Dely167.doc/15สค41บ้านเมือง: หมะฮ้านกิต๊ะ บาโคลอด
ถ้าประเทศไทยได้สมญาว่าเป็นเมืองแห่งยิ้มสยาม (ทั่วโลกยอมรับกันอยู่แล้ว) แต่ที่เมืองบาโคลอด เกาะนิโกรส หนึ่งใน 7,107 เกาะของประเทศฟิลิปปินส์ ขึ้นสโลแกนว่า เป็นเมืองแห่งรอยยิ้มที่แสนหวาน ก็กินความไปไกลยิ่งขึ้น เมื่อได้ไปเห็นรอยยิ้มมากับตา สาวชาวตากาล็อคบนเกาะนี้ ยิ้มสวยและหวานจริง ๆ ไม่แน่ใจนักว่าเพราะเมืองนี้ปลูกอ้อยกันมากหรือเปล่า?
ประเทศฟิลิปปินส์มีเกาะที่ใหญ่ ๆ และมีความสำคัญก็คือ เกาะลูซอนอันเป็นที่ตั้งของกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศ เกาะที่ใหญ่เป็นที่สองคือเกาะมินดาเนา เกาะสามาร์ เกาะปานาย เกาะเมินโดโร เกาะนิโกรส เกาะซีบู เกาะปาลาวาน ฯลฯ ทั้งประเทศมีเนื้อที่รวมกันประมาณ 300,780 ตารางกิโลเมตร ล้อมรอบด้วยทะเลกับทะเล ใช้ภาษาตากาล็อคเป็นภาษาราชการ
ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ผู้ปกครองคนแรกของประเทศนี้คือ ซาน ลอเรนโซ่ รูอิซ ซึ่งแต่งตั้งโดยโป๊ป จอห์น ปอล ที่ 2 และที่เมือง ลิมาซาวา คือจุดเริ่มต้นของศาสนาคาทอลิคของประเทศนี้ ปี ค.ศ.1521 ประวัติศาสตร์ของประเทศนี้กล่าวได้ว่า มีการปกครองโดยประเทศผู้ล่าอาณานิคมมากมาย เช่น สเปน โปรตุเกตุ เตอรกี อเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ ดังนั้นในประเทศนี้จึงเต็มไปด้วยหลายสายเลือดที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลาย
ชนชาวพื้นเมืองของเกาะนิโกรสมีผิวสีดำ ผมดำ เมื่อชาวต่างชาติมาพบเห็น จึงเรียกชื่อเกาะนี้ว่า นิโกรส แต่แท้ที่จริงแล้ว ผิวสีของชาวเมืองนี้มิได้ดำอย่างเชื้อชาตินิโกรแต่อย่างใด หากแต่มีสีผิวที่สวยงาม ละเอียดละมุนตา และเปล่งประกายของความโดดเด่นที่ไม่มีชาติเชื้อใดเสมอเหมือนได้เป็นความสวยงามที่ไม่ต้องมีการแต่งแต้มสีสันเลย มีความเป็นธรรมชาติที่ต้องยอมรับว่า แม้แต่นักท่องเที่ยวที่ไปอาบแดดแล้ว สีผิวสีแทนก็สวยชั่วคราว สู้ไม่ได้จริง ๆ
อย่างไรก็ดี โดยที่มีหลายสายเลือดผสมผสานกันอยู่อย่างมากมาย ที่เมืองบาโคลอด จึงมีหลายสีผิวให้ได้ยลกันอย่างไม่รู้เบื่อหน่าย สายเลือดผสมบางคนก็สองสายเลือด บางคนก็สามสายเลือด และบางคนก็มากกว่านั้น มองไปทางไหนมีแต่สายเลือดพันธุ์ผสมที่หล่อมากสำหรับผู้ชาย สวยมากสำหรับผู้หญิง ถ้าไปเห็นประเภทขาสั้น ๆ ดำ ๆ ขมุกขมอมละก้อ ใช่แล้วชาวพื้นเมืองเก่า ๆ
สถานที่ที่กำหนดให้เป็นเมืองท่องเที่ยวของเขา เป็นเกาะก็มี เป็นชายหาดสวยงามก็มี เป็นนาข้าวแบบขั้นบันไดก็มี ธรรมชาติหลาย ๆ รูปแบบของชาวเกาะน่าสนใจไปทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าสวยมากคือ คนของเขา สวยด้วยรูปร่าง ผู้ชายหุ่นดี ผู้หญิงหุ่นสวย หาคนที่รูปร่างอ้วนท้วนเกินงามได้น้อย มองไปในภาพรวม ๆ 80% ของคนฟิลิปปินส์ ในจำนวนนี้ 30% หน้าตาดี 30% สวยงามและสวยงามมาก 20%
