http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 26/04/2020
สถิติผู้เข้าชม8,593,947
Page Views10,648,948
« August 2020»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
 

เปิดฟ้าการท่องเที่ยวอุตรดิตถ์

เปิดฟ้าการท่องเที่ยวอุตรดิตถ์

เปิดฟ้าการท่องเที่ยวอุตรดิตถ์

 

          เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัด นายธวัชชัย ฟักอังกูร  จะเปิดฟ้าการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ปี 2552 เพื่อใช้การท่องเที่ยวช่วยชาติ จึงร่วมกับนายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย นายทรงศักดิ์ ศรีเคลือบ เชิญสื่อมวลชนทุกสาขามาเพียบ พร้อมนำชมและป้อนข้อมูลละเอียดยิบ ตั้งแต่การท่องทะเลสาบเหนือเขื่อนสิริกิติ์  อุทยานแห่งชาติ  ชมสวนโบราณลอยฟ้าที่ลับแล  วิถีชีวิตชาวลาวบ้านแก่ง และวัดสำคัญๆ ที่มีความสวยงาม โดดเด่น และเป็นพุทธสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
         เช่น วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ และวัดพระฝางซึ่งประดิษฐานพระประธานทรงเครื่องที่สวยที่สุดในประเทศไทย ย่างก้าวแรกที่เยือนถิ่นพระยาพิชัยดาบหักจึงไปสักการะท่านก่อนอื่นเป็นดีที่สุด ด้วยท่านเป็นเจ้าเมืองผู้รักษาแผ่นดินไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้อยู่อย่างสงบร่มเย็นมิช้านานมิใช่หรือ?



          
พระยาพิชัยดาบหัก                       ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายธวัชชัย ฟักอังกูร

           
แหล่งท่องเที่ยวแห่งแรก  ที่นำชมเป็นทะเลสาบเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ด้วยเรือใหญ่ปลอดภัยของ กฟผ. โดยสารได้ 100 คน เป็นเรือ 2 ชั้น รับลมเย็น อากาศบริสุทธิ์ และได้เห็นวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน   หาปลาซิวแก้วกลางทะเลสาบเวิ้งว้าง   วิวทิวทัศน์สวยงามยามอาทิตย์อัสดง และกลับมาพักค้างอ้างแรมบนเรือนแพน่านอน ตื่นขึ้นมายามเช้าแต่คณะสื่อพวกเราไม่อยากกลับเอาเสียเลย


              


              


              


              


            
แหล่งท่องเที่ยวลำดับที่สอง
 พอตะวันโด่งหลังอาหารเช้า คณะถูกนำพาไปยังต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก ขนาด 9-10 คนโอบ พื้นที่โดยรอบเป็นป่าเบญจพรรณประเภทมีไม้สัก สองฟากทางเข้าจึงมีป่าไม้สักทั่วไป ถ้าถามว่าทำไมสักใหญ่ต้นนี้จึงรอดคมเลื่อยมาได้ ต้องตอบว่า อาจจะเพราะว่า ต้นไม้ใหญ่ๆมักจะมีผีสางนางไม้สิงสถิตอยู่ก็ได้ จึงมีคนเกรงขามอำนาจลึกลับที่ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

    
            
หัวหน้าอุทยานแห่งชาตคลองตรอนและวนอุทยานต้นสักใหญ่

             แต่ถ้าตอบอย่างวิทยาศาสตร์ต้องบอกว่า เพราะว่าสักใหญ่ต้นนี้มันเป็นโพรง ไม่มีเนื้อไม้อยู่ภายใน จึงทำเป็นสินค้าไม่ได้  บริษัทอีสเอเชียติก จำกัด ผู้รับสัมปทานทำไม้สักป่านี้ก็เลยเว้นไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ.2470  ปีพ.ศ.2496-2497 วัดความโตได้ 948 ซม.

