http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 11/08/2019
สถิติผู้เข้าชม7,732,509
Page Views9,665,493
« August 2019»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

เที่ยววัดสำคัญในพระนครศรีอยุธยา

เที่ยววัดสำคัญในพระนครศรีอยุธยา

เที่ยววัดสำคัญในพระนครศรีอยุธยา

โดย ธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

            เช้าวันรุ่งขึ้น 10 พค.2562  เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา 2 อนงค์ มารับที่ศาลาอยุธยา แล้วก็บ่ายหน้าไปยังวัดเสนาสนารามราชวรวิหาร  พระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร  ท้องที่ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง เขตพระราชวังหน้า “วังจันทรเกษม” แต่ถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่เสียกรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2310 วันเวลาที่ผันผ่านไปนานถึง 96 ปี สิ่งก่อสร้างในวัดชำรุดเสื่อมสภาพ  จนถึงปีพ.ศ.2406 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 จึงได้เสด็จปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ พร้อมพระราชทานชื่อใหม่ให้ว่าวัดเสนาสนาราม เป็นวัดฝ่ายธรรมยุตินิกาย ทั้งนี้ พระองค์ได้รวมเอาวัดเสื่อซึ่งเคยอยู่ชิดติดกันให้เป็นวัดเดียวกัน 


            พระอุโบสถเป็นอุโบสถเก่าสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา พร้อมพระประธาน  ส่วนภาพจิตกรรมฝาผนังนั้นเป็นฝีมือช่างสมัยรัตนโกสินทร์  มองหาให้ดีจะพบว่ามีภาพอิโรติกตามอารมณ์ขันของช่างอยู่ด้วยภาพหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีวิหารพระพุทธไสยาสน์ วิหารพระอินทร์แปลง ผนังวิหารหลังนี้มีจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์อยู่ด้วยเช่นกัน


            วัดนี้มีต้นจันอินปลูกรอบอุโบสถ ลำต้นใหญ่ 2-3 คนโอบ แต่เป็นโพรงและกิ่งหักบ่งบอกอายุที่ยาวนาน ซึ่งต้นจันอินนั้นเหลืออยู่ตามวัดเก่าๆเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผิดกับต้นไม้ในวัดนิเวศธรรมประวัติ บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ปลูกด้วยไม้ป่าหายากดอกมีกลิ่นหอมตลบอบอวล คือต้นพะยอม ซึ่งก็มีขนาดใหญ่ 2-3 คนโอบเช่นกัน


             วัดนิเวศธรรมประวัติ สร้างโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อใช้บำเพ็ญพระราชกุศล ด้วยการสร้างอุโบสถให้แปลกตาไปจากวัดในพระพุทธศาสนาทั่วไป ทรงโปรดให้สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิค (GOTHIC) มียอดโบสถ์ทรงโดมอย่างโบสถ์ฝรั่ง มีนาฬิกาและระฆังชุด  ผนังแต่งแต้มด้วยกระจกสีสวยงาม  โดยมีพระพุทธนฤมลธรรมโมภาสเป็นองค์ประธาน เป็นพระอารามหลวงชนิดราชวรวิหาร สังกัดธรรมยุตินิกาย


            กุฎีวัดนิเวศธรรมประวัติก็ทรงโปรดให้สร้างด้วยศิลปะยุโรป แต่ละหลังแตกต่างกันไป ดูเหมือนหมู่บ้านจัดสรร ร่มรื่นด้วยต้นไม้ประดับ สะอาดและชวนให้ปฏิบัติธรรม ด้านหลังมีอาคารเรียนปริยัติธรรมให้สามเณรได้ศึกษาหาความรู้ มีกระเช้าข้ามไปมาระหว่างเกาะกับแผ่นดินใหญ่  แต่ในคลองมีแต่ผักตบชวา น่าจะให้มหาวิทยาลัยเกษตร กำแพงแสนซึ่งได้ทดลองใช้จุลินทรีพิฆาตได้ผลแบบ ตายสลายไปหมดทั้งคลอง


