http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 04/11/2019
สถิติผู้เข้าชม7,838,030
Page Views9,806,068
« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

คึดฮออด เมืองลาว20 ทะเลสาบมรกต:เขื่อนน้ำงึม

คึดฮออด    เมืองลาว20 ทะเลสาบมรกต:เขื่อนน้ำงึม

คึดฮอด...เมืองลาว๒๐

ทะเลสาบมรกต : เขื่อนน้ำงึม

“เอื้อยนาง”

            ลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลางด้านฝั่งซ้ายมีเวียงจันทน์เป็นศูนย์กลาง ทางฝั่งขวามีหนองคายทอดยาวแผ่ผืน เคยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเต็มไปด้วยป่าบุ่ง ป่าทาม หนอง บึง และลำน้ำสาขา  ที่ไหลเลื้อยถักทอสายใยให้ความอุดมแห่งผืนดิน  จึงเป็นที่ตั้งหลักปักฐานแห่งมวลมนุษย์มาแต่เนิ่นนานกาเล

            แม่น้ำงึมและลำน้ำสาขามากมายด้านฝั่งซ้าย  เกิดจากเทือกเขาในเขตเชียงขวางไหลเรื่อยคดโค้งลงใต้เซาะซอนภูผาป่าดงลงสู่ที่ราบลุ่มเวียงคำ เวียงไผ่หนาม บรรจบแม่น้ำโขงแถบเชิงภูเขาควาย(ตรงข้ามเขตโพนพิสัยหนองคาย) ภูเขาแห่งตำนาน ความลี้ลับ ศักดิ์สิทธิ์ เคยมีชื่อเสียงด้านเป็นแหล่งเรียนรู้ ปฏิบัติจิต  แห่งพระธุดงค์ และไสยเวทย์วิทยาของผู้คนสองฟากฝั่งโขงแต่โบราณมา เคยเป็นที่ซ่อน อาศัยหลบภัยให้คน สิ่งของมีค่ามาแล้วมากมายในประวัติศาสตร์ ดั่งตำนานพระเสริม พระสุก พระใสที่ถูกค้นพบในเขตภูเขาควายก่อนเคลื่อนย้ายมาฝั่งไทย เป็นต้น  ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติภูเขาควาย (Phou Khoa  Khouay ) ในแขวงเวียงจันทน์  ประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์เมื่อปี ๑๙๙๓ ครอบคลุมเนื้อที่กว่า ๒,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร มียอดเขาสูงสุดสูงถึง ๑,๖๗๑ เมตร  


            ธรรมชาติแห่งความลี้ลับสลับซับซ้อนของภูเขาแห่งนี้เป็นแหล่งก่อตำนาน ความศักดิ์สิทธิ์ แหล่งฝึกจิต ที่ตั้งสำนักไสยเวทย์วิทยาแห่งชนสองฝั่งโขงไม่น้อยหน้ากว่าสำนักเส้าหลินเลยทีเดียว

            ลำน้ำงึมนับเป็นเส้นเลือดใหญ่รองจากแม่น้ำโขงของสปป.ลาว  พระยาฟ้างุ้มแหล่งหล้าธรณีเคยยกไพร่พลจากเวียงคำไผ่หนามตามลำน้ำงึมบางช่วงสู่เชียงทอง  ที่ปากน้ำงึมเคยมีตำนานพระพุทธรูปสำคัญจมหายลงไปตราบปัจจุบัน( ตำนานพระเสริม พระสุก  พระใส)


            ครั้นเมื่อไม่นานผ่านมานี้เข้าสู่ยุคเทคโนโลยีที่ครอบคลุมโลกหล้า  เขื่อนใหญ่ก็เกิดขึ้นขวางลำน้ำงึม  ก่อให้เกิดอ่างเก็บน้ำมหึมาดั่งเนรมิต  กักขังน้ำเอาไว้เป็นผืนแผ่กว้างใหญ่ราวกับทะเลสาบน้ำจืด  น้ำใสแหน๋วสีมรกตนั้นทำให้มองดูเป็น ทะเลมรกต

            ผืนน้ำผืนกว้างแผ่ผืนท่วมท้น  แปลงเปลี่ยนยอดเขาใหญ่น้อย  สูงต่ำ ให้เป็นเกาะกลางน้ำไปโดยพลัน

            แล้วทัศนียภาพโดยรอบก็เปลี่ยนแปลง  ถนนสายใหญ่มาพร้อมเขื่อนและไฟฟ้า  ทะเลมรกตแห่งน้ำงึมกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ  หลายเกาะ(ดอนในภาษาถิ่น)ทั้งใกล้ไกลจากฝั่ง  กลายเป็นดอนสวรรค์(ยกเว้นบางดอนเป็นที่กักขังนักโทษ เป็นเขตหวงห้าม)  ท่าเรือ  ร้านค้า  ภัตตาคาร โรงแรม แหล่งคาสิโน  เกิดขึ้นรองรับนักท่องเที่ยว


            เช้านี้เราอำลาวังเวียง  ผู้เขียนกับ อ.นายิกา อดีตอาจารย์จากม.ขอนแก่นผู้เกษียณอายุราชการแต่ไม่หมดไฟในการสร้างสรรค์งานเขียน  เป็นเพื่อนร่วมห้อง เป็นพี่น้องที่ถูกคอออกมาถ่ายรูปวังเวียงกันจนถูกเตือนเรื่องเวลา  เราจึงรีบเก็บของจนผู้เขียนลืมเสื้อตัวเก่งไว้ที่พัก  นึกว่าเก็บลงกระเป๋าแล้ว  มารู้ตัวก็ตอนเปิดกระเป๋าที่บ้านลูกที่ศรีสงครามแล้ว  ได้แต่ภาวนาขอให้มีผู้เก็บไปใช้ประโยชน์ต่อไปเถิด   เป็นเสื้อที่ท่านอาจารย์วิริยะ สั่งทำเป็นของขวัญให้พนักงาน ต่อมาไม่นานท่านก็เสียชีวิต  จึงนับเสื้อแจ็คเก็ตตัวนี้เป็นที่ระลึกจากท่าน  หอบไปไหน ๆ มาหลายที่ ทั้งพม่า อินเดีย ขึ้นเหนือ ลงใต้มาลืมไว้ในวังเวียงจนได้


