http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 20/11/2018
สถิติผู้เข้าชม7,474,227
Page Views9,347,132
« November 2018»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

เที่ยวเมืองนราธิวาส ปลอดภัย ไปได้สบายใจ

เที่ยวเมืองนราธิวาส ปลอดภัย ไปได้สบายใจ

เที่ยวเมืองนราธิวาส ปลอดภัย ไปได้สบายใจ

โดย ธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

นายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กรุณามาต้อนรับ

            ครั้งหลังสุดที่ผมไปจังหวัดนราธิวาสจำได้ว่าเป็นปีพ.ศ.2543  ผมไปด้วยความสุขสมใจ ไม่ได้หวั่นกลัวหรือกังวลแต่อย่างใดเลย ผมมีความสุขมากที่ได้ไปเยือนแต่หลังจากเกิดเหตุการณ์มากมายใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อันเนื่องมาจากเหตุใดผมไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่แน่นอนเลยคือ ทำให้ผมเกิดความหวาดหวั่นในการไป เลยพาลไม่ไปเอาเลย 


            เมื่อได้รับการเชิญชวนจากสื่ออาวุโส นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี แห่งหน้าต่าง มองคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม นสพ.เดลินิวส์ วันอาทิตย์ ผมจึงตัดสินใจติดตามไปด้วย ในนาม เว็บไซต์ทองไทยแลนด์ดอทคอม  "ไปก็ไป"  จะได้รู้จริงเสียทีว่า ไปท่องเที่ยวในจังหวัดนราธิวาสได้สบายใจเหมือนเดิมหรือไม่  และคิดต่อว่า จะได้เรื่องและรูปมาเขียนแล้วยังถือเป็นการพิสูจน์ทราบไปด้วยในตัว ผมเดินทางไปและกลับมาแล้ว สบายใจหายห่วงจริง ๆ ไปกันได้เลย ปลอดภัย ๆ


            งานนี้ เจ้าภาพคือ การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส ผู้อำนวยการชื่อนาย ณรงค์ สังข์ประสิทธิ์  แห่งแรกที่พาไปคือ พิพิธภัณฑสถานจังหวัดนราธิวาส ได้เกร็ดความรู้พื้นฐานว่า ชาติพันธุ์ชนดั้งเดิมได้แก่ พี่น้องชาว โอรัง อัสลี  ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นเดิมgเมื่อ 1,500-10,000 ปี  ที่ฝังรกรากอยู่ในดินแดนด้ามขวานทองเมืองมนารา เทือกเขาสันกาลาคีรี แถวๆอำเภอ ระแงะ แว้ง ศรีสาคร จะแนะ ธารโต เบตง เป็นกลุ่มย่อย ๆ  ไม่ได้รวมกันเป็นชุมชนใหญ่ 


ชาติพันธุ์มลายู

           ต่อมา มีพี่น้อง ชาติพันธุ์มลายูส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม  ชาติพันธุ์ชาวสยาม เช่น กลุ่มบ้านเจ๊ะเหแถวตากใบ กลุ่มบ้านลำภูเขตอำเภอเมือง กลุ่มบ้านทุ่งคาแถวอำเภอยี่งอ  และชาติพันธุ์ชาวจีน กระจายไปตามเมืองใหญ่ทุกเมืองของทุกอำเภอ อพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานเข้ามาหากินกันในพื้นที่เดียวกันแต่ส่วนใหญ่กระจัดกระจายไปตามที่ราบ ลาดเนิน มากกว่าบนเขาสูง 

 

ชาติพันธุ์สยาม

ชาติพันธุ์จีน

           ปัจจุบันนี้ ประชากรทั้งจังหวัดนราธิวาส 717,366 คนนั้น 80% เป็นพี่น้องชาวมลายู ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม


มโนราห์            

           นอกจากนี้ ยังได้เห็นภาพศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและความเชื่อจากแหล่งรวบรวมนี้อย่างลึกซึ้งพอสังเขป เช่นได้เห็น บรมครูทางศิลปะการแสดง มโนราห์  ประเพณีบุญชักพระ  ประเพณีการแต่งงานของพี่น้องชาวมุสลิม  เครื่องดนตรีพื้นถิ่น  เครื่องใช้ในครัวเรือน แม้กระทั่งอาวุธประจำกาย กริช ที่มีลักษณะพิเศษ สวยงามมาก ๆ


