ผาแต้มเมื่อฝนพรำ
ถ้าจะไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ภาพที่ฟ้องต้องไปหน้าหนาว ยิ่งช่วงวันจะขึ้นปีใหม่นอกจากได้ไปชมภาพเขียนสีโบราณแล้วยังได้เฮฮากันมันส์ๆวันเคาต์ดาวน์กลางแจ้งท่ามกลางไอหมอกกรุ่นๆ หลับฝันกับการรอรับแสงแรกแห่งสุรีย์ที่ได้รับก่อนใครในประเทศไทย หรือไม่เช่นนั้นก็วันดอกไม้บานตระการทุ่งดุสิตาที่ผาชะนะได เหลือเพียงกลุ่มเดียวที่มาเยี่ยมยามตามฝน ตากล้องมืออาชีพ เพื่อบันทึกภาพน้ำตกแสงจันทร์กับน้ำตกสร้อยสวรรค์ ความงามสุดพรรณนา แค่นี้หรือคือ “ผาแต้ม”
รำลึกอดีตที่ไม่อาจหวนคืน..
เมื่อกว่า 30 ปี มีอาชีพเป็นนักวิชาการป่าไม้ เดินสำรวจสิทธิอยู่อาศัยและที่ดินทำกินชุมชนในป่าสงวนแห่งชาติ ไล่มาตั้งแต่ป่าท้องที่อำเภอเขมราฐ โพธิ์ไทร(ตำบลเดิม) ศรีเมืองใหม่ และโขงเจียม ป่าดงพงไพรในครั้งนั้นแหงนมองขึ้นไปมองไม่เห็นตะวัน เรือนยอดไม้ยาง ตะเคียนทอง กะบาก สนสองใบ บดบังอำพรางไว้ เดินผ่านร่มเงาเย็นสบายๆ ไม่เหนื่อยนัก
จะโดนแดดสาดใส่ก็เมื่อเข้าเขตป่าเต็งรังซึ่งเป็นป่าผลัดใบ บางทีก็เรียกกันว่าป่าแพะ(ดินเป็นกรวดคล้ายขี้แพะ) ที่มักแซมแทรกอยู่กับพะลานหินกว้างใหญ่หลายแห่ง ดารดาษไปด้วยกอกกต้นกล้วยไม้ป่าเฉพาะถิ่นชื่อแดงอุบล ชูช่อสีชมพูอมม่วงโดดเด่น ต้นรังทิ้งใบแก่แต่ผลิช่อดอกระย้าสีเหลืองสดใส ลำต้นคดงอเพราะว่าดินตื้น เมื่อรากคด ต้นก็คด กลายเป็นภาพสวนหย่อมธรรมชาติสรรค์สร้างอย่างลงตัว
บางช่วงเป็นทุ่งหญ้าโล่งๆ พรานนำทางขึงตาข่ายตาใหญ่ที่เตรียมไปด้วย แล้วเดินโอบไปอีกด้าน พลันก็ตะโกนและตีเกราะเคาะไม้ให้เกิดเสียงดัง เจ้ากระต่ายป่าสีเทา ตื่นตูมกระโดดออกมาจากพงหญ้า แล้ววิ่งห้อตะบึงไปข้างหน้า โดยไม่รู้ว่า มีตาข่ายขึงอยู่ มันชนตูมก็กระเด็นกลับออกมา หงายท้องตีลังกาหลายตลบ เสร็จมนุษย์หัวดีจับได้กลายเป็นอาหารแสนโอชะ
เดินผ่านชายป่า มองเห็นโป่งฉ่ำชื้นกลางป่า มีนกเปล้าสีสวยเป็นฝูงล้อมวงกันดื่มกิน เสียงปืนจากพรานไพรดังเปรี้ยงๆ เสียงกระพือปีกโผขึ้นสู่ท้องฟ้าดังพรึบพับ ส่วนที่เหลืออยู่เป็นนกเจ้ากรรมสองตัวนอนตาย รอให้เก็บไปปิ้งแกล้มอาหารยามเย็น สมดุลแห่งพงไพรสืบทอดชีวิตสู่ชีวิต ผิดไหม