              ปีพ.ศ.2511 ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายเวทย์ นิจถาวร เสนอตั้งเป็นวนอุทยานแห่งชาติสักใหญ่ พื้นที่ 1,000 ไร่ ปัจจุบันขยายพื้นที่เป็น 22,000 ไร่ ประเมินด้วยหลักวิชาการป่าไม้ อายุอยู่ที่กว่า  1,500 ปี ความสูงสุดยอด 47 เมตร แต่ต่อมาพายุพัดหักเหลือเพียง 38.5 เมตร     ความโต พ.ศ.2551 วัดได้1,015 ซม. มันโตขึ้นๆ ด้วยโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ดูรูปประกอบนะครับ  ความใหญ่โตขนาดนี้บอกเราว่า ลักษณะประจำพันธุ์ไม้สักมีขีดความสามารถที่จะโตได้ถึงเพียงนี้


   
                               ตกเหล็กน้ำพี้                                  อภินิหาริย์                                        

            
 แหล่งท่องเที่ยวที่สาม
บ่อเหล็กน้ำพี้ วิ่งรถยนต์ต่อจากวนอุทยานต้นสักใหญ่อีกเพียง 50 กม. จะถึงอำเภอทองแสนขันเข้าไปบ่อเหล็กน้ำพี้ พบพิพิธภัณฑ์แสดงการขุด การถลุง การตีมีด จากเหล็กที่ขุดได้ มีเรื่องราวน่าสนใจมาก ไม่เชื่อก็ควรฟังไว้ก่อน แต่ภาพที่ติดไว้ให้เห็นอัศจรรย์ไหม?

               ปีพ.ศ.2535 นส.ดวงดาว เนียมท่าเสา นักเรียน รร.บ่อทองวิทยา ชั้น มศ.2 ถ่ายภาพบ่อเหล็กเพื่อทำรายงานกับเพื่อนสองคน ไปล้างรูปพบว่ามีภาพชายคนหนึ่งนั่งตีเหล็กอยู่ นางอ้อย ลอยทอง บ้านน้ำพี้เดียวกันประทับร่างทรงเกี่ยวกับภาพที่ปรากฏจึงเชื่อกันว่าเป็นเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้แสดงปาฏิหาริย์

                ที่นี่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมและตกเบ็ดเหล็กน้ำพี้กันมาก ขากลับซื้อลูกประคำ พระพุทธรูป ฯลฯ ที่ทำจากเหล็กน้ำพี้กลับไปเป็นของที่ระลึก ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวเข้ามาช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ยาวๆ เจ้าพ่อบ่อเห,กน้ำพี้ช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนแห่งนี้เฟื่องฟูมาโดยตลอด

                 แน่นอนเลยครับว่า เที่ยวแค่วนอุทยานต้นสักใหญ่กับบ่อเหล็กน้ำพี้ก็คงเหนื่อย อยากพักผ่อนนอนกันแล้ว รับประทานอาหารมื้อค่ำแล้วขึ้นไปพักผ่อนในโรงแรม รีสอร์ท เลือกได้เลยครับราคามิตรภาพ ถูกทั้งอาหารและที่พัก ถูกกว่าที่พิษณุโลกแน่นอน ที่นี่เขาร่วมใจกันสู้วิกฤติเศรษฐกิจด้วยการลดแหลกแจกแถม

      
                 
                                    
พระบรมธาตุทุ่งยั้ง

            
แหล่งท่องเที่ยวที่สี่ 
คณะสื่อมวลชนกว่า 40 ชีวิต ไปกราบไหว้และบันทึกภาพความสวยงามของโบราณสถานสำคัญอันได้แก่ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง มีชื่อเดิมว่าวัดมหาธาตุ มีวิหารแบบล้านนาอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังวิหารเป็นเจดีย์ทรงลังกาทรงกลม ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม 3 ชั้น ฐานล่างมีเจดีย์บริวารองค์เล็กๆ 4 มุม ฐานชั้นสามมีซุ้มคูหา 4 ด้าน

            วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ภาพที่บันทึกได้ก็อย่างที่เห็นๆ กันในรูปนี้แหละครับ นอกจากนี้ที่วัดนี้ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านให้ชมได้อย่างน่าสนใจอย่างยิ่งทีเดียว  ดูจากสองวัดดังกล่าวแล้ว  เป็นคำตอบได้อย่างดีว่า พระพุทธศาสนาไม่มีวันเสื่อม พุทธสถานเหล่านี้จึงได้รับการบูรณ

ปฏิสังขรณ์อย่างยิ่งใหญ่อลังการ  พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลมา
เป็นระยะๆ เพื่อสักการบูชา

      
                   วัดพระแท่นศิลาอาสน์                                        ทศกัณฑ์   
       
 
           แหล่งท่องเที่ยวที่ห้า
รถตู้ของคณะจอดที่เทศบาลลับแล แล้วชาวสวนโบราณลอยฟ้าต่างก็ขับรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อของตนเองมารับเพื่อนำชมด้วยความเต็มใจและภาคภูมิใจ เสียงเล่าจากแต่ละเจ้าของสวนล้วนแต่บอกว่า เป็นสวนผลไม้ที่ปู่ย่าตาทวดทำเอาไว้บนเขาสูงระดับ 650 กม.มานานแสนนาน บ้านที่อยู่อาศัยตั้งบนที่ราบเชิงดอย แวดล้อมด้วยนาข้าว ผักสวนครัว  ที่กล่าวว่าเป็นสวนโบราณลอยฟ้าไม่เกินจริง ถนนที่รถยนต์ไต่ไปมาตามความคดเคี้ยวของเทือกเขานั้น วิ่งอยู่บนสันปันน้ำที่กั้นระหว่างจังหวัดอุตรดิตถ์กับจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดแพร่ ทั้งสูงทั้งเสียว 

       
      
                        สวนผลไม้โบราณลอยฟ้า 

            
มุมมองบนถนนลอยฟ้ากว้างไกลสุดสายตา มองได้ทั้งสองฝั่ง มีจุดชมวิวจุดหนึ่งมองได้รอบถึง 5 จังหวัด มหัศจรรย์ไหม ? ฤดูกาลที่น่าสนใจมาท่องเที่ยวคงจะไม่พ้นช่วงกลางเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม-กันยายน เพราะว่าทุเรียนหลงลับแลสุกพอดี ถ้ามาถูกจังหวะจะได้เห็นการลำเลียงผลทุเรียนจากยอดดอยลงกระเช้าลอยฟ้ามาตามสลิง

              อันว่าทุเรียนพันธุ์ฮิตติดตลาดติดลิ้นหลงลับแลนี้ เขาตั้งชื่อตามเจ้าของต้นพันธุ์ดั้งเดิม นางหลง อุประ บ้านนาปอย ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ที่ปลูกทุเรียนด้วยเมล็ดแต่กลับผ่าเหล่าได้พันธุ์ดีลูกกลมเล็ก กลิ่นหอม เนื้อละเอียด สีเหลืองจัด รสชาติหอมหวานมัน กลิ่นอ่อน เมล็ดลีบ อายุผล 105-+110 วัน นับตั้งแต่ดอกบานจนถึงผลแก่  

           
                                   ศาลาหยุดชิมผลไม้


              
ไม่ใช่มีเพียงทุเรียนหลงลับแลนะคร๊าบ แต่ยังมีทุเรียนพันธุ์หลินลับแล ตั้งชื่อตามเจ้าของต้นพันธุ์ดั้งเดิมที่ปลูกจากเมล็ดแล้วกลายพันธุ์มาเป็นทุเรียนหลินลับแล คือนายหลิน ปัดลาด บ้านผามูบ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ต้นพันธุ์ของนายหลินนี่ปลูกด้วยเมล็ดมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2493  ซึ่งเมื่อกลายพันธุ์แล้วมีลักษณะ ผลยาวใหญ่กว่า แต่รสชาติเนียนพอๆ กัน ผลขนาดเล็ก น้ำหนักผล 1.1-1.8 กก. รูปผลทรงกระบอก ฐานผลเว้าลึก ปลายผลตัด ก้านผลเล็ก เนื้อผลละเอียดมาก สีเหลืองอ่อน รสชาติหวานมัน กลิ่นอ่อนมาก เมล็ดลีบ อายุเก็บเกี่ยว 110-115 วัน 