ประเพณีนีห์กะ 

ขนมใส่ไส้

            ผมยังได้เห็นภาพวัฒนธรรมเรื่องอาหาร ขนมหวาน หรือของกินที่แปลกแตกต่างไปของแต่ละชาติพันธุ์  ได้เห็นวัฒนธรรมการแต่งกายด้วยชุดสวยงามตามความเชื่อทางศาสนา  ได้เห็นความเชื่อของพี่น้องชาติพันธุ์ชาวจีนเรื่องการกินเจ  ม้าทรงและคุณาประการของศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ  ศาสนาพุทธที่มีทั้งชาติพันธุ์จีนและชาวสยามและไทยให้ความเคารพและเชื่อถือ  ได้รู้ว่ามีวัดมากมายในจังหวัดนราธิวาส

ข้าวยำ

            แต่ในภาพจริง  แหล่งท่องเที่ยวแรกที่ได้รับการพาไปคือ ศูนย์ศึกษาการเรียนรู้ คัมภีร์อัลกุรอ่าน ที่มีอายุกว่า 3,000 ปี (เขียนด้วยลายมือ) ณ โรงเรียน สมานมิตรวิทยา อำเภอยี่งอ ได้ฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับแนวคิดการสะสมคัมภีร์ แล้วพาชมห้องจัดแสดงคัมภีร์ที่เขียนด้วยลายมือ อายุต่าง ๆกันไป


คัมภีร์อัลกุรอ่าน เขียนด้วยลายมือ

            หลังจากนั้น ได้เดินทางไปชมการถักทอผลิตภัณฑ์ด้วยต้นกระจูด ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เดินทางไปครั้งนี้ ได้ช่วยกันอุดหนุนไม่ใช่น้อย  เป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เก็บหาได้จากวัชพืชในท้องถิ่น  หมู่บ้านทอนอามาน  อำเภอยี่งอ  หลังจากนั้นเดินทางไปยังตลาดน้ำยะกัง เพื่อชมการแสดงของเยาชนและดิเกท้องถิ่น


            ตลาดน้ำแห่งนี้ ตั้งร้านค้าขายของริมฝั่งแม่น้ำ ที่นั่งกินอาหารและพักผ่อนสร้างอยู่ในน้ำ มีเวทีแสดงดิเกท้องถิ่นด้วย นักท่องเที่ยวต้องเดินไปหาซื้อของกินตามชอบแล้วหาที่นั่งกินกันแบบกลุ่มใครกลุ่มมัน สบายใจเฉิบเลยทีเดียว เพราะนั่งกินอยู่ในแม่น้ำเลยก็ว่าได้  นาทีตื่นเต้นคือการแสดงของเยาวชนหลายรุ่น ล้วนน่ารัก

            นาทีตื่นเต้น เมื่อนายสุรพร พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เดินทางมาต้อนรับคณะสื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว ถึงตลาดน้ำยะกัง โปรดดูหลักฐานเป็นรูปหมู่ครับ ประกอบด้วย รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายประสิทธิ์ วิชัยสุชาติ  ผู้ช่วยรองประธานฯนาย กันตพงษ์ ธนะเนืองโรจน์  ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส นางกรรณิการ์  ดำรงวงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส นาย ณรงค์...สังข์ประสิทธิ์.......ฯลฯ  คืนแรกพักโรงแรมตันหยง   

ศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะที่เทือกเขาสันการาคีรี 

             วันรุ่งขึ้น เดินทางไป ศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ แห่งแรกที่หมู่บ้านภูเขาทอง อำเภอสุคิริน ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาชายแดนประเทศมาเลเซีย ว่ากันว่าแค่เดินข้ามสันเขาขึ้นไปก็เป็นเขตสันปันน้ำระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย  แหม ถ้ารู้งี้ น่าจะพาเดินขึ้นไปเยี่ยมยามทางสายตาว่า ป่าไม้ดงดิบฝั่งประเทศมาเลเซียอุดมสมบูรณ์เพียงใด