บางช่วงลงเรือหางยาวล่องแม่น้ำโขงเพื่อลดขั้นตอนการเดินสำรวจลงไปได้เยอะ ละอองน้ำเย็นๆกระเด็นมาต้องตัวและใบหน้าที่ชาจากแรงลม ทิวทัศน์เกาะแก่งสวยงามเหลือเกิน พอเรือวิ่งผ่านแก่งสามพันโบก(โพรง) อูย!!!..ตื่นเต้นและสวยจับใจ น่าเสียดายที่ในสมัยนั้นไม่มีกล้องสักตัว มองไปรอบๆชายฝั่งที่เป็นโพรงบ้าง หน้าผาบ้าง มีนาคน้ำจืดลอยคอเล่นน้ำอยู่ เป็นฝูงๆ
เมื่อมองเห็นหน้าผาแต้ม ก็เป็นเพียงหน้าผาหิน เมื่อครานั้นไม่มีใครรู้เลยว่า มันเป็นจารึกอารยะธรรมผ่านภาพเขียนสี ที่มีวิวัฒนาการมานานนับหลายพันปี เข้าทำนอง แต่ก่อนคนเรายังโง่อยู่เลย วันนี้ ผมถึงต้องเดินทางมาลุยละอองฝนเพื่อถ่ายถอนอดีตที่เคยโง่งม(โข่ง) ตามผมไปนะครับ
วัดถ้ำคูหาสวรรค์กราบหลวงพ่อคำคนิง
รถยนต์กระบะเช่าเหมาวันจากเครือข่าย คุณคฑาวุธ พานิชกิจ(ขุน) โทร.086-8704263 วิ่งผ่านอำเภอโขงเจียม ป้ายบอกทางขึ้นชื่อวัดถ้ำคูหาสวรรค์ และกำลังจะผ่านเลย แต่เฉลียวใจนักว่า เจดีย์สวยจัง โบสก์ก็สง่างาม แวะหน่อยดีกว่า จอดรถยนต์หน้าโบสก์กดรูปแช๊ะๆ เดินไปกดรูปเจดีย์อีก สวยแปลกตา เห็นตอไม้แปลกตากดไว้อีก โอ้โฮ ดงกล้วยไม้ป่านานาพันธุ์เพียบเลย วัดนี้สะสมพันธุ์ไว้ให้ดูเล่นหรือ
เดินตามป้ายบอกทางลงไปกราบศพในโลงแก้วหลวงปู่คำคนิง กราบสามทีด้วยความเคารพ ใต้เพิงถ้ำหินโล่งๆแบบอีสาน มีวัดถ้ำแห่งนี้สถิตอยู่อย่างน่าเคารพยำเกรง การก่อสร้างได้จังหวะ ญาติโยมมาร่วมทำบุญท่าทีสงบ เยือกเย็น พระสงฆ์นั่งรอเวลาและทำกิจของสงฆ์ตามปกติ ผมจากลามาด้วยความสนใจ ถ่ายภาพไว้มากมาย กดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนรุ่นน้อง คุณ
จึงได้รู้ว่า ชาติภูมิของหลวงปู่นั้นท่านเป็นคนลาว บ้านหนองบัว แขวงคำม่วง เกิดวันพุธ ปีกุน มีพี่น้อง 5 คน บุตรนายคินทะโนราชกับนางนุ่น เคยมีครอบครัวเมื่ออายุ 18 ปี มีบุตร 2 คน ทำงานเป็นหัวหน้ากรมโยธา 8 ปี เกิดอาการเบื่อหน่ายจึงขอภรรยาว่าจะบวชสัก 7 วัน แต่แล้วชีวิตก็บิดผันไปเมื่อท่านฝันว่าแม่มาบอกว่า อย่าได้สึกเลย แต่เมื่อบอกภรรยาก็ไม่ยอม ต้องสึกออกมาแล้วทำมาหาเลี้ยงครอบครัว
