http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 26/04/2020
สถิติผู้เข้าชม8,593,861
Page Views10,648,862
« August 2020»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
 

ไปแอบดูช้างป่าที่สลักพระ มีดีอย่างไม่น่าเชื่อ

ไปแอบดูช้างป่าที่สลักพระ มีดีอย่างไม่น่าเชื่อ

ไปแอบดูช้างป่าที่สลักพระ มีดีอย่างไม่น่าเชื่อ

โดย ธงชัย เปาอินทร์ 
ภาพ-ปราณีต ตีระเกียรติพิศาล และสมคิด ดัดสี พนักงานพิทักษ์ป่าหน่วยทุ่งสลักพระ

 

          สลักพระเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย(31 ธ.ค.2508) นานนับได้ 42 ปี แห่งการอนุรักษ์พื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อให้เป็น บ้านของสัตว์ป่า ไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่าอดีตกาลนั้นที่นี่มีสัตว์ป่ามากน้อยเพียงใด  หากแต่วันนี้มีตัวเลขที่อ้างอิงได้เพียงว่า มีสัตว์ป่ามากกว่า 352 ชนิด บนพื้นที่ผืนป่าจำนวน 536,594 ไร่ กับคนทำงานที่เป็นข้าราชการเพียง 5 คน เหนื่อยครับ

                                  

                                                                     ถนนทางเข้าทุ่งสลักพระ
 
อดีตที่พ้นผ่านกับการเปลี่ยนแปลง


         
เมื่อ 31 ธ.ค. 2508 ประกาศอนุรักษ์พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 602,000 ไร่ ต่อมา 3 ก.พ.2515 มีการเพิกถอนสภาพเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อการเหมืองแร่ เหลือพื้นที่ 585,125 ไร่ และท้ายที่สุด 11 ส.ค.2520 เพิกถอนเพื่อการสร้างเขื่อนศรีนครินทร์และเป็นพื้นที่รองรับการอพยพชุมชนที่ถูกน้ำท่วม เหลือพื้นที่ปัจจุบันนี้ 536,594 ไร่

         ผืนป่าแห่งนี้มีรูปยาวจากเหนือลงใต้มีถนนสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์พาดผ่าน ริมถนนฝั่งขวามือจึงเป็นพื้นที่มีราษฎรเข้าไปบุกรุกอยู่อาศัยประปราย  ส่วนพื้นที่ฝั่งซ้ายมืออยู่ริมอ่างเก็บน้ำของเขื่อนท่าทุ่งนา  และเขื่อนศรีนครินทร์ เมื่อราษฎรอยู่อาศัยชายขอบจึงมีการปลูกพืชผลอาสินต่างๆมากมายหลายชนิด  พืชไร่ก็มี พืชสวนก็มี  ส่วนราษฎรก็อาศัยผืนป่าเข้าไปหาเก็บกินเห็ด ผัก หน่อไม้  แม้กระทั่งหินรูปแปลกๆ และตอไม้ก็แอบขุดเอาออกมาขาย  

      

                                               มุ่งหาแหล่งน้ำยามแล้ง
         
ส่วนผืนป่าอนุรักษ์แห่งนี้ทางราชการได้จัดตั้งหน่วยพิทักษ์สัตว์ป่า จากหัวหน้าถือกระดาษคำสั่งแผ่นเดียวไปปลูกเพิงหมาแหงน  ได้เพิ่มสำนักงานบ้านพักจนกระทั่งวันนี้มีถึง 13 หน่วย ล้อมรอบพื้นที่อย่างทั่วถึง  เพื่อปิดล้อมป่าดงดิบแล้ง 53,660 ไร่  ป่าเต็งรัง  160,987 ไร่ และป่าเบญจพรรณประเภทไม่มีไม้สัก 321,956 ไร่ ไว้เป็นหลังคาบ้านสัตว์ป่าและแหล่งอาหารที่สำคัญ  แม้ว่าป่าผืนนี้จะผ่านการทำไม้ตามเงื่อนไขสัมปทานมาแล้วก็ตามที แต่วันนี้ป่าได้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแล้ว