           

                              หลง-หลิน ทุเรียนดัง คนชิมมีความสุข

             
อดีต ทุเรียนอุตรดิตถ์ผลเล็กๆ กลิ่นแรงๆ เลิกเลย หามากินไม่ได้อีกแล้ว     ที่นี่เขาพัฒนาไปไกลแสนไกลด้วยความสามารถของพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์     อากาศที่เย็นฉ่ำ การบำรุงรักษาตามธรรมชาติปลอดสารเคมีและน้ำยาเร่งทุกชนิด (ยกเว้นช่วงติดดอกฉีดยาป้องกันโรคแมลงอยู่บ้าง หลังจากนั้นไม่มีอีกเลย) พละกำลังกายและกำลังใจของเกษตรกรชาวสวนอย่างแท้จริง น่าชื่นชม น่าเรียนรู้ และน่าเอาเยี่ยงอย่าง

              ชวนไปเที่ยว ไปกินทุเรียน ไปแล้วไม่แนะนำการดูทุเรียนแก่ว่าดูอย่างไรก็เกินไป คำแนะนำจากชาวสวนว่า ให้ดูปากปลิง  แก่จัดจะพองโตเห็นรอยเด่นชัด    ดูที่หนาม ปลายหนามจะออกสีน้ำตาลเข้ม หนามจะแข็งไม่มีสปริง  บีบที่ปลายหนามเข้าหากัน จะมีลักษณะเหมือนมีสปริง  ดูที่ก้านผล จะแข็งเป็นสปริงแม้จะเก็บไว้นาน

              ดูสีผลก็ได้ มองจากด้านบน จะเห็นหนามสีคล้ำ แต่ผลจะมีนวลตัดกันจะจะ  ดูที่ร่องพูสีน้ำตาลปนเหลืองละก้อใช่เลย แก่จัด เคาะเปลือกหรือกรีดหนาม จะมีเสียงดังโพรกๆ ไม่ทึบ  ตัดขั้วชิมปลิงที่มีน้ำใสๆ ซึมออกมา รสหวานก็แก่ได้ที่ แต่ถ้าอ่อนจะมีแต่น้ำข้นๆ รสฝาด สุดท้ายก็ดมกลิ่นหากมีกลิ่นหอมโชยมาแต่ไกลก็ใช่เลยทุเรียนแก่แน่นอน 

              แต่ไม่ว่าจะโดยวิธีไหน ก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เจ้าของทุเรียนต้นไหนเป็นแม่หม้ายเมืองลับแล

               อย่างว่าละครับ โม้มาตั้งนาน เชิญชวนไปเที่ยวชมชิมทุเรียนจากสวนโบราณกันแล้วก็เลยอยากจะเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยวอีกสักฤดูหนึ่ง นั่นคือในช่วงฤดูหนาว( ตค.-กพ.แม้เวลาจะเลื่อนเลยไปถึงเมษายน ก็ยังเย็นกว่าที่ไหนๆ ก็แล้วกัน) อากาศบนสวนทุเรียนลอยฟ้าเย็นจัด ลมพัดแรง หนาวเหน็บเจ็บกระดูกก็ว่าได้ สำหรับหนุ่มเหน้าสาวสวยผู้รักธรรมชาติ แต่ไม่นิยมไต่ระดับด้วยลำแข้ง หรือครอบครัวนักเที่ยว เตรียมเต็นท์นอนขนาดครอบครัว หรือขนาดสองคนไปด้วยเลย  
              
ชาวสวนเขามีห้องสุขาและพื้นที่ไว้รองรับ อาหารหากินตามประสาพื้นบ้าน ถ้ากินยากแต่นอนง่ายก็คงไม่เท่าไร ซื้อจากตลาดข้างล่างขึ้นไปได้ เตาแก๊สปี๊กนิค เครื่องนุ่งห่มและผ้าห่มกันหนาว ไฟฉาย ตะเกียงแก๊สพร้อมสรรพ ข้อดี ที่นี่ปลอด"ทาก" ครับ
               รถยนต์ต้องแข็งแรงหน่อย บางช่วงที่ต่างระดับความลาดชันจำเป็นทีเดียว อย่างไรก็ตาม หากติดต่อประสานการท่องเที่ยวไว้ดี มีรถยนต์เจ้าของสวนนำเที่ยวเลย