ต้นสาละต้นนี้ไม่ใช่ต้นสาละในพุทธประวัตินะครับ

             ในเกาะบางปะอินนี้มีอีกวัดหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ด้านเหนือของเกาะ มีสะพานข้ามไปมาได้ ชื่อวัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร เป็นวัดหลวงชั้นโทชนิดราชวรวิหาร  สร้างโดยสมเด็จพระสรรเพชรที่ 5 (พระเจ้าปราสาททอง) ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีเมื่อพ.ศ.2175 สถานที่สร้างคือบ้านเดิมของพระราชชนนี พระประธานในอุโบสถศิลปะสมัยอยุธยาและสมัยรัตนโกสินทร์ โดยมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างหลวงสมัยรัชกาลที่ 4


             เพื่อนสื่อ วีรศักดิ์ ภักดี ตะโกนว่า “เจอแล้ว พระประธานในโบสถ์ ศิลปะอู่ทองสร้างด้วยทองสำริดปางมารวิชัย และรัตนโกสินทร์”  ก็อตเป็นสื่อที่มีความรู้เรื่องพระพุทธศาสนาและศิลปะแต่ละยุคสมัย ขณะนี้กำลังบูรณปฏิสังขรณ์อยู่ทั้งหลัง ภาพเขียนสีก็ลบเลือน ปูนผนังโบสถ์แตกร่อน ถ้าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้เที่ยววัดละก็ คงไม่อยากเข้าไปชม


             วัดตูม ตั้งอยู่ริมถนนสายประตูชัย อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอารามหลวงตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงเสด็จมาบูรณะ  แต่ไม่ได้ทรงเปลี่ยนชื่อเหมือนวัดอื่นๆ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง กระทั่งถึงรัชกาลที่6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ลงยันต์ในธงพระครุฑผ่าห์เพื่อพระราชทานเป็นธงชัยเฉลิมพลช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2      


             วัดตูมนั้นมีชื่อก็ธรรมดาๆ แต่มีความสำคัญมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี  ด้วยเหตุผลหนึ่งนั่นคือ พระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยแบบจักรพรรดิราชสมัยกรุงศรีอยุธยานามว่า หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย แต่ที่อัศจรรย์คือ เศียรพระเปิดออกได้ และมีน้ำไหลซึมตลอดเวลา น้ำพุทธมนต์ในเศียรพระนี่แหละที่ใช้ในพระราชพิธีที่วิหารพระมงคลบพิตรและพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 แห่งจักรีวงศ์ เลยทีเดียว


             วัดสุดท้ายปลายซอย คือวัดช้างใหญ่ ประวัติคือเป็นถิ่นชาวมอญที่เลี้ยงช้างอาศัยอยู่แต่ครั้งกรุงเก่า เพื่อถวายงานแก่พระมหากษัตริย์  ตำแหน่งพระยาราชมนู จตุรงคบาทควบคุมและดูแลช้างศึกของพระมหากษัตริย์ ตำแหน่งสูงสุดได้เป็นถึง เจ้าพระยาอัครมหาเสนาธิบดีสมุหกลาโหม โดยมีหน้าที่ดูแลบำรุงช้างศึกสำคัญคือ


              เจ้าพระยาไชยานุภาพ  เจ้าพระยาปราบหงสาวดี ช้างพระที่นั่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเจ้าพระยาปราบไตรจักร เป็นช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระเอกาทศรถ วัดร้างไปตั้งแต่เสียกรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2310 จนถึงสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จมาบูรณะปฏิสังขรณ์  แต่ไม่ทรงเปลี่ยนชื่อวัด วัดนี้ยังมีพระประธานศิลปะอยุธยา อายุกว่า 600 ปี นามว่าหลวงพ่อโต ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแปลกตา วาดตามแบบอยุธยาแต่เป็นฝีมือช่างสมัยกรุงรัตนโกสินทร์


              #ททท.สำนักงาน พระนครศรีอยุธยา ไม่มาไม่ได้ #วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร #วัดนิเวศธรรมประวัติ #วัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร #วัดตูม #วัดช้างใหญ่ #เทศกาลหุ่นไล่กาชุมชนบ้านสามเรือน #กุ้งเผาวัดเชิงเลน #โอโภชนา   


อย่างนี้มันต้องซ่อม 

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view