นิทานเรื่องพ่อลูกสามกับงานฉลองบริษัท 50 ปี กาลครั้งหนึ่ง พ่อผู้ให้กำเนิดแก่ลูกชายสามคน ลูกชายคนโตมีความชาญฉลาด ร่างเล็กกระจ้อยร่อย แต่วาจาคมคาย และสาดกระแสวิจารณ์ได้อย่างเจ็บแสบ มีความรับผิดชอบสำหรับตนเองดีเลิศสมกับที่เป็นบุตรชายคนโต พ่อฟังวาจาและกริยาที่สุภาพเสมอ ก็เกิดความเชื่อมั่นค่อนข้างสูง อะไรที่ลูกชายคนโตเสนอแนะก็เปล่งวาจาสนับสนุนว่า ดี ด้วยความชื่นชม ลูกชายคนที่สอง ท่วงทีคมสันมาดนักวิชาการผสมนักการเศรษฐศาสตร์ พริ้วลู่ลมตลอดเวลา
ลูกชายคนสุดท้อง ร่างกระทัดรัดฉบับกระเป๋าเลย หน้าตาท่าทางบอกแววเฉลียวฉลาด กริยามารยาทอ่อนน้อมนุ่มนวล ทีท่าเช่นนี้เป็นนักประนีประนอมความได้เยี่ยม แต่คราใดที่ได้เวลาต้องใช้ความรุนแรงก็ได้เห็นกันเสมอในครอบครัวว่าไม่ยอมใครง่ายๆเลยทีเดียว ลูกชายคนนี้ ถนัดเป็นพิเศษกับงานการพัฒนาธุรกิจการค้า การประสาน การจัดหาแต่ละก้าวๆอย่างสุขุมที่จะเติบโต พ่อพินิจพิจารณาแล้วก็ว่า ดี และเชื่อมั่นสติปัญญา ลูกชายสามคนกับพ่อนักธุรกิจที่มีกิจการมากมายขุมทรัพย์มหาสมบัติของตนจะฝากฝีมือกับใครได้ ลูกทั้งสามคนก็ดูจะน่าเชื่อถือไปทั้งหมด ทุกคนปราถนาดีที่จะขอเข้ามาช่วยการบริหารกิจการ พ่อดีใจและภาคภูมิใจอย่างยิ่ง สมบัติที่มีอยู่ทั้งหมดให้ผลผลิตสูง เป็นกิจการที่ทำกำไรให้ลูกทั้งสามคนได้แน่นอน หากมีโอกาสได้แสดงความสามารถ วันหนึ่งเมื่อปี 2537 ลูกชายคนโตเข้ามาขอพบแล้วเอ่ยว่า บริษัทของเราก็มีอายุจะปีที่ 50 แล้ว ที่บริษัทยั่งยืนมาได้ถึงปานนี้ก็ด้วยความสามารถของพ่อแท้ๆ ลูกจะขอรับผิดชอบเพื่อให้พ่อได้พักผ่อน และรอรับเกียรติยศในงานเฉลิมฉลองที่บริษัทของเราครบ 50 ปี ลูกตั้งใจจะเชิญชวนพรรคพวกร่วมกัน เพื่อขยายงานเป็นเกียรติยศให้แก่พ่อให้ได้ในวงเงิน 15,000 ล้านบาท ไม่มีต่ำกว่านี้ มีข้อแม้ว่าจะต้องขอบริหารบริษัททั้งหมด พร้อมกับของบสนับสนุนปีแรก 570 ล้านบาท พ่อพิจารณาแล้วก็ตกลงยินยอม ให้เวลา 3 ปี พร้อมรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจยิ่งกับข้อเสนอ ท่ามกลางความอิดฉาริษยาจากลูกๆอีกสองคน ซึ่งเฝ้ามองว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เวลาล่วงเลยมา 1 ขวบปี ลูกชายคนโตบริหารบริษัทด้วยลักษณะงานโชว์เต็มกำลัง แต่แล้วก็เกิดความผิดพลาดใหญ่หลวง จนเป็นข่าวเกรียวกราวว่า มีการเล่นไม่ซื่อในกิจการ จนเกิดความเสียหายยับเยิน เงินก้อนโตที่พ่อให้ไว้ก็ละลายไปแทบสิ้น เหตุเกิดจากการวางแผนผิดพลาด และอำนาจแฝงเร้น พ่อตัดสินใจให้ลูกชายตนโตหยุดการบริหาร แล้วให้ลูกชายคนรองเข้ามาทำการแทน ผลของการวิจัยประเมินผลพบว่า สาเหตุที่เกิดความผิดพลาดมีเหตุมาจาก ความหละหลวมของแผนการที่วางใจคนมากเกินไป เกิดจากความไม่สามัคคีในหน่วยงานย่อยของบริษัท อำนาจแฝงมีอิทธิพลเหนืออำนาจบารมี กำหนดเป้าหมายสูงเกินไปไม่สัมพันธ์กับช่วงเวลาที่สั้นเกินไป เมื่อได้ผลสรุปเช่นนั้นแล้ว ลูกชายคนที่สองก็นิ่งเฉย แม้ว่าเวลาที่ก้าวล่วงมาใกล้จะถึงงาน 50 ปีก็ตาม เพราะว่าความคิดเริ่มงานนั้นมันมันสมองของพี่ชายคนโต เรื่องอะไรจะทำให้ได้หน้า สู้ปล่อยให้ล่มจมต่อไปและเสียความรู้สึกของพ่อและบริวารมิดีกว่าหรือ เป็นการทำลายเครดิตกันทางอ้อม หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ความผิดจนพ่อเสียใจก็เกิดขึ้น พี่ชายคนโตหมดหวังครองสมบัติแน่ๆแต่กระนั้น ลูกชายคนที่สองก็พยายามที่จะของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อบริหาร