http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 04/11/2019
สถิติผู้เข้าชม7,842,451
Page Views9,819,113
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

คึดฮอด...เมืองลาว 19 เวียงจันทน์-วังเวียง ไปกับสโมสรนักเขียนอีสาน

คึดฮอด...เมืองลาว 19 เวียงจันทน์-วังเวียง ไปกับสโมสรนักเขียนอีสาน

คึดฮอด...เมืองลาว ๑๙

เวียงจันทน์-วังเวียง ไปกับสโมสรนักเขียนอีสาน

“เอื้อยนาง” 

                ห้องประชุมในกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่ชาวสโมสรนักเขียนภาคอีสานได้เข้าประชุมปรึกษาหารือกับสมาคมนักข่าวลาวในวันนี้ นับเป็นห้องประวัติศาสตร์ของทั้งสองฝ่ายจากสองฟากฝั่งโขง  แม้ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ไปตามกาลเวลา  ก็ยังมีคนเก่าที่เป็นรุ่นบุกเบิกสร้างสัมพันธ์เคยมาพบกัน ณ ที่ตรงนี้เมื่อปี ๒๕๓๔ คือ  ฝ่ายนักเขียนจากฝั่งขวามีคุณสมคิด  สิงสง  อดีตประธานสโมสรนักเขียนภาคอีสานคนแรก  คุณปราโมทย์  ในจิต  (จินตรัย) นักเขียนนักแปลวรรณกรรมลาว และเอื้อยนาง  ฝ่ายนักเขียนลาวมีคุณบุนทะนอง ซมไซยผน กวีซีไรท์ลาว  คุณผิวลาวัน  ทิดาจัน (รักษาการประธานสมาคมนักประพันธ์ลาว)นักเขียนหญิงที่มีผลงานมากมาย และทำหน้าที่ต้อนรับชาวคณะจากฝั่งขวา 


                กาลเวลาผ่านไปตั้งแต่วันเริ่มความสัมพันธ์ที่นักเขียนลาวกลุ่มหนึ่ง เรียกว่า    “คะนะส้างตั้งสะมาคมนักปะพันลาว” ที่คุณสมคิด  สิงสงบันทึกไว้ในบทความชื่อ “วรรณกรรม : สะพานข้ามของสองฝั่ง” (file.siam2web/somkhitsin/files(document)/pdf2013/201365_31225.pdf)  ว่า  คณะดังกล่าวซึ่งมีนักเขียนลาว ๙ คนได้ไปเยือนฝั่งขวาเพื่อปรึกษาหารือสร้างก่อความสัมพันธ์  และเป็นที่มาของแถลงการณ์ร่วมของนักเขียนสองฝั่งของ(โขง)อันเป็นการเริ่มต้นสร้างสัมพันธ์แน่นแฟ้นและสานต่อเรื่อยมา มีกิจกรรมทางวัฒนธรรมร่วมกันหลายหลาก หลายต่อหลายครั้งสืบเนื่องตลอดเรื่อยมา


                เมื่อการแนะนำให้รู้จักกันทั้งสองฝ่ายผ่านไปแล้ว  ก็เริ่มเข้าสู่การประชุมปรึกษาหารือที่จะมีกิจกรรมร่วมกันครั้งต่อไปคือ การจัดงานมหกรรมหมอลำ  ที่คิดกันไว้แล้วให้ได้ภายในปี ๒๕๕๘ นี้

                 ฝ่ายสมาชิกสโมสรนักเขียนภาคอีสานที่ไปครั้งนี้ทั้งหมด ๓๕ คน ซึ่งมีทั้งนักเขียนสมัครเล่น นักเขียนอาชีพ  นักเขียนใหญ่อย่าง “ยงค์ ยโสธร”  “สมคิด  สิงสง”   “จินตรัย”  “วีระ สุดสังข์”    นักวิชาการผู้ศึกษาค้นคว้ามรดกลาว-ไทย  ครู-อาจารย์จากสถาบันการศึก  มหาวิทยาลัยในอีสาน  นักกวี    ศิลปิน และหมอลำระดับอาจารย์ด้วยทั้งหลายหญิง  ดังนั้นเมื่อจบรายการประชุม  ก่อนจากลาจึงได้มีเสียงลำดังขึ้นขับกล่อม  ทำให้คิดถึงครั้งแรกที่ศิลปินนักร้องลาว “แม็กซ์”  เป็นผู้ขับกล่อมต้อนรับ(ได้ทราบว่าเขาเสียชีวิตแล้วจึงขอแสดงความเสียใจด้วยไว้ ณ ที่นี้)


                  เวลาผ่านไปรวดเร็ว  เรามีโปรแกรมจะต้องไปทานอาหารเย็นที่เมืองวังเวียง  พักค้างคืนที่นั่น  ประชุมเฉพาะสมาชิกสโมสรฯกันที่นั่นในวันพรุ่งนี้  ดังนั้นเราจึงต้องจากลาและมาขึ้นรถ   จึงได้ยลเวียงจันทน์อีกเพียงสองข้างทางที่รถผ่าน  กระนั้นก็ยังสร้างความแปลกตาแปลกใจให้คนที่เคยมาเวียงจันทน์หลายครั้งและครั้งสุดท้ายก็ผ่านไปเมื่อหลายปีก่อนไม่น้อย  ในความเป็น สปปลาว.ปัจจุบันที่กฎหมายบ้านเมืองและอำนาจรัฐมีเต็ม  เมื่อมาประกอบกับบทเรียนความเจ็บปวดจากสงครามช่วงชิง ขัดแย้งที่ผ่านมา  รวมทั้งสถานการณ์โลกและเพื่อนบ้าน  ทำให้ดูเขาจะเดินหน้าไปข้างหน้าอย่างรอบคอบ  และมีเป้าหมายชัดเจนในการแก้ไข พัฒนา สังคมบ้านเมือง สิ่งแวดล้อม  รื้อฟื้นและธำรงไว้ซึ่งความดีงามของมรดกวัฒนธรรมประจำชาติ    อาจไม่ชัดเจนนักในสายตาคนนอกอย่างเรา  แต่ภาพจากสิ่งปรากฏตรงหน้าก็ทำให้มองดูเขาด้วยความรู้สึกเป็นสุขที่ได้มาเยือนยล  