              ออกจากวังเวียงแต่เช้าเรามุ่งหน้าไปทานอาหารเที่ยงในเรือที่เขื่อนน้ำงึม  ผ่านภูเขา ป่าไม้ที่เป็นเงาครึ้มมอยู่สองข้างทาง  ลาวกำลังพัฒนาป่าหลายผืนให้เป็นสวนยางพารา  ไกด์ให้ความรู้ว่าช่วงนี้ลาวปลูกยางพาราเยอะมาก  ตั้งแต่ลาวใต้จนถึงลาวเหนือ  ในแถบลาวใต้นั้นมีเวียดนามสนับสนุน  ส่วนแถบนี้เป็นจีนสนับสนุน


             ฟังเพลง  และหมอลำ  สลับเรื่องเล่าภายในรถ ผ่านหมู่บ้านที่น่าสนใจหลายหมู่บ้าน  เช่น  หมู่บ้านทำปลาที่มีปลา ๆ ๆ....ปลาแห้ง ปลาเค็ม ปลาเส้น ปลาแผ่น และปลาในไห  ล้วนน่าซื้อติดมือติดรถ  แต่ในฐานะผู้ชอบเดินตลาด ๆ ต่าง ๆ เมืองเห็นราคาแล้วสรุปในใจว่า  มันออกจะแพงไปหน่อย  จึงได้แต่เก็บภาพแล้วขึ้นรถ   ยังมีหมู่บ้านหัตถกรรม  ผลิตสินค้าหัตถกรรม  สิ่งทอ  เครื่องจักสาน อีกมากมายกว่าจะถึงท่าเรือ


            นี่เป็นครั้งที่สามที่ผู้เขียนเคยลงเรือสู่ทะเลสาบมรกตแห่งนี้  แต่ก็จำไม่ได้อยู่ดี  ว่าครั้งก่อน ๆ เคยลงเรือที่ตรงไหน  เป็นที่เก่าหรือไม่   ดูเหมือนว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง  โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา  ลาวได้เปรียบตรงที่มีประชากรน้อยแต่ทรัพยากรเยอะ


            เกาะดอนที่ครั้งแรกมากับสโมสรนักเขียนภาคอีสาน  นอนฟังขับงึมจากน้องคำมะนีจนเมานั้นอยู่ตรงไหนกันหนอ  ความทรงจำที่ฝังแน่นในห้วงคำนึง  ที่ติดตรึงในส่วนลึกของสมองนั้นมันไม่ยอมแปรภาพตามสถานการณ์แวดล้อม และกาลเวลา  จำได้แต่เพียงว่าไกลออกไปจากดอนนั้นมีดอนที่ชื่อ “ดอนท้าว”  “ดอนนาง”  ที่เป็นคุกกักขังนักโทษมองเห็นลิบ ๆ ตรงขอบฟ้า

            ทะเลมรกตแห่งนี้กว้างใหญ่เรียกทะเลได้อย่างเต็มปากเต็มคำ  สร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๕  เสียพื้นที่ป่าไป ๒๕๐ ตารางกิโลเมตรทีเดียว  เกิดเกาะเล็กเกาะน้อยกระจายอยู่หลายเกาะในห้วงแห่งทะเลนี้  หลายเกาะมองเห็นสิ่งปลูกสร้างอยู่ลิบๆในทิวไม้  หลายเกาะมีเรือ(ให้เช่า)เลาะเลียบเมืยงมอง


            เราลงเรือที่เป็นภัตตาคารพาเลื่อนลอยชมเกาะ  เลาะล่องทะเล  ภูเขาควายแห่งตำนานมองเห็นเขียวครึ้มเป็นเงาลิบ ๆ ณ ขอบฟ้า  ลมพัดเอื่อยผสานกับคลื่นใต้ท้องเรือ เสียงเครื่องยนต์เรือ  เสียงเพลงจากชาวคณะฟังช่างครื้นเครง

             มีโอกาสนั่งโต๊ะในเรือกับนักเขียนแห่งตำนานอีสานอย่าง ยงค์  ยโสธร  และสมคิด  สิงสง  แต่เสียงต่าง ๆ ดังกล่าวไม่เป็นใจให้นั่งคุยทานข้างเสร็จมองเห็นใครบางคนหลบขึ้นดาดฟ้าจึงชวนอาจารย์นายิกาตามเขาเหล่านั้นขึ้นไป

            แล้วเราก็พบอีกโลกหนึ่งซึ่งแตกต่างโดยพลัน


            ภาพใหม่แห่งทะเลมรกตถูกบันทึกซ้อนทับภาพเก่าในห้วงความทรงจำที่มีมากว่ายี่สิบปี  เพิ่มเป็นสีสันแห่งขอบฟ้าที่มีเมฆรายเกลื่อนเหนือเส้นขอบน้ำ  ภูเขาควายที่อยู่ไกลออกไปดูใกล้แทบเอื้อมมือถึง

            ทะเลมรกตแห่งลำน้ำงึม

๐๐๐

             

 

             

             

Tags : คิดฮอด..เมืองลาว 19

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view