ในที่สุด ลูกๆโตจนพ้นอกไปแล้ว ภรรยาท่านจึงอนุญาตให้บวชได้อย่างใจปรารถนา จนท่านได้พบกับพระอาจารย์เหม่ย ผู้ทรงคุณวิชาแก่กล้า ให้ลูกมะพร้าวแทนหมอนจะได้ไม่หลับนอนมากไป ท่านฝึกสมาธิหนักตามวิชาอสุภกรรมฐาน จากนี้ไปเป็นเรื่องที่ท่านผู้สนใจจักได้อ่านจากหนังสือประวัติอันพิสดารของท่านต่อไป
ถ่ายภาพน้ำตกแสงจันทร์ ฝันถึงน้ำตกสร้อยสวรรค์
เพื่อนๆ ตากล้องมักย่องมาถ่ายภาพในความเป็นจริงของหน้าฝนหลั่งน้ำหลาก น้ำตกสวยเป็นพิเศษ ผมเดินตามทางลาดลงก็ได้ยินเสียงน้ำตกกระทบหินผาและสายน้ำซ่านซ่า พอเห็นน้ำตกแสงจันทร์สาดส่องลงมาจากสวรรค์(รู)แค่นั้น ผมดีใจที่ได้มายามเมื่อฝนพรำ สวยจับใจ กดชัตเตอร์ถี่ยิบ
เหลียวมองไปรอบๆ เห็นดงดอกกระเจียวที่เรียกว่าฉัตรทอง สีชมพูหวานละมุน อดใจไม่ได้ ก้มลงถ่ายรูปเก็บไว้ อีกพันธุ์ไม้ดอกหนึ่งที่ชวนอนุรักษ์และขยายเผ่าพันธุ์ ให้หนาตามากขึ้นๆ จนกลายเป็นดงดอกกระเจียวแบบเดียวกับอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่โดดเด่นด้วยดอกกระเจียวดอกเดียวแท้ๆ
มาติดใจเอาตอนขึ้นมาที่ลานจอดรถยนต์ เห็นป้ายชื่อน้ำตกก็สวยแปลกตาดี แต่พอเห็นดอกดาวกระจายสีเหลืองบานสะพรั่ง นึกในใจ พลาดได้ไง ก็มันเป็นดอกไม้ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ(Exotic Species) เขาจะไม่นำไปปลูกในเขตป่าอนุรักษ์ทั้งประเภทอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เชยเลย
ย้อนลงไปอีกหน่อยเข้าไปทางแยกน้ำตกแสงจันทร์ พบพืชพันธุ์สวยๆและมีค่ายิ่ง เช่นดอกสีม่วงของต้นสังกรณี แล้วก็ยังได้เห็น ไม้ค้ำ เป็นไม้ไผ่เล็กๆค้ำอยู่ใต้เพิงผาที่ผ่านพบ แปลกและดูน่าฉงน มันคืออะไร เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติต้องศึกษาหาความรู้เรื่องราวของมันให้ได้ว่า เป็นความเชื่อเรื่องใดกัน ถ่ายภาพน้ำตกแสงจันทร์แล้วก็ออกเดินทางเข้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวโดดเด่นเลย
ผาแต้ม ฤา มีเพียงภาพเขียนสี
บนถนนลาดยางที่มุ่งสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ผมจอดรถยนต์หลายกึกเพื่อลงไปเก็บภาพสวยๆของดอกไม้ป่าข้างทาง ต้นพุดผาดอกสีขาววันนี้เติบโตเป็นผลสุกสีส้มอมแดง ใบที่เล็กกลมมนแข็งแรงสีเขียวอ่อนละมุนบนลีลาคดโค้งของกิ่งก้าน ชวนให้ถ่ายรูปเก็บไว้ เอื้อยนาง