               งานเทศกาลวันทุเรียนและผลไม้ลับแล 16-19 กค. 2552 ณ ศูนย์ OTOP เทศบาลตำบลหัวดง นะจ๊ะ อย่าลืม

               การเดินทาง 

1.  รถยนต์  กรุงเทพ-อยุธยา-สิงห์บุรี-นครสวรรค์-พิษณุโลก ประมาณ 369 กม. จากพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ประมาณ 122 กม. ป้ายบอกทางชัดเจน รวมระยะทางกทม-อต. 491 กม.  หรือจะวิ่งเส้น กรุงเทพ-อินทร์บุรี-ถนนสาย 11 ไปวังทอง แยกไปอุตรดิตถ์ ก็ได้

2.  รถไฟ      หัวลำโพง-อุตรดิตถ์ มีรถไฟทุกวัน โทร. 1690, 02-621-8701, 02-223-7020 หรือ www.railway.co.th

 3.  รถโดยสารประจำทาง  หมอชิต-อุตรดิตถ์ทุกวันโทร.02-936-3660, 02-936-2852-6 หรือ www.transport.co.th

               การเดินทางจากอุตรดิตถ์ไปยังแหล่งท่องเที่ยว ดังนี้คือ

1.     อ.เมือง-เขื่อนสิริกิติ์ (1045) ระยะทาง 58 กม.

2.     เขื่อนสิริกิติ์-วนอุทยานต้นสักใหญ่ ระยะทาง 34 กม.

3.     วนอุทยานต้นสักใหญ่-บ่อเหล็กน้ำพี้ ระยะทาง 50 กม.หรือจากอ.เมือง-บ่อเหล็กน้ำพี้ 42กม

4.     อ.เมือง-วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ระยะทาง  8 กม. และถึงวัดพระแท่นศิลาอาสน์  อีก 2 กม.

5.     อ.ลับแลวนรอบเส้นทางชมสวนโบราณลอยฟ้า ระยะทาง 45 กม. ฤดูฝนไม่ควรเที่ยว และต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อจึงจะปลอดภัยไร้กังวล       

               โรงแรม รีสอร์ท อุทยานแห่งชาติ โฮมสเตย์ มีให้เลือกอย่างจุใจ คิดอะไรไม่ออกบอกผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านธวัชชัย ฟักอังกูร ได้เลย ท่านรับว่าจะตั้งเบอร์บริการรับประสานงานให้เลย

1.  เขื่อนสิริกิติ์   โทร.055-461-140 ต่อ 2500-5  หรือ 081-886-9282 เปิดทุกวัน  เวลาราชการ

2.  ปชส.จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร. 055-412-729 

3.  สำนักงานจังหวัดอุตรดิตถ์(หน้าห้องผู้ว่า) โทร.055-411-003 หรือ www.uttaradit.go.th

4.  ฟรายเดย์ โทร. 055-440-292-300

5.  ไอยรา ฮอลิเดย์ ทัวร์ โทร.055442-688

6.  ไทยธนา รีสอร์ท โทร.055-443-222

7.  บริษัท ฟูจิ ทัวร์  กรุงเทพฯ โทร. 02-918-6067-8} 02-540-2971-2  www.fujitours.co.th} E-mail: thai_fujitours@yahoo.com

    8.  แพฟ้าไทย เรือนแพริมน้ำน่านหน้าเมืองพิษณุโลก หยุดๆๆ พักเที่ยงกับอาหารอร่อยๆ             

         

Tags : travel in uttaradit

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด ธงชัย เปาอินทร์ โทร. 081-9416364

line อินทรีดำ ธงชัย โทร.081-9416364 

 
view