แต่อดครับพ่อไม่ให้ ในที่สุดพ่อทนดูพฤติกรรมความไม่ปรองดอง และสามัคคีของลูกชายไม่ได้ จึงตัดสินใจอีกครั้งกับความหวังใหม่ ให้ลูกชายคนที่สามซึ่งมาแววนักธุรกิจเต็มตัว ความหวังครั้งนี้พ่อหวังว่า จะสามารถเฉลิมฉลองบริษัทครบ 50 ปีให้ได้ด้วยความสง่าผ่าเผย งานบริหารต่างๆยกให้หมด พ่อนั่งยิ้มรอว่า คราวนี้ท่าจะไม่ผิดหวังและคงได้ฉลองบริษัทครบ 50 ปีแน่นอน ก่อนจะแก่ตายไปเสียก่อน ลูกชายคนที่สามบริหารบริษัทไปได้ไม่ทันไร เกิดเหตุการณ์ร้ายจากภัยธรรมชาติตลอดเวลา เดี๋ยวเกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ กิจการบริษัทแทบหยุดชะงัก บริษัทย่อยๆรวนกันไปหมด ปัญหาเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ประเดี๋ยวก็ประท้วง ประเดี๋ยวก็เดินขบวน ลูกชายคนที่สามวิ่งแก้ปัญหาตลอดเวลา จนลืมไปแล้วว่า จะใกล้เวลาครบรอบฉลองอายุบริษัทครบ 50 ปี พ่อนั่งมองเหตุการณ์และวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆไปด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ว่าการเฉลิมฉลองบริษัทอาจไม่สำเร็จในคราวครบ50 ปีแต่ก็น่าจะมีการวิเคราะห์วิจัยประเมินผลโครงการให้ได้มีการปรับปรุงแผนการ และพัฒนารูปแบบการบริหาร เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักให้ได้ ก็ยังดีกว่าการปล่อยให้เหตุการณ์เป็นไปตามยะถากรรม พ่อพูดไม่ได้ พ่อบอกก็ไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นสัญญาลูกผู้ชาย ที่ลูกๆให้ไว้ เป็นความหวังของพนักงานทั้งบริษัทและรอลุ้นอยู่ทุกเวลา วันเวลาล่วงเลยมา จนเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะครบกำหนดการณ์ที่ได้รับรู้แผนการต่างๆกันอยู่ รู้อยู่แก่ใจทุกคน รู้แล้วเพิกเฉย รู้แล้วถือว่าไม่ใช่ความคิดของตน รู้แล้วปล่อยให้เกิดความเสียหาย รู้แล้วสักแต่ว่าทำๆกันไปให้ได้ชื่อว่าได้ทำ แต่เพราะว่าความผิดพลาดของพี่ชายทั้งสองคน จึงเกิดความเสียหายเช่นนี้ขึ้น เหตุเกิดซ้ำสองซ้ำสามเช่นนี้ ไม่ว่าๆจงใจจะเรียกว่าอะไร ในแผนการเดิมที่กำหนดไว้ ลูกชายคนโตตั้งใจจะทำให้แก่พ่อ เพื่อเทิดทูนพ่อแสดงพลังความสามารถ จงรักภักดี และเพื่อผลประโยชน์ของคนทั้งบริษัท จักได้ภูมิใจ แต่เพราะอำนาจแฝงเร้นหลายประการ จึงประสบความล้มเหลวอย่างไม่น่าเชื่อ ลูกชายคนที่สองรับงานต่อก็ปล่อยเลยไปเหมือนไม่ใช่หน้าที่ ก็ทำเหมือนกัน เดินทางไกลร้องเพลงเล่น จนกระทั่งหมดเวลาเพราะว่าพ่อตัดสินใจครั้งใหม่ เรื่องจึงจบไม่ลง ลูกชายคนสุดท้องเป็นความคาดหวังของพ่อว่า จะได้คนใจกว้าง สมองใส ใจกล้า และมีความสามารถเข้ามาทำให้แผนการเดิมบรรลุผล หนาวนี้ลูกชายคนที่สาม พ้นจากภาวะน้ำท่วมแล้ว หากมีเวลา ช่วยหันมามองดูหน่อยสิว่า ในวาระครบ 50 ปีบริษัทครั้งนี้(ธันวาคม 2539)จะทำตามแผนการเดิมของพี่ชายคนโตเพื่อพ่อ หรือจะเลิกเพื่อสร้างเรื่องราวใหม่ให้แก่พ่อ หรือว่าจะปล่อยให้พ่อต้องเสียใจ คิดดูดีๆ
เรื่องนี้ดังไปทั้งโลกแล้ว บรรดาบริวารรอฟังอยู่ทุกคน หรือว่าจะเป็นดังที่โบราณเคยว่าไว้ พ่อแม่มีลูกหลายคนยังเลี้ยงได้ แต่พ่อมีเพียงคนเดียวลูกเลี้ยงไม่ได้ ก็ให้มันรู้ไป
บุคลิคลักษณะน่าเชื่อถือ พูดจาฉาดฉาน ไพเราะเสนาะหู ฟังดีๆเคลิบเคลิ้มหลงไหลไปได้ง่ายๆ ลูกชายคนนี้ร่างใหญ่โตผิดคน ผิวออกคล้ำๆ ใบหน้ากร้านกว่าวัย แต่สมองและปฏิภาณว่องไว ไม่เสียแรงที่เกิดมาเป็นลูกชายคนกลางที่สุขุมและนิ่มนวล พ่อพินิจพิจารณาแล้วก็ร้องในใจว่า ดี และชื่นชมเช่นกัน