ผมย่ำผ่านกอหญ้ามากมายหลายชนิด บันทึกภาพดอกไม้ป่าสวยๆได้หลายชนิดเช่น
ดอกหงอนนาค ดอกเอ็นอ้าน้อย ดอกข่าชนิดหนึ่ง
ดอกพนมสวรรค์ ดอกเอ็นอ้าขน จอกบ่วาย
สรัสจันทร สนทราย ดอกดิน
ดอกหงอนนาคสีม่วง ดอกสรัสจันทรสีเหลือง มีดวงตาสีน้ำตาลเข้าหลบอยู่ใต้กลีบดอก ฝนพรำๆ ก็ยังย่ำไปตามลานหินและกอหญ้า ได้เรียนรู้ว่าหน้าฝนคนลืมไปเลยว่า มีดอกไม้สวยงาม
ดอกนางฟ้าจำแลง (ปออีกชนิดหนึ่ง)
จอดรถยนต์แล้วเดินขึ้นไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ได้รับการต้อนรับที่มีอัธยาศัย เยี่ยมครับ เขายังแจกซีดี แผ่นพับ พร้อมให้มัคคุเทศก์ของอุทยานแห่งชาติอีก 1 คน คุณธรรมรัชต์ พฤกษชาติ ลูกจ้างชั่วคราวงบเหมาบริการ ซึ่งจบปริญญาตรีพลศึกษา จากมหาวิทยาลัยราภัฎมหาสารคาม (082-7533776) ทำให้ผมได้ความรู้มากขึ้น
แค่เดินลงจากศูนย์บริการ ก็เห็นดอกขี้อ้นสีส้มอมแดงกำลังบานสะพรั่งล่อตากล้องอยู่ ใครจะอดใจไหว เดินไปอีกนิดพบว่าไม้ล้มลุกดอกรูปแตรสีม่วงขาวนวลขนาดเล็กขึ้นเป็นดง แหงนคอไปตามทางเดินกลับพบว่ามีพันธุ์ไม้เลื้อยขนาดเล็กใบเรียวยาวชนิดหนึ่งมีขนทั่วไป แต่ดอกบานสีขาวรูปแตรแปลกตา ไม่รู้ชนิดด้วย ใครรู้บอกด้วยเด้อครับ ฝากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศึกษาจะได้บอกเล่าให้กับนักท่องเที่ยวได้
กว่าจะเดินลงไปดูภาพเขียนสีที่ผาแต้ม ผมได้ถ่ายภาพดอกไม้ป่ามากมายหลายชนิด ดูในรูปเอาเถอะนะครับ แต่ที่ผมสนใจเป็นพิเศษก็ต้นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งชื่อ โด่ไม่รู้ล้ม สรรพคุณเลื่องลือกันเหลือเกินว่า กินแล้วโด่ เป็นยาบำรุงกำหนัด(ประเภท Sexy tree) เช่นเดียวกับต้นสังกรณี ดอกสีม่วง แต่ท่านบุรุษกำลังทรุดโทรมทั้งหลายอย่าได้ไปแอบถอนไปดองเหล้านะ ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานจับปรับแน่นอน
ลงเสียที ไปดูภาพเขียนสีโบราณ
คุณธรรมรัชต์เล่าว่า “ภาพเขียนสีมี 3 ส่วน ที่เราเห็นอยู่นี้เป็นส่วนแรก กลุ่มปลาบึก ช้างว่ายน้ำ ลอบดักปลาแบบยืน ปลากระเบน รูปฝ่ามือ มีอยู่ส่วนหนึ่ง มีรอยแตกกะเทาะออก จุดนี้เคยมีคนมือบอนไปเขียนสีเพิ่มเติม ทางกรมศิลป์เลยกะเทาะออก มันเป็นความเสียหายของทรัพยากรโบราณ ทำให้สูญเสียความสมบูรณ์ของภาพไป”
