http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,653,354
Page Views17,011,857
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

การจัดการทรัพยากรป่าไม้ เป็นลุ่มน้ำ

การจัดการทรัพยากรป่าไม้ เป็นลุ่มน้ำ

การจัดการทรัพยากรป่าไม้ เป็นลุ่มน้ำ

                                                          ธงชัย เปาอินทร์    

          นิยามของคำว่า ลุ่มน้ำ (Watershed) คือพื้นที่รองรับน้ำฝนโดยน้ำฝนที่ตกลงมาในลุ่มน้ำเดียวกันจะพากันไหลไปออก(Outlet)ที่จุดเดียวกัน (นิวัติ เรืองพานิช 2541) นั่นคือพื้นที่ที่โอบล้อมด้วยแนวขุนเขาจนเป็นวงรอบๆพื้นที่ที่น้ำทุกส่วนจะไหลรวมกันลงไปสู่ลำห้วยย่อยๆแล้วไหลไปสู่ลำห้วยสาขาใหญ่ในที่สุดไหลไปออกที่จุดเดียวกัน  สันปันน้ำจึงเป็นเส้นแบ่งลุ่มน้ำ 

       
                                                   ป่าอุ้มน้ำไว้ให้ไหลรินริน

           ประเทศไทยแบ่งออกเป็นลุ่มน้ำสำคัญๆได้  25 ลุ่มน้ำ  เช่นลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ปิง  วัง  ยม  น่าน  ป่าสัก  สะแกกรัง  แม่กลอง  ท่าจีน  เพชรบุรี    สะแกกรัง  ป่าสัก  ตาปี  โขง  ชี  มูล  ปราจีนบุรี  ปัตตานี  ภาคใต้ฝั่งตะวันตก  สาละวิน      บางปะกง  เป็นต้น   ซึ่งมีทั้งลุ่มน้ำที่มีจุดไหลเข้าและไหลออกนอกพื้นที่ประเทศไทย 

          ในแต่ละลุ่มน้ำมีลักษณะภูมิประเทศ  ลักษณะภูมิอากาศ  ทรัพยากรพันธุ์พืช(ป่าไม้)  สัตว์ป่า    ทรัพยากรมนุษย์  แตกต่างกันไปอย่างชัดเจน  ดังนั้นการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แต่ละลุ่มน้ำจึงแตกต่างกันไปตามสภาพธรรมชาติที่เป็นฐานทรัพยากร ปัญหาที่เกิดและดับก็ต่างกันเช่นกัน  การบริหารจัดการแต่ละลุ่มน้ำก็ต้องแตกต่างกันไป  ยุทธศาสตร์ที่จะวางจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยแต่ละลุ่มน้ำ

ตัวอย่างเช่นลุ่มน้ำแม่กลอง มีพื้นที่ทั้งลุ่มน้ำ 30,198 ตร.กม. หรือ 18,873,750 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ตาก สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสงคราม  น้ำจะถูกรองรับและไหลไปจากลุ่มน้ำสาขาที่สำคัญๆได้แก่  ลุ่มน้ำแควใหญ่ตอนบน  ลุ่มน้ำแควน้อยตอนบน  ลุ่มน้ำแควใหญ่ตอนล่าง  ลุ่มน้ำแควน้อยตอนล่าง  ลุ่มน้ำห้วยขาแข้ง  ลุ่มน้ำห้วยตะเพิ่นคี  ลุ่มน้ำภาชี  ลุ่มน้ำที่ราบแม่กลอง  ลุ่มน้ำห้วยปิล็อก  ลุ่มน้ำห้วยแม่จัน  ลุ่มน้ำห้วยแม่ละมุง ไปลงแม่น้ำแม่กลองแล้วไหลไปออกที่จุดเดียวกันในปริมาณน้ำเฉลี่ยรายปี  9,478 ล้าน ลบ.ม.  ไหลลงทะเลที่อ่าวไทย 