            แม่น้ำที่ไหลผ่านหน้าศาลเจ้าเป็นลำห้วยเดียวกับแม่น้ำที่ไหลผ่านเหมืองทองคำโต๊ะโม๊ะ ซึ่งปัจจุบันนี้ เหลือให้เห็นร่องรอยเพียงปากอุโมงค์ถ้ำทองคำ  พบว่ายังมีชาวบ้านนั่งร่อนทองอยู่ 3 คน เป็นผู้หญิงวัยกลางคน  น้ำใสๆ ไหลเย็น เห็นท้องทรายและหินแม่น้ำ ชวนให้อยากลงไปลงเล่นน้ำ  แต่ด้วยว่า เกรงจะไปรบกวนการร่อนทองของพี่น้องชาวไทย เลยได้แต่ถ่ายรูป


            บอกตามตรง แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ควรพัฒนาเป็นโฮมสเตย์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชมและสัมผัสวิถีชีวิตของพี่น้องบ้านภูเขาทอง ว่านอกจากทำมาหากินแบบชาวสวนผลไม้ ชาวสวนยางแล้ว ยังมีอาชีพพิเศษที่น่าตื่นเต้นนั่นคือการร่อนทอง 


            “ในขวดนี้ ร่อนได้วันนี้ ถ้าเอาไปขายก็จะได้ประมาณ 3000 บาท ร่อนกัน 3 คน ก็แบ่งกันไป  ร่อนคนเดียวทำไม่ได้จ้ะ  เพราะคนหนึ่งต้องตักดินหินทรายในท้องห้วยเอาขึ้นมาใส่จานร่อนทอง แล้วคนที่มีหน้าที่ร่อนก็จะร่อนไปช้า ๆ ได้ทองก็กรอกใส่ขวดไว้ ก็อย่างที่เห็นนี่ละคะ มีเศษทองเม็ดเล็ก ๆ แทรกอยู่ในดินทรายที่ตักขึ้นมาจากท้องห้วย“      

อาหารพื้นบ้านและการแสดง

            การร่อนทองแล้วได้ทองกลับบ้านไปเป็นของที่ระลึกนั้น เป็นแรงจูงใจที่มีน้ำหนักไม่ใช่น้อย แต่อย่างไรก็ดี ต้องมีความพร้อมเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ เพราะหากร่อนทองได้มาก อาจเกิดอันตรายได้ แม่น้ำโต๊ะโม๊ะแห่งนี้จึงเป็นแม่น้ำแห่งความหวังและการผจญภัย ท่องเที่ยวขุดทอง เอ้ย ร่อนทอง  น่าจะเป็นความเสี่ยงที่มีความหวัง


          การเดินทางไปยังอำเภอตากใบ เพื่อเยี่ยมชมวัดชลธารสิงเห หรือเรียกกันว่าวัดพิทักษ์แผ่นดินไทย ได้ฟังการบรรยายสรุปจากชาวเจ๊ะเห ด้วยสำเนียงการพูดของชาวเจ๊ะเห ซึ่งเธอกล่าวว่า คนเจ๊ะเหเรียกการนอนว่าการบรรทม อันเป็นคำราชาศัพท์ของชาวเขมร และบางคำก็เป็นคำมอญ คำไทย แต่สำเนียงแล้วเป็นเอกลักษณ์ของชาวเจ๊ะเห


เธอเป็นคนสยามหรือชาวเจ๊ะเห 

            คำว่าวัดพิทักษ์แผ่นดินไทยเกิดขึ้นจากเมื่อปีพ.ศ.2452 เกิดกรณีการปักปันเขตแดนระหว่างชาวอังกฤษเจ้าอาณานิคมมาเลเซีย กับประเทศไทย ด้วยข้ออ้างว่า ดินแดนตากใบเป็นเขตประเทศไทยเพราะว่ามีวัดในพุทธศาสนามากมายหลายแห่ง โดยเฉพาะวัดนี้ที่ตั้งริมแม่น้ำโก-ลก ในที่สุด อังกฤษไม่สามารถยึดครองนำไปรวมกับแผ่นดินกลันตันได้