รูปปลาบึก ปลากระเบน รังผึ้ง ลอบยืน ที่บันทึกไว้
มือบอนป้ายสีเลอะต้องรอยกระเทาะสีออก นักท่องเที่ยวดีๆ ก็เยอะ
“ไผ่ที่เห็นสีเขียวสดนั่นเรียกไผ่โจดครับ ไผ่ไร่หายไปหมดเพราะว่าออกขุยตายไป ไฟป่าไหม้ด้วย อุทยานแห่งชาติกำลังเพาะกล้ามาปลูกซ่อมใหม่ อยากให้สภาพธรรมชาติเหมือนเดิม ป่าไม้และพันธุ์พืชที่ผสมผสานกันอย่างสวยงาม เถาวัลย์ยักษ์ขดเป็นวงนั่นก็ชวนมอง ดอกเทียนเนยสีชมพูริมทางนี่ก็เกิดตามฤดูกาลของเขา หน้าฝนก็กลับมาทีหนึ่ง หน้าแล้งก็แห้งตายไป แต่หว่านเมล็ดลงไปในดินแล้ว”
“รังผึ้งหลวงบนหน้าผาร้างแล้วครับ เขาจะกลับมาอีกทีหนึ่งก็หน้าแล้งโน่นแหละ เยอะมาก มาหน้าไหนก็ได้ดูอย่างหนึ่ง อ้อ มีอยู่รังหนึ่งข้างเพิงหินโน่น” คุณธรรมรัชต์ชี้ชวนให้ดู
“ภาพกลุ่มที่สองไม่ค่อยชัดนัก สาระน้อยไปนิด รูปฝ่ามือมากหน่อย มือเด็กๆก็มี มีหลุมอยู่นั่น ว่ากันว่า เขาใส่สีแล้วจุ่มไปวาด จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ ฟังมาอย่างนี้”
มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดินชมภาพเขียนหลายกลุ่ม นักเรียนจากร้อยเอ็ดก็มา น่าเสียดายที่ไม่มีเจ้าหน้าที่อธิบายให้เด็กนักเรียนได้รู้อะไรเลย เดินกันไปเป็นแถวๆ ยาวเหยียด
กลุ่มที่สามเป็นภาพ ควาย นาข้าว สุนัข คนเดินทาง อีกภาพเป็นหลุม ว่ากันว่าน่าจะเป็นหลุมใส่สี ภาพเขียนสีเหล่านี้มีอายุขัยลองอ่านรายละเอียดจากรมศิลปากรนะครับ แม่นตรงดีถือว่าเป็นข้อมูลจำเพาะก็แล้วกันนะครับ
ภาพเขียนสีบนผนังถ้ำ
แหล่งภาพเขียนสี พบอยู่ที่บริเวณภูเขาหินทรายทางตอนเหนือของจังหวัดส่วนใหญ่พบในเขาอำเภอตระการพืชผล โพธิ์ไทร ศรีเมืองใหม่ เขมราฐ และโขงเจียม โดยที่พบแล้วมีไม่น้อยกว่า 60 แห่ง กลุ่มภาพเขียนสีที่สำคัญและเป็นที่รู้จักแพร่หลาย คือ กลุ่มภาพเขียนสีผาแต้ม อ.โขงเจียม
ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้มกำหนดอายุประมาณ 3,500 - 1,500 ปี มาแล้ว ลักษณะภาพเขียนส่วนใหญ่เขียนด้วยสีแดง ลักษณะของภาพมีทั้งภาพปลา ภาพสัตว์ ภาพเครื่องมือ ภาพเรขาคณิต บริเวณที่มีภาพเขียนสีประกอบด้วยผาขาม ผาแต้ม ผาหมอนน้อยและผาหมอน