มองไปทางไหน บ้านเมืองก็เจริญเติบโตอย่างเชื่องช้า แต่ความที่เป็นชาติที่มีโอกาสสัมผัสกับชาติตะวันตกและตะวันออกมากกว่าปกติ วิวัฒนาการของวัฒนธรรมจึงก้าวไปไกลมาก จะมองหาสาวที่เอียงอายแก้มแดงปลั่งอย่างสาวไทยนั้นหาได้ยากกว่างมเข็มในมหาสมุทร เป็นมาตรฐานอเมริกันไปทั้งประเทศ นักท่องเที่ยวจากไทยไปก็อาจแตกตื่นใจได้ง่าย ๆ
ที่นี่ทั้งหนุ่มสาวอาจหลงทักผิดตัวว่าเป็น อนันต์ บุนนาค ธงชัย แมคอินไตย์ บิลลี่ โอแกน วรุฒ วรธรรม แอน ทองประสม สีเรียม โอแกน คริสติน่า อากิล่าร์ จักรพรรค์ อาบครบุรี ฯลฯ ลูกผสมที่มีหน้าตาสวยงามเหมือมในจอโทรทัศน์หรือในภาพยนต์ไทยหลาย ๆ เรื่องหรือนักร้องดัง
และเพราะว่ามีเกาะใหญ่น้อยมากมายและกระจายกันอย่างไกลตา การติดต่อสื่อสารเป็นไปด้วยความลำบาก ยิ่งในอดีตที่ผ่านมาแทบว่าจะไม่เคยเชื่อมโยงกันเลยก็ว่าได้ เกาะแต่ละแห่งจึงมีทั้งชนพื้นเมืองที่ปกครองกันเองและมีผู้มาปกครอง จากอดีตที่ติดต่อด้วยทางน้ำคือ เรือ เรือกลไฟจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเรือเฟอรี่ ซึ่งถือกันว่าวิ่งได้รวดเร็วมาก เชื่อหรือไม่ว่า จากกรุงมะนิลามายังเกาะนิโกรสต้องใช้เวลามากกว่า 18 ชั่วโมง ระยะทาง 680ไมล์
หรือถ้าอยากจะเดินทางไปเที่ยวโดยทางเรือจากกรุงมะนิลา ไปยังเกาะมินดาเนา จังหวัดแถบใต้สุดคือ ก๊อตตาบาตู (COTABATO) เมืองที่มีภูเขาไฟและเมืองแห่งผลไม้อร่อย แต่จะต้องใช้เวลานอนไป 2 คืน 3 วัน จึงจะไปได้ถึงหมู่เกาะทะเลใต้ นี่หากคิดจะรักสาวสักคนก็คงจะแสนยากเข็ญ พอดีกว่าจะไปถึงหมดแรงไปเสียก่อนแน่นอน
แต่ในยุคใหม่ มีสายการบินภายในประเทศมากมายหลายสาย เช่น ฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ ซีบูแอร์ไลน์ ฯลฯ มีสนามบินเกือบทุกเกาะที่สำคัญ ๆ เช่นที่เมืองบาโคลอด เกาะนิโกรส เมืองดาเวา เกาะมินดาเนา ฯลฯ การเดินทางติดต่อซึ่งกันและกันก็เป็นไปได้ง่ายและสะดวกขึ้น ท่าขึ้นเครื่องบินภายในประเทศของเขาวุ่นวายและจอแจไม่แพ้ท่ารถเมล์ประจำทางภายในประเทศของไทย
ด้วยเหตุที่เมืองเป็นเกาะอยู่ห่างไกลกันมาก มีน้ำเพื่อการเกษตรอย่างดีและเกินพอดี เพราะว่าวันดีคืนดี การเกษตรกรรมที่กำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตก็ถูกลมมรสุมพัดพาเอาฝนมาเทใส่ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ ผลผลิตการเกษตรกรรมหลายชนิดที่เป็นอาหารล่มสลายไปในชั่วพริบตา ดังนั้นประเทศฟิลิปปินส์จึงขาดความมั่นคงในเรื่องของอาหาร (FOOD SECURITY) ประเทศฟิลิปปินส์จึงเป็นหนึ่งในประเทศที่สั่งนำเข้าข้าวเพื่อการบริโภค
จากการที่นายแซมมวล อังเดรซ์ ผู้บริหารขององค์กรพัฒนาภาคเอกชน (NGOs) ชื่อว่า เฮกส์ (HEKS) ชาวสวิสท์เซอร์แลนด์ ได้รับเงินจากโบสถ์ของชาวโปรเตสแตนท์ ให้นำเงินออกมาช่วยเหลือประเทศที่อดอยาก 88 ประเทศ มีการประมาณกันว่าประชากร 800 ล้านคนอดอยากและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ จำนวน 200 ล้านคนที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากการขาดอาหารโปรตีนและอื่น ๆ ต้องนอนหลับไปด้วยความหิวโหย นายแซมมวล กล่าวว่า ปรารถนาที่จะเห็นความช่วยเหลือระหว่างผู้เหลือจะกินอยู่ไม่มีจะกิน และอยากเห็นความช่วยเหลือระหว่างประเทศที่กำลังพัฒนาด้วยกันด้วย