          ในเมื่อเป็นบ้านของสัตว์ป่า จึงต้องเล่าว่ามีสัตว์ป่าอยู่มากกว่า 352 ชนิด ซึ่งมีทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  สัตว์ประเภทมีปีกคือนก และสัตว์เลื้อยคลาน แต่ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็คือมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ได้แก่ ช้าง  กระทิง  วัวแดง  หมูป่า  กวาง  เก้ง  หมาใน ฯลฯ
         ที่น่าตื่นเต้นมากๆ ในพื้นที่กว่า
5 แสนไร่ มีโป่งดินเค็มอันเป็นยาบำรุงกำลังของสัตว์ป่ามากกว่า 100 โป่ง แต่ที่สำรวจและลงพิกัดแล้ว 45 โป่ง  พืชอาหารสัตว์ก็มีไผ่ป่า  ไผ่นวล  ไผ่บง  ไผ่รวก  ไผ่หูช้าง  กล้วยป่า  เป็นต้น 

                 

                                                 ดูดๆๆๆ ดื่มๆๆๆๆ

         
มีแม่น้ำสำคัญพาดผ่านจากเหนือลงใต้ได้แก่ ห้วยสะด่องไหลอ้อมทุ่งนามอญไปบรรจบกับห้วยห้วยสลักพระ รวมความยาวลำห้วย 26 กม.ไหลไปลงที่เขื่อนท่าทุ่งนา   ห้วยแม่ละมุ่นความยาว 20 กม.ไหลไปลงเขื่อนศรีนครินทร์ และ ห้วยลำอีซูความยาว 15 กม.ไหลไปลงสู่ห้วยลำตะเพินแล้วไปออกที่แม่น้ำแควใหญ่  รวมพื้นที่ทั้งผืน 858.55 ตร.กม. ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี 69.20 ล้านลูกบาศก์เมตร   ป่าผืนนี้มีน้ำไหลเพียงบางฤดูกาล

 

วันนี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระมีความสำคัญเพียงใด


        แต่เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง มีป่าดงดิบแล้งตามริมห้วย ดังนั้นในฤดูแล้งลำห้วยต่างๆจึงแห้งเหือด มีหลงเหลือเป็นหลุม เป็นลืบ และขังตามแก่งในท้องห้วยที่ลึกกว่าปกติ แหล่งน้ำในฤดูแล้งจึงเป็นขุมทรัพย์ของสัตว์ป่า  ในขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งขุมทรัพย์ของพรานป่าล่าสัตว์ที่รู้ว่า  สัตว์ป่านานาชนิดต้องลงมากินน้ำ เป็นไฟท์บังคับที่ไม่มีทางเลือกและทางเลี่ยง เพราะว่าความหิวโหยก็อาจตายได้

                     

                                  ธรรมชาติสอนให้รู้ว่าที่ไหนมีน้ำ     
         
          ส่วนพื้นที่ชายขอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีชาวบ้านเลี้ยงวัวไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ได้รับผลกระทบจากการที่ห้วยแห้ง จึงได้มีการขุดลอกสระน้ำขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำให้สัตว์เลี้ยง  แต่หนองน้ำใหม่นี้ได้กลายเป็นแหล่งที่ช้างและสัตว์ป่าพาเหรดกันออกมาร่วมผสมโรง  ซึ่งระหว่างสัตว์ป่ากับสัตว์เลี้ยงอาจเป็นโรคติดต่อได้จากน้ำบ่อเดียวกัน เช่นเกิดโรคเท้าเปื่อยและปากเปื่อยของสัตว์เลี้ยง ก็อาจจะติดเชื้อจากวัวบ้านสู่ช้างและสัตว์ป่าได้อย่างง่ายดาย

แค่นั้นยังไม่พอ ในฤดูแล้งพืชอาหารของสัตว์ป่าอาจลดลงไป ประจวบกับพืชผลของชาวบ้านเช่นมะม่วง  ขนุน  ฯลฯ  แก่จัดส่งกลิ่นหอมจรุงใจและยั่วน้ำลายช้างยิ่งนัก  ช้างจึงยกโขยงลงมากินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ทำให้ชาวบ้านโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ  และยิ่งโกรธมากขึ้นที่กินไม่กินเปล่าแต่ยังถอนต้นออกด้วย  แล้วเปิดตูดแน่บกลับไปนอนในป่าเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น

    ช้างกับคนจึงเป็นศรัตรูกันโดยปริยาย เศร้านะครับ
       วันนี้จึงต้องยอมรับว่า ทั้งแหล่งน้ำ  พืชอาหาร มีความสำคัญยิ่งยวดไม่แพ้โป่งดินเค็มที่ช้างและสัตว์ป่าจำเป็นต้องลงกิน  เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่สัตว์ป่าต้องไปกินและพรานป่าก็รู้เช่นกันว่าจะล่าได้ที่ไหน  สัตว์ป่าที่สลักพระโชคดีกว่าทุกแห่งในป่าอนุรักษ์ทั้งประเทศที่มีแหล่งดินเค็ม(โป่ง) มากมายกระจายกันทั่วไป นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้ช่วยสร้างโป่งเทียมเพิ่มขึ้นมาอีกหลายสิบโป่ง
 ยิ่งมากยิ่งดี

