http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 04/11/2019
สถิติผู้เข้าชม7,842,587
Page Views9,819,249
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

เอาวิธีการถูกไปรับใช้หลักการผิด โดย จำลอง บุญสอง

เอาวิธีการถูกไปรับใช้หลักการผิด โดย จำลอง บุญสอง

อาวิธีการถูกไปรับใช้หลักการผิด 

โดย จำลอง บุญสอง

อดีต นักเขียน พินิจการเมือง นสพ.โพสท์ทูเดย์ รายวัน 


“รัฐบาลเฉพาะกาล” หรือ “Provisional Government” เป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามหลักวิชารัฐศาสตร์ ที่จัดตั้งโดยอาศัย “หลักกฎหมาย” สูงสุด (Supreme Law) คือ “ความมั่นคงของชาติ” “หน้าที่” ของรัฐบาลเฉพาะกาลก็คือใช้เพื่อ “เปลี่ยนผ่านการปกครอง” ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านการปกครองแบบเผด็จการไปสู่การปกครองแบบประชาธิปไตย (การปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน) ตาม “ลัทธินายทุน” หรือจะเปลี่ยนผ่านการปกครองแบบเผด็จการไปสู่การปกครองแบบคอมมิวนิสต์ตาม “ลัทธิกรรมกร” ก็ตาม 

ทุกๆครั้งที่เผด็จการพวกหนึ่งโค่นล้มเผด็จการอีกพวกหนึ่งลง เผด็จการคณะใหม่ก็มักจะหาทาง “ผ่อนคลาย” “แรงกดดัน” ฝ่ายตรงข้าม (ตบหัวแล้วลูบหลัง) ด้วยการตั้ง“รัฐบาลรักษาการ” “Caretaker Government” ขึ้น แล้วประโคมข่าวว่า “รัฐบาลรักษาการ” จะมาอำนวยการร่างรัฐธรรมนูญใหม่บ้าง ร่างกฎกติกาการเลือกตั้งใหม่บ้าง จะปฏิรูปการเมืองบ้าง ฯลฯ  

มาตรการดังกล่าว ดูเหมือนว่าจะ “ดูดี” แต่ก็เป็น “ดีหลอก” เพราะรัฐบาล Caretaker Government เป็นเพียง “เครื่องมือทางยุทธวิธี” เพื่อแก้ปัญหาให้กับ “ผู้ปกครอง” แต่ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการ “สร้างประชาธิปไตย” เพื่อแก้ปัญหาให้กับ “ผู้ถูกปกครอง”   

และทุกครั้งที่เผด็จการใช้วิธีการดังกล่าวมาหลอกประชาชน “ฝ่ายประชาธิปไตย แนวทางสันติ” ก็จะออกเอกสาร ทั้ง “ทักท้วง” และ “เสนอแนะ” ให้เผด็จการที่กำลัง “ทำผิด” ได้ “ทำถูก” ใช้อำนาจรัฐที่ได้จากการรัฐประหาร (Coup de’tat) มาเป็น Revolution สร้างประชาธิปไตยเพื่อแก้ “เหตุแห่งทุกข์ของชาติ” ด้วยการ “รัฐบาลเฉพาะกาล” (Provisional Government) “เปลี่ยนผ่านการปกครอง” จาก “การปกครองแบบเผด็จการ” มาเป็น “การปกครองแบบประชาธิปไตย” ทั้งนี้ด้วยเตือนรัฐบาลเผด็จการคณะใหม่ให้ “ทำถูก” ทั้ง “หลักการ” และ “วิธีการ” เพื่อสร้างความไพบูลย์ให้กับชาติบ้านเมือง เผด็จการคณะนั้นๆจะได้ไม่ต้องถูก “กงล้อประวัติศาสตร์” “บดขยี้”  

แต่ทุกครั้งที่ฝ่ายประชาธิปไตย ตักเตือนด้วยความหวังดี นอกจากเผด็จการจะไม่ใส่ใจแล้ว พวกเขายังคงดำเนินระบอบเผด็จการมาสร้างปัญหาให้กับชาติ-ประชาชนเพิ่มขึ้นมาอีก โดยเขาเหล่านั้นหารู้ไม่ว่า พวกเขากำลัง 

ขุดหลุมฝังศพตัวเอง! 


คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบอบเผด็จการระบบรัฐสภาเดียวกับคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่สังกัดขบวนการเหลือง (คุณยิ่งลักษณ์สังกัดขบวนการแดง)  

ขบวนการแดงเอา “การเลือกตั้ง” มาเป็นเครื่องมือในการให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ส่วนขบวนการเหลือง เล่นสองทาง คือเดินแนวทางเลือกตั้งแต่ถ้าแพ้ก็ไปกวักมือเรียกให้ทหารออกมาทำการรัฐประหาร โดยก่อนหน้านั้นก็จะใช้ “ตุลาการภิวัฒน์” ใช้ “การ Uprising” มาเป็น “สะพาน” ทางยุทธวิธีก่อน 

แต่อย่างไรก็ดี..ไม่ว่าฝ่ายใดจะแพ้หรือชนะ อำนาจอธิปไตยในบ้านเราก็ตกอยู่ในมือของ “คนส่วนน้อย” นกกระสาในนิทานอีสปอยู่ดี แม้สงครามเหลืองVSแดงที่ดำรงอยู่ จะมีมวลชนปฏิวัติหนุนช่วยอยู่ด้วยทั้งสองฝ่ายก็ตามก็ไม่ได้หมายความว่าการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจะนำมาซึ่งการปฏิวัติประชาธิปไตยแต่อย่างใด เพราะมวลชน (ปฏิวัติ) ถูกนำโดยฝ่ายปฏิกิริยา การนำโดยฝ่ายปฏิกิริยาจึงทำให้สงครามเหลืองแดง เป็นเพียงแค่สงครามระหว่าง “เผด็จการกับเผด็จการ” เท่านั้น (มวลชนปฏิวัตินี่แหละที่ “ดันหลัง” ให้เผด็จการเหลืองกับเผด็จการแดง “ลงจากเวทีไม่ได้”) 


ไม่นานมานี้คุณอภิสิทธิ์หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขบวนเผด็จการเหลือง ออกมาเดินสาย พบปะผู้คน เพื่อเสนอให้ตั้ง “รัฐบาล” ที่ “ทั้งสองฝ่าย” ยอมรับ มา “จัดการเลือกตั้ง” โดยคุณอภิสิทธิ์เรียกรัฐบาลที่ทั้งคู่ยอมรับได้ว่าเป็น “รัฐบาลเฉพาะกาล”  

แต่รัฐบาลเฉพาะกาลที่คุณอภิสิทธิ์เสนอ ไม่ใช่รัฐบาลเฉพาะกาลตามความหมายที่ฝ่ายประชาธิปไตยได้นำเสนอ เพราะไม่มีข้อใดที่ระบุว่าให้ใช้รับบาลดังกล่าวไปเพื่อการ “เปลี่ยนผ่านการปกครอง” จากการปกครองแบบเผด็จการมาสู่การปกครองแบบประชาธิปไตย รัฐบาลเฉพาะกาลในความหมายของคุณอภิสิทธิ์เป็นเพียง “รัฐบาลรักษาการ” (Caretaker Government) ทำหน้าที่มา “อำนวยการ” ให้มีจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ได้มาซึ่ง “ระบอบเผด็จการ ระบบรัฐสภา” (เหล้าเก่าในขวดใหม่) ที่มีเหลือง-แดงเป็นองค์ประกอบหลักนั่นเอง 

ฝ่ายประชาธิปไตยแนวทางสันติ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจใน Concept ของคำ เพื่อที่จะได้นำมาซึ่งการแก้ไขปัญหากันอย่างไม่สับสน อย่าได้ “บิดเบือน” Concept ของคำ มารับใช้แนวทางเผด็จการของตน เพื่อตนอีกเลย มีแต่การเคารพในหลักวิชา บนจุดยืนประชาชน เพื่อสร้างประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหาชาติได้  

ขอเรียนต่อทั้งเหลืองและแดงว่า..คำว่า “ชาติ” นั้นไม่เพียงแต่จะประกอบไปด้วย “ผู้ปกครองเหลือง-แดง ที่เป็นนายทุนและชนชั้นสูงที่สู้กันอยู่ในขณะนี้เท่านั้น แต่คำว่าชาตินั้นยังหมายถึง “ผู้ถูกปกครอง” อีกหลายๆกลุ่มผลประโยชน์ ที่ถูกพวกท่านเอารัดเอาเปรียบอีกมากมายนัก การช่วงชิงอำนาจรัฐของผู้ปกครองเหลืองแดงบนกองทุกข์ของพวกเรา ได้สร้างความพินาศฉิบหายให้กับบ้านเมืองมากเกินพอแล้ว อย่าได้ “แท้คติค” ต่างๆ มาช่วงชิงอำนาจรัฐกันอีกต่อไปเลย หันมาใช้ “วิธีการถูก” เพื่อให้บรรลุ “หลักการถูก” คือหลักการประชาธิปไตยหรือหลักที่ทำให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนดีกว่า 


