึงมีแต่อากาศบริสุทธิ์เสมอ ส้วมไม่มีวันเต็มครับ หลังสุดที่กำลังเดินออกไปเป็นสวนหลังวังครับ    ความยิ่งใหญ่อลังการสุดพรรณนาจริงๆ ไม่เชื่อก็ตามไปดูเองเถอะ สำหรับผมเหนื่อยแล้วครับ

 

 

Tags : china tour

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view