สรุปได้ว่า ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นอกจากเป็นพื้นที่รองรับน้ำฝนผืนใหญ่ให้กับเขื่อนท่าทุ่งนา และเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นค่ายพักแรมที่เพิ่มขีดความรักป่าและสัตว์ป่าได้อย่างกว้างขวาง สัมผัสได้ด้วยความรู้สึกเมื่อเข้าไปนอนพักค้างอ้างแรม เป็นศูนย์ศึกษาและวิจัยพืชและสัตว์ป่าได้อย่างดีเยี่ยม  เป็นแหล่งท่องไพรได้อย่างกว้างขวาง ได้เห็นช้างสักตัวก็ตื่นเต้นแล้ว  โดยเฉพาะพื้นที่ตอนเหนือของเขตมีน้ำตกที่ทุ่งนามอญ ว่ากันว่าสวยสูงและน้ำไหลเป็นทะเล 
     ที่นี่สามารถเปิดเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจเชิงอนุรักษ์ได้

             

                                                 สนุกเขาละครับ      

          จุดเด่นที่สุดของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มองด้วยแนวคิดการจัดการป่าอนุรักษ์ที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด(Wise Use) ที่นี่มีสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้าง  กระทิง  วัวแดง  เป็นปมเด่น  มีโป่งดินเค็มจากธรรมชาติและมนุษย์สร้างมากมายที่จูงใจให้สัตว์ป่าลงมาปรากฏตัวได้อย่างง่ายดาย  โดยเฉพาะในพื้นที่สองแห่งที่สมควรพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ทรงคุณค่า  นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้เห็นหรือสัมผัสถึงได้ง่ายที่สุด  

          ทุ่งนามอญ  เป็นบริเวณพื้นที่ที่โอบล้อมด้วยขุนเขาสูงชันรูปวงรี  มีที่ราบกลางล้อมเขานับหมื่นๆไร่ มีลำห้วยไหลผ่านและสานตัวกันเป็นน้ำตกที่ปลายรีด้านใต้  ทำให้เกิดเป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี สูงกว่า 100 เมตร ความหฤหรรษ์ที่จะสัมผัสมิใช่เพียงน้ำตก หากแต่เป็นการได้พักค้างกลางป่าลึกในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 700 เมตร  อยู่ห่างจากเส้นทางรถยนต์เดิมที่เข้าถึงเป็นจุดสุดท้าย 4-5 กม. ไม่ยากเกินกำลังที่จะเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

          นอกจากนั้นยังมีพรรณไม้ป่าดงดิบเช่น ยาง ตะเคียน ต้นใหญ่ๆโตๆมากมายให้ได้เห็นเป็นขวัญตา    ส่วนสัตว์ป่าก็มีช้าง  กระทิง และวัวแดงเป็นแรงจูงใจที่อยากจะนั่งห้างแอบดู  แต่จะอย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ว่าจะเปิดกว้างด้วยวิสัยทัศน์หรือจะคับแคบเพราะว่า กลัวคนรู้คนเห็น  หรือ ขี้เกียจ หรือ ขาดวิสัยทัศน์ หรือ มีเพียงจุดประสงค์อื่นๆ ที่แอบแฝง

          การจัดการที่สมควรทำคือ  ทำถนนเข้าออกให้สะดวกขึ้น  ไปให้ถึงน้ำตกได้เลยยิ่งดี  มีพื้นที่ให้กางเต็นท์พร้อมสุขา  ป้อมปราการที่เฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เพิ่มโป่งเทียมเพื่อล่อช้างมาให้แอบดูได้อย่างง่ายๆ  ด้วยบรรยากาศป่าเขาที่สูงระดับ 700 เมตรจากน้ำทะเลปานกลาง  ภูมิอากาศจึงค่อนข้างเย็นตลอดปี  ลบภาพเมืองกาญจนบุรีเมืองร้อนได้เลย

          ทุ่งสลักพระ  เป็นพื้นที่ราบลาดเนินที่กว้างใหญ่ไพศาลนับหลายหมื่นไร่  มีภูเขาสูงชันโอบล้อมตั้งแต่ทุ่งนามอญลงมาทางใต้ของพื้นที่  แต่ด้านใต้สุดเป็นช่องโหว่เหมือนเป็นประตูสู่ที่ราบนอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  จุดนี้คือประตูที่ช้างออกไปนอกเขตได้อย่างง่ายดาย ความเสี่ยงที่ล่อแหลมจึงเกิดขึ้นหากพบเจอพรานป่าใจร้าย