            สะพานคอยร้อยปี อำเภอตากใบเป็นสะพานไม้ข้ามไปยังเกาะยาว ปัจจุบันสร้างสะพานคอนกรีตถาวร แต่ก็ยังคงอนุรักษ์สะพานไม้เอาไว้คู่กัน เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่ามาเดินเล่นริมน้ำ รับอากาศบริสุทธิ์ และอาจได้ชมวิถีชีวิตของชาวเกาะยาว-ตากใบ ในท้องน้ำเบื้องหน้า  ริมฝั่งเป็นตลาดยามเย็นที่มีชาวตากใบนิยมมาเดินจับจ่ายใช้สอยและพักผ่อน


            แวะชม วาเลนไทน์พันธุ์ไม้ อ.สุไหง-โกลก  ชมร้านขายกระบองเพชร ต้นละ 25-10000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของแต่ละพันธุ์  

       

   

            เข้าเมืองสุไหง-โกลก แวะกราบไหว้ศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ ในตัวเมือง  ถ่ายภาพและฟังบรรยายสรุป ได้เห็นผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินแด่ศาลเจ้า  มีการออกใบเสร็จแต่จะเป็นใบอนุโมทนาบัตรแบบวัดในพุทธศาสนาหรือไม่ไม่แน่ใจ ถ้าใช่จะหักภาษีได้เช่นเดียวกับวัดในพุทธศาสนาไหม  ซึ่งผมก็ปากหนักไปหน่อย ไม่ได้สอบถาม 


          แล้วเดินทางเข้าพักแรมที่ โรงแรมมารีน่า ซึ่งตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ  เก็บของเข้าห้องแล้วก็ออกมาเข้าห้องประชุมเพื่อเสวนาทางวิชาการของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  มีการให้ความรู้ความเข้าใจจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ  ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวที่ร่วมเดินทางมาสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาสทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย  และมีข้อเสนอแนะจากสื่อมวลชนคนทำข่าวเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว


           หลังอาหารเช้า เดินทางไปยังอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อไปยังพุทธมณฑลจังหวัดนราธิวาส กราบไหว้หลวงพ่อพระพุทธมิ่งมงคล วัดเขากง เป็นอันสิ้นสุดทริป แต่สำหรับผมยังจำคำกล่าวของท่านผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาสได้แม่นยำ


            “ 80% ของนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังจังหวัดนราธิวาส เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยมีเข้ามาเพียง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น    หวังว่า แฟมทริปนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น”


นางกรรณิการ์ ดำรงวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส

            นางกรรณิการ์ ดำรงวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า "นักท่องเที่ยวในปัจจุบันนี้เหลือเพียง 35% ส่วนใหญ่ยังเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย"  

            บอกตามตรง ตั้งแต่ปีพ.ศ.2543 จนถึงช่วงก่อนนี้ 10 ปี ผมไม่กล้าเดินทางมาทริปนราธิวาสเอาเสียเลย เพราะข่าวสารการเมือง-การทหาร 3 จังหวัดชายแดนใต้ หรือแม้กระทั่งหาดใหญ่  ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย  แต่เมื่อได้เดินทางมาครั้งนี้แล้ว บอกได้เลย ทริปหน้าไม่ว่าเทศกาลใด ๆ เช่น เทศกาลผลไม้เมืองนราธิวาส หรือ ทริปกินเจเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ แต่เทศกาลกินปลากุเลาตัวละเป็นพันสองพันสามพันบาทนั้น ผมขอบาย  ไม่ถูกกับของแพงครับ


ปลากุเลาเค็มแสนแพง

            โปรดติดตาม ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก  ในหน้าต่าง ท่องแดนแผ่นดินธรรม วัดชลธารสิงเห เป็นตอนต่อไป 


ชุดครบถ้วนของสาวอิสลาม 

เสวนาของชาวมาเลเซียและการแสดงของเยาวชน

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view