ฝ่ายประชาธิปไตยแนวทางสันติขอเรียกร้องให้ผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย “ยุติการต่อสู้” แล้วหันมาร่วมมือกับ “ประชาชน” ตั้ง “รัฐบาลเฉพาะกาล” ตามความหมายที่ถูก เพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงมาสร้างความไพบูลย์ให้แก่ชาติ สร้างสังคมที่มีเสมอภาค มีเสรีภาพที่แท้จริงให้กับประชาชนดีกว่า ขอให้ทั้งคู่ “ทำเสียก่อน “ ก่อนที่จะ “ไม่มีโอกาสได้ทำ” เพราะฝ่ายประชาธิปไตยรู้ดีว่า “กงล้อประวัติศาสตร์” นั้นหมุนมา “ใกล้” ใกล้พอที่จะบดขยี้ผู้ปกครองเผด็จการเพียงแค่เอื้อมเท่านั้น 

ขอให้ผู้ปกครองทั้งเหลืองและแดงได้ สัมมาทิฐิ เพื่อที่จะได้เข้าใจใน “เหตุแห่งทุกข์” เอาการเรียนรู้เหตุแห่งทุกข์นั้นมาร่วมสร้าง “สัมมามรรค” เพื่อแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองด้วยการปกครองแบบประชาธิปไตย เพื่อยังประโยชน์แก่มหาชน 

จึงขอเรียนเตือนมาด้วยความหวังดี 

ปล.การที่ฝ่ายเหลืองใช้มาตรการทางการทหารก็ดี ใช้มาตรการตุลาการภิวัฒน์ก็ดี ใช้มาตรการมวลชนก็ดี ในขณะที่ฝ่ายตนเองยังไม่สามารถเอาชนะทางการเมืองต่อฝ่ายตรงข้ามได้ มาตรการดังกล่าวแทนที่จะเป็นผลดีต่อฝ่ายตน กลับกลายเป็นว่า ไปเพิ่มกำลังทางการเมืองให้กับฝ่ายตรงข้ามพูดง่ายก็คือไปเป็น “แนวร่วมมุมกลับ” ให้กับฝ่ายตรงข้ามจนบางครั้งถึงขั้นที่เรียกว่า “เอาขุนไปแลกโคน” “เอาโคนไปแลกเบี้ย” โง่หรือฉลาดก็ไปทบทวนเอา 

โดยปรกติยิ่งลักษณ์กับนปช.นั้นไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะแม้จะเป็นของเหลว (ต่อต้านเหลืองด้วยกัน) แต่ก็เป็นของเหลวประเภทน้ำกับน้ำมัน การตัดสินให้ยิ่งลักษณ์ตกเวทีแทนที่จะเป็นผลดีต่อฝ่ายเหลืองกลับเป็นผลดีต่อฝ่ายแดง เพราะทำให้ยิ่งลักษณ์และนายทุนอื่นๆต้องตกบันไดพลอยโจนเข้าไปเป็นกำลังทางการเมืองให้ นปช,มากขึ้น 

แต่อย่างไรก็ตามความเป็นสีเหลืองและสีแดงรวมถึงสีอื่นๆ ก็ล้วนแต่เป็นความจริงแท้ เราไม่สามารถลบสีเหลืองออกจากความเป็นสีของโลกได้ฉันใด เราก็ไม่สามารถลบสีแดงหรือสีอื่นๆออกจากโลกไปได้ฉันนั้น การให้สีใดสีหนึ่งมีอำนาจที่มากกว่าเพื่อให้สีอื่นๆด้อยลงนั้นเป็นอาชญากรรมแบบหนึ่ง การให้ค่าแก่สีทุกสีอย่างเท่าเทียมและสมดุล จะทำให้ไม่เกิดสงครามสี  

ถ้าประเทศเราไม่มีสงครามสีเสียแล้ว ขอให้คิดดูว่าบ้านเมืองเราจะสงบร่มเย็นเพียงใด พัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวไปทัดเทียมกับอารยะประเทศได้ดีเพียงใด 

ทำอำนาจอธิปไตยปวงชนเพื่อความสมดุลในอำนาจ เพื่อเอาสมดุลในอำนาจนั้นไปเฉลี่ยรายได้แห่งชาติอย่างเป็นธรรมให้เกิดขึ้น รายได้อย่างเป็นธรรม บนความเสมอภาคและเสรีภาพที่แท้จริงนั่นแหละที่จะนำมาซึ่งการยุติสงครามสี สงครามชนชั้น นำไปสู่สังคมนิพพาน อันเป็นที่ปรารถนาของทุกๆคนทั้งในชาติเราและในโลก 

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view