          ที่หน่วยพิทักษ์สัตว์ป่าสลักพระ มีลำห้วยไหลผ่านคือห้วยสะด่องและห้วยสลักพระ  มีน้ำไหลฤดูเดียวคือหน้าฝน  ส่วนหน้าหนาวยังพอมีน้ำเหลืออยู่  แต่ในยามฤดูแล้งน้ำแห้งขอดลำห้วย สัตว์ป่าที่กินดินเค็มมีความจำเป็นต้องกินน้ำ  การไล่ล่าหาแหล่งน้ำจึงเป็นไปตามความจำเป็นและสัญชาตญาณของสัตว์ป่า 
        จึงสมควรจัดการสร้างแหล่งน้ำไว้ให้กับเขาทั้งหลายอย่างพอเพียงและมีให้กินได้ตลอดเวลาที่ต้องการ และปลอดภัยจากโรคติดต่อจากสัตว์เลี้ยงอื่นๆ

         สิ่งที่ทำได้คือ ลอกห้วยหนองคลองบึงที่มีอยู่เดิม  กั้นลำห้วยด้วยเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดเล็ก(ไม้ไผ่มีเยอะ)  ขุดสระน้ำเก็บกักเพื่อให้สัตว์ป่าลงอาบและดื่มกินขนาดใหญ่โดยไม่ทำลายระบบนิเวศน์ หรือเบิกห้วยให้เป็นบึง  ส่วนประตูที่เป็นช่องว่างให้สัตว์ผ่านเข้าออกต้องปิดกั้นด้วยต้นสีเสียดแก่นหรือต้นระกำหนามแหลมและทนแล้ง เติบโตเร็ว จะะเป็นกำแพงสีเขียวที่ปิดประตูทางเข้าออกได้อย่างง่ายดาย 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ในฤดูกาลที่ผลไม้สุกงอม ความหอม ความอร่อยของมะม่วงและขนุนของชาวบ้าน  กระตุ้นให้ช้างติดรสชาติมาก  การสกัดกั้นต้องปลูกมะม่วงที่โตและตกผลเร็ว  ปฏิบัติการ เกลือจิ้มเกลือ  พื้นที่ที่จะปลูกมะม่วงต้องอยู่ไกลจากทางออกและอยู่ใกล้แหล่งหากินของช้าง เช่นมะม่วงทวายที่ออกลูกตลอดปี  มะม่วงแก้ว  มะม่วงป่า  มะม่วงอกร่อง  มะม่วงเขียวเสวย  มะม่วงน้ำดอกไม้  มะม่วงทองดำ  มะม่วงงาช้าง   มะม่วงไอ้ฮูก  เป็นต้น

การจัดการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสามารถพัฒนาได้ในกรอบที่ไม่ผิดกติกาการจัดการป่าอนุรักษ์สากล การท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จึงไม่ควรถูกปิดกั้นด้วยการอนุรักษ์หัวเอียงซ้าย ที่คับแคบและทำให้การจัดการป่าอนุรักษ์ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด  ที่ทุ่งสลักพระมีสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างและสัตว์ป่าลงกินดินโป่งมากมายทุกโป่ง  โอกาสที่นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นและสัมผัสด้วยสายตาตนเองจึงเย้ายวนกวนความรู้สึก อยาก  เป็นจุดขายได้เป็นอย่างดีเยี่ยม

ไม้ไผ่ป่าที่มีอยู่อย่างมากมายสุดคณานั้นถือว่าเป็นทรัพย์ต้นทุนที่หมุนเวียนได้   เป็นไม้ไผ่ที่มีหนามแหลมและเนื้อปล้องตันหรือเกือบตัน มีความแข็งแรงและทนทานได้หลายปี  ถ้าก่อนการนำมาใช้แช่น้ำสักระยะปลวกมอดก็จะไม่รบกวน  เพิ่มอายุการใช้งานนานขึ้น  ด้วยไม้ไผ่ป่านี่แหละที่สามารถนำมาก่อสร้างคูค่ายแบบค่ายบางระจัน แล้วสร้างเชิงเทินขึ้นไปเดินส่องกล้องดูได้โดยรอบ  ภายในค่ายกางเต็นท์นอนได้ด้วยความปลอดภัย  ภายนอกค่ายสร้างโป่งเทียมให้หนาแน่นมากขึ้น  หรือถ้าติดห้วยก็ลอกห้วยให้มีน้ำขังมากขึ้น  ค่ายเป็นเกราะป้องกันให้เกิดความปลอดภัยได้ชั้นหนึ่ง  เพราะช้างเดินกันเกลื่อนกล่นไปหมด เสียวไส้จริงๆ