                    
                                   บนเขาต้องเป็นป่าปก
         เมื่อปี พ.ศ.2543 ส่วนวิเคราะห์ทรัพยากรป่าไม้จากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า  ลุ่มน้ำแม่กลองมีป่าเบญจพรรณ 41.37
% ซึ่งเป็นป่าประเภทผลัดใบหรือเรียกว่าป่าโปร่ง การรองรับน้ำได้ดีแต่ศักยภาพในการดูดซับน้ำและลดแรงตกกระทบสู้ป่าดงดิบแล้งหรือดงดิบเขาไม่ได้ ป่าดิบเขา 14.16%  ป่าดิบแล้ง 4.42 %  รวมกัน 18.58%  ส่วนใหญ่พบว่ามีอยู่เป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อยตามริมห้วยหรือสันเขาสูงชัน 

ป่าไผ่ 2.81% ป่าเต็งรัง 1.65% และป่าฟื้นฟูตามธรรมชาติ 1.28%  ของพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง  ในลุ่มน้ำนี้มีพื้นที่เพื่อการเกษตรกรรม 30.42%  เป็นที่อยู่อาศัย  ที่สาธารณะประโยชน์  แหล่งน้ำ  รวม 6.79% รวมแล้วลุ่มน้ำนี้มีพื้นที่ป่าไม้เหลืออยู่ 62.79%ของลุ่มน้ำ  ก็ดีกว่าไม่มี  แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ป่าที่มีอยู่ 62.79%อยู่ตรงส่วนไหนของลุ่มน้ำ  ถ้ามีอยู่ในจุดที่ส่งผลกระทบสูงก็จะดีกว่าอยู่ในจุดที่แทบไม่ส่งผลต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำ

ข้อมูลยังบอกว่า พื้นที่ 60% หรือ 11,324,250 ไร่(18,118.8 ตร.กม.)ของลุ่มน้ำนี้อยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี  ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ประเภทอุทยานแห่งชาติ  9 แห่ง พื้นที่ 5,112.30 ตร.กม.(16.93%ของลุ่มน้ำแม่กลอง)   เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  5 แห่ง พื้นที่ 9,975.77 ตร.กม.(33.03% ของพื้นที่ลุ่มน้ำ) และหน่วยจัดการต้นน้ำ 5 หน่วย พื้นที่ 1,532.04 ตร.กม.  (5.07%ของพื้นที่ลุ่มน้ำ)และพื้นที่ส่วนเหลืออีกส่วนหนึ่งที่เล็ดลอดการจัดการ                

                    

                               ถ้ามีป่าคลุมเต็ม ความชุ่มชื้นสูง
          คราวนี้ลองมากำหนดจุดลุ่มน้ำขนาดเล็กเช่น  ลุ่มน้ำภาชีในเขตจังหวัดราชบุรี  ที่มีพื้นที่ 2,535.50 ตร.กม. ค่อนข้างวิกฤตเพราะว่ามีพื้นที่ป่าไม้เหลืออยู่เพียง 1,162.26 ตร.กม. เป็นป่าเสื่อมโทรม  1,373.22 หรือ 54.16
% ของลุ่มน้ำภาชี  ดังนั้นในพื้นที่เสื่อมโทรมดังกล่าว ต้องกำหนดยุทธศาสตร์ตามลักษณะพื้นที่เสื่อมโทรมไป เช่นถ้าพื้นที่เสื่อมโทรมดังกล่าวเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชัน  ต้องปลูกป่าฟื้นฟูต้นน้ำ  แต่ถ้ามีพื้นที่เสื่อมโทรมมากในพื้นที่ที่เป็นที่ดินทำกินแบบไร่เลื่อนลอยหรือที่ดินส.ป.ก.4-01 หรือ น.ส.3ก. ยุทธศาสตร์ต้องเป็นการฟื้นฟูพื้นที่ด้วยป่าปลูกของภาคเอกชน  ด้วยการนำเสนอ  เปลี่ยนแปลงแนวคิดการทำกินจากไร่อ้อยหรือพืชไร่เป็นการปลูกป่าเป็นอาชีพ  เราก็จะได้พื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้น