                   สองข้างถนนหนทางในเวียงจันทน์ย่านที่เราผ่านคือตามทางหลวงหมายเลข ๑๓เหนือช่วงเวียงจันทน์-วังเวียง  ดูสะอ้าน เอี่ยมไปหมด  และนี่เป็นช่วงใกล้คริสตมาสอีฟ จึงเห็นซุ้มชานต้า กวางเรนเดียร์  ต้นครีสตมาสประดับประดาแต่งสีสันมะลังมะเลือง



                   อย่าแปลกใจเลยหากเราต้องตามหลังใคร ๆ ในอาเชี่ยนวันนี้  หากเรามัวแก่งแย่งแข่งขันกันไม่สิ้นสุดอย่างที่เป็นอยู่  เพื่อนบ้านทั้งหลายต้องทิ้งห่างเราไปหลายก้าวแน่  ซึ่งก็เป็นวัฏจักรของโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามครรลอง  ก็กลอนลำผญาก่อนโน้นยังเคยกล่าวไว้ว่า

 

เวียงจันเส่าสาวเอ้ยอย่าฟ่าวหว่า  มันสิโป้บาดหล่าบักแตงซ่างหน่วยปาย...

หรือ

เวียงจันฮ้างสิเป็นโพนขี่หมาจอก  บาดฮ่าบางกอกฮ้างสิเป็นหม่องกระต่ายนอน...

 

                    ทุกสิ่งย่อมมีเปลี่ยนแปลง  ดั่งครั้งหนึ่ง(ดังเช่นบรรพบุรุษของผู้เขียนชาวอุบลราชธานี)เคยหลั่งไหลข้ามโขงจากฝั่งซ้ายมาฝั่งขวา  มาวันนี้(เมื่อเช้านั่งคอยคณะที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชิงสะพานมิตรภาพ)มีผู้คนมากมายหลายสิบคันรถบัสเดินทางหลั่งไหลข้ามโขงจากฝั่งขวาสู่ฝั่งซ้าย  เรียกให้เงินบาทปลิวสะพัดในสปป.ลาวขณะตลาดตรงท่าเสด็จที่เคยมีคนพลุกพล่านคึกคักวันนี้กลับเงียบเหงา หนาวสั่น  จริงอยู่ชาวฝั่งซ้ายที่ข้ามมาจับจ่ายในหนองคายฝั่งขวาก็มีอยู่  แต่เป้าหมายกลับเป็นที่ห้างใหญ่ของทุนข้ามชาติที่มีอยู่แทบทุกจังหวัดในประเทศไทยนั่นมากกว่า

 

                    “ซำบายดีเจ๊า...”

                    เสียงหวาน ๆ ของไกด์สาวคนสวยนาม  อาจารย์น้องนางน้อย  วุฒิไธสง  ดังขึ้นขณะกำลังเคลิ้ม ๆ  เพื่อทำหน้าที่แนะนำตัวเอง  สถานที่ แผนการ  การเดินทางสามวันกับสองคืนที่อยู่ด้วยกัน  ให้ความรับรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นตัวแทนของคนลาวรุ่นใหม่ที่มากความสามารถ  กระตือรือร้น  มีชีวิตชีวา  และไม่ทิ้งความอ่อนหวานเต็มไปด้วยมิตรไมตรีของความเป็นลาวได้เลย  เธอแต่งงานแล้วกับอาจารย์หนุ่ม(ไทย)ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น  ขณะไปเรียนที่นั่นและเธอก็ได้เป็นอาจารย์พิเศษสอนภาษาลาวที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ในปัจจุบัน 


                    ตำนานรักของเธอและสามี(ที่ช่วยกันเล่า)เป็นเรื่องยาวที่เกี่ยวพันถึงประเพณีวัฒนธรรมการแต่งงาน ในช่วงขณะขนบธรรมเนียมปฏิบัติของคนบนสองฝั่งโขงที่มีรากเหง้าเดียวกัน  แต่แยกห่างกันออกไปนานทำให้ดูแปลกแตกต่าง  แต่ก็แฝงความอบอุ่น  ยินยอมพร้อมใจ  และแฮปปี้เอ็นดิ้งกันทั้งผู้เล่าและผู้ฟังโดยเฉพาะผู้ฟังอย่างเอื้อยนางที่มีจิตวิญญาณฝังแน่นในวัฒนธรรมสองฝั่งโขงมาแต่บรรพบุรุษปู่สังกะสาย่าสังกะสีค่ะ

๐๐๐

(ยังมีต่อ)

 

 

 

 

 

 

    

Tags : คิดฮอด...เมืองลาว 18

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view