การประชุมในเกาะแห่งเมืองที่มีรอยยิ้มแสนหวาน ณ โรงแรมการ์เดนท์ โฮเต็ล เรื่อง ความมั่นคงเรื่องอาหาร (FOOD SECURITY) จึงเกิดขึ้น มีมากมายถึง 13 ประเทศร่วมกันพิจารณาหาทางช่วยเหลือกันและกัน โดยเฉพาะกลุ่มองค์กรพัฒนาภาคเอกชน (NGOs) แนวทางที่เป็นจริงและปฏิบัติให้เกิดผลดีได้ ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนด้วยเครือข่ายของการพึ่งพา และบนความพยายามที่จะผลิตอาหารให้พอเพียงสำหรับคนยากจนด้วยกัน
ตลอดจนเงื่อนไขของการผลิตที่จะต้องมีอย่างสม่ำเสมอ มีคุณภาพที่ดี แม้ว่าจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้มีศักยภาพสูงเพียงใดก็ตาม การพยายามใฝ่หาความรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยี การจัดการ และเหนือสิ่งอื่นใด จะต้องดำรงไว้ซึ่งการอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อยู่ในกรอบของวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม ความเชื่อ ศาสนา และกฎหมายของบ้านเมือง ซึ่งผลกระทบต่อระบบธรรมชาติค่อนข้างล่อแหลมต่อการพังทะลายของ Food security
หัวหน้าองค์กรพัฒนาภาคเอกชนอย่างนายลอท มิรานด้าและบาร์บารา สาลาซาร์ ของเฮกส์ ซึ่งมีความสำคัญและมีความชำนาญอยู่แล้วคงช่วยเหลือคนฟิลิปปินส์กันเองได้มากมาย ส่วนในสายตาของคนนอกอย่างผมมีมุมมองว่า ในสภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศฟิลิปปินส์ มีความแตกต่างจากกลุ่มประเทสไทย เขมร ลาว เวียตนาม จีน เมียนม่าร์ อินเดียฯ เพราะว่าแต่ละเกาะมีความแตกต่างกันและกันอยู่ในตัว ดุลยพินิจย่อมมีขีดจำกัดที่ชี้ประเด็นไปได้แน่วแน่ว่า
ในแต่ละชุมชนของแต่ละเกาะต้องช่วยตนเองกันเป็นหลัก ด้วยหลักการเบื้องต้นเพียงแค่ความพอเพียงในครอบครัว ซึ่งอาจได้มาจากทางตรงโดยการผลิตอาหารนานาประเภทและทางอ้อมด้วยการหางานทำให้มีเงินมาซื้อหาอาหารกิน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ชลอการคิดเรื่องของการตลาดระดับโลก และการมั่งมีจากการฝืนธรรมชาติ มองหาสิ่งที่ดีและขายในสิ่งที่มีอยู่
ที่จังหวัดอ่างทอง ห่างจากกรุงเทพมหานครเพียง 110 กม. หลายหมู่บ้าน หลายตำบล หลายอำเภอ ผลิตอาหารทั้งพืชบก พืชน้ำ สัตว์บก สัตว์น้ำ เป็นอาหารอย่างพอเพียง เมื่อกินพอเขาก็แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันได้ หรือบางคราวก็ซื้อหากันด้วยราคามิตรภาพ มีการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มผู้ผลิตที่เหนียวแน่น มีการเชื่อมโยงไปยังชุมชนใกล้เคียงและมีการนำสินค้าที่เกินพอเพียงออกไปยังตลาดที่กว้างขวางขึ้น ทุกคนต้องมีงานในสวนในไร่ทำ หรือต้องออกไปหาแรงงานรับจ้างด้วย
ไม่เคยมีคนอดตายในประเทศไทยเพราะขาดอาหารและอดอยากหิวโหย แต่มีคนขาดสารอาหาร เพราะว่าความรู้เรื่องการรับประทานไม่ถูกต้องหลักโภชนาการ ไม่เคยมีคนยากจนหากว่าเป็นคนขยันขันแข็ง และประเพณีลงแขกแม้จะหายไปไกลแสนไกลแล้วแต่ก็เคยมีประวัติศาสตร์ที่รำลึกถึงได้อยู่ไม่ไกลเกินไปกว่าการจะลืมเลือน