                         

หรือที่ลุ่มน้ำห้วยตะเพินคี เขตอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ 2,496.32 ตร.กม. มีผืนป่าไม้เหลืออยู่ 939.82 ตร.กม. เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม 1,556.50 ตร.กม.หรือ 62.4%ของพื้นที่ลุ่มน้ำ การวิเคราะห์ต้องลงไปดูว่าเสื่อมโทรมมากตรงจุดไหนก็ดำเนินการตามแนวทางที่เขียนถึงในลุ่มน้ำภาชี  แต่กรณีลุ่มน้ำห้วยตะเพินคีต้องเร่งด่วนมากกว่าเพราะว่าสถานภาพค่อนข้างวิกฤต

แต่ถ้าพื้นที่เสื่อมโทรมอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ประเภทอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  การฟื้นฟูสภาพป่าไม้ต้องอยู่ในหลักการที่กำหนดในการจัดการฟื้นฟูทรัพยากร  กติกาของการเสริมสร้างพื้นที่ป่าไม้ทดแทนจึงมีปัจจัยหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ พื้นที่ที่จะจัดการนั้นอยู่ในสถานภาพใด  ควรจัดการด้วยวิธีการใด  ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย

                        
                                                              มีน้ำก็มีนา
       การจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้านป่าไม้ลงลึกลุ่มน้ำจึงต้องประมวลสถานภาพลุ่มน้ำ  จุดเด่นที่มีป่าไม้อยู่แล้วต้องรักษาไว้ให้ได้ทั้งการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและการบุกรุกพื้นที่ทำไร่เลื่อนลอยไม่ให้เกิดเพิ่มขึ้น ส่วนจุดด้อยพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมต้องระดมสรรพกำลังฟื้นฟูขึ้นใหม่ด้วยความจริงจัง  โดยเฉพาะโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติที่ได้ปลูกแล้วต้องบำรุงรักษาไว้ให้เจริญเติบโตต่อไป  พื้นที่
FPT ที่เหลืออยู่ต้องหาวิธีการดำเนินการต่อให้บรรลุเป้าหมาย   

                       
                                                  อุดมสมบูรณ์
        การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในและนอกพื้นที่ผืนป่าในกรอบลุ่มน้ำ  ต้องมีแนวทางปฏิบัติที่แน่ชัดและได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจนกว่าการปฏิบัติจะลุล่วงด้วยดี  เพราะว่าถ้าทำๆหยุดๆไม่ต่อเนื่อง  คงไม่เกิดผลสัมฤทธิ์เหมือนเคย  ไม่ศักดิ์สิทธิ์  ไม่แน่วแน่ ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีจริงใจ และไม่จริงจัง มันเละตุ้มเป๊ะ  งบประมาณแผ่นดินเละเป็นโจ๊ก โดยเฉพาะการสรรหาคนที่จะดำเนินการก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เอาโจรมาเฝ้าป่าก็คิดดูกันเอง อะไรจะเกิดขึ้น

แต่เพื่อนสื่อมวลชนหญิงคนหนึ่งบอกกับผมว่า "ข้าราชการกินเล็กกินน้อย แต่นักการเมืองซิกินคำใหญ่ บ้านเมืองเสียหายวายป่วงก็เพราะพวกมัน" เช่นเดียวกับที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เคยเขียนเอาไว้ "หยุดโกงกินกันสักปีเดียว บ้านเมืองเราก็รวยแล้ว" สาธุ สาธุ 
         วาระประเทศไทย "หยุดโกงกินเพื่อชาติสัก 365 วัน" ดีไหม 

Tags : Man made forest

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view