อีกทางเลือกหนึ่งก็คือการสร้าง ห้าง ที่ไม่ใช่ห้างโลตัส  แต่เป็นห้างขัดแตะบนง่ามต้นไม้ป่าที่มีอยู่ทั่วไป  แล้วเปิดวิสัยทัศน์ให้เห็นได้เด่นชัด สามารถขึ้นห้างค้างคืนเฝ้าแอบดูได้  ถ้าทำให้พักแรมได้แบบบ้านทาร์ซานยิ่งดี การสร้างสรรค์จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการพัฒนาที่อิงธรรมชาติและ เก๋ ในความคิดประดิษฐ์ขึ้น  เรื่องอย่างนี้  ขึ้นอยู่กับความ  อยากของผู้บริหารทุกระดับ แต่กลับเป็น เสน่ห์ ของนักนิยมไพรหรือไม่ก็อ้างว่า ไม่อยากตบแต่ง ปล่อยธรรมชาติดีกว่า ดูอย่าง เนปาล  แอฟริกา เขาพัฒนาไปไกลด้วยความกลมกลืนและเน้นจุดขายที่ชาญฉลาด

                  

                             อิ่มแล้วก็กลับ(บ้าน)เข้าทุ่งสลักพระ

ปล.  ที่หน่วยพิทักษ์สัตว์ป่าทุกที่ทั่วประเทศไม่พร้อมที่จะรับนักท่องเที่ยว  การสร้างเพียงค่ายพักแรมจึงอาจไม่ปลอดภัย กลวิธีในการสร้างสรรค์จึงต้องถึงพร้อมทุกทิศทางอย่างลื่นไหล  สุขาต้องพอเพียงและสะอาดในขอบเขตที่กำหนด  คนทำงานมีอยู่ทุกแห่ง  งบประมาณบางส่วนที่ใช้ได้ก็มีทุกแห่ง  ผู้จัดการก็มีแล้ว การจัดการสัตว์ป่าหรือการจัดการป่าอนุรักษ์ก็มีอยู่  ที่ขาดแคลนมากคือ สมองและวิญญาณ    เฮ้อ
! เหนื่อย? 

ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระยิ่งเหนื่อยมากขึ้นไปอีกคือ มีข้าราชการ 5 คนที่ต้องเฝ้าระวังมากเกินกำลังถึงคนละ 107,318.8 ไร่  คนหนึ่งต้องคุมหน่วยพิทักษ์สัตว์ป่า 2-3 หน่วย  อย่างนี้ต้องผลักอัตรากำลังจากส่วนป้องกันและปราบปรามเข้ามาเพิ่มเพื่อปกป้องผืนป่าอนุรักษ์โดยตรง  ดีกว่าปล่อยไปไล่ล่าหาเหยื่อแบบไร้เขตจำกัด กำหนดกรอบการทำงานป้องกันให้กระชับ จะช่วยให้ป่ายังเขียวขจีต่อไปไหม? 

                  
                             พระอาทิตย์อัสดงเหนือทุ่งสลักพระ  
      

การเดินทางสะดวกๆ
 
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงสายลาดหลุมแก้ว-บางเลน-กำแพงแสน-พนมทวน-กาญจนบุรี-มุ่งไปทางเขื่อนศรีนครินทร์ หรือน้ำตกเอราวัณ แต่พอถึงกม.ที่ 10-11 ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อยู่ซ้ายมือเชิญแวะเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนครับ สอบถามรายละเอียดโทร.034-584032 

คำนิยม  พนักงานพิทักษ์ป่าทุ่งสลักพระ บันทึกภาพช้างและสัตว์ป่าไว้ด้วยความสนใจ เป็นคุณอนันต์แก่วงการนักอนุรักษ์อย่างยิ่ง ถ้าทุกหน่วยงานทำเช่นเดียวกันนี้ จะมีทั้งภาพและเรื่องราวของสัตว์ป่า พันธุ์พืช มากมายออกสู่สายตาประชาชน ขอขอบคุณและขอแสดงความนับถือ

Tags : Travel in nature

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด ธงชัย เปาอินทร์ โทร. 081-9416364

line อินทรีดำ ธงชัย โทร.081-9416364 

 
view