1. ผาขาม มีภาพเขียนด้วยสีแดง เป็นภาพปลา 4 ตัว เขียนแบบแสดงโครงสร้างภายในและมีภาพช้าง 1 ตัว
2. ผาแต้ม บนผนังเพิงยาวประมาณ
3. ผาหมอนน้อย ภาพเขียนที่น่าสนใจคือ ภาพนาข้าว มีรูปคนกำลังไล่สัตว์ที่มีเขาเป็นกิ่งคล้ายกวาง มีรูปคนยืนเหนี่ยวคันธนูหรือหน้าไม้เล็งไปที่สัตว์สี่เท้า
4. ผาหมอน มีภาพเขียนด้วยสีแดงเหมือนกับโครงบ้าน ภาพคนยืนเท้าสะเอว นุ่งผ้ายาวแบบกระโปรงครึ่งน่อง
พบอีกแล้ว เรื่องแปลกๆ
ผมเดินมาตามทางที่อุทยานแห่งชาติกำหนด พอลงมาถึงจุดหนึ่งก็มีกองหินเรียงกันระเกะระกะ (ดูภาพ) มีป้ายที่ปักไว้เขียนว่า คอกหิน(Rock garden) พร้อมคำบรรยายว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ ...................
คืนหนึ่ง ผมนั่งถ่างตาเขียนเรื่องลงเว็บอยู่ พร้อมกับเปิดทีวีรายการ Say Hi ของติ๊กน่ารักไปด้วย มีเรื่องหินเรียงแล้วอธิษฐาน ว่ากันว่าอธิษฐานอย่างไรก็ได้อย่างนั้น เป็นความเชื่อของชาวญี่ปุ่นเหมือนกัน น่าพิศวงนะครับว่า ทำไมมันเกิดตรงกันได้อย่างไร ไกลกันจนสุดล่าฟ้าดิน เรื่องนี้มีเสน่ห์ไม่น้อย เห็นทีจะต้องฝากเอื้อยนางยอดนักเขียนเมืองอุบลละครับ
“ช่วยสืบค้นแล้วนำมาเล่าให้เพื่อนพ้องน้องพี่ชาวเว็บหน่อย”
ป้ายชื่อใดๆก็ตาม มักกลายเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบที่จะไปยืนวางท่าถ่ายรูป ไม่เชื่อดูนักเรียนในภาพซี เวียนกันจนป้ายอาจจะรู้สึกเวียนหัวไปด้วย และทุกครั้งที่มีการถ่ายภาพก็มักจะมีลีลาเฮฮาสนุกสนาน แต่มีไม่น้อยเลยครับ พอยืนเข้าแถวถ่ายรูปทีไร นึกว่าเคารพธงชาติ ยืนตัวตรงเป๊ะ หน้าเคร่งเครียดยังกับเจอกดอกเบี้ยร้อยละ 20 การถ่ายรูปในเวลาไปพักผ่อนหย่อนใจจึงต้องรู้เอาไว้ว่า “ต้องหนุกหนานๆๆๆ”
ผมเดินโซเซกลับไปที่รถยนต์เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ข้าวเหนียวห่อเดียว(5บาท) ส่งพลังให้อย่างน่าทึ่ง เดินได้เดินทนไม่ล้มไม่ลื่น จนได้ภาพถ่ายและเรื่องราวมาฝากเพื่อนๆมากมาย ได้ออกกำลังกายอย่างเพลิดเพลิน เหงื่อไหลหลั่งอย่างกับถูกน้ำสาดวันสงกรานต์ ฝนพรำฉ่ำใจครานี้ผมได้เยี่ยมเยือนผาแต้มอย่างสาสมครับ
เพื่อนร่วมเดินเที่ยวที่ผาแต้ม น่ารักนะครับ
แต่สิ่งที่ผมได้พบในเว็บหนึ่ง อวดรูปผาแต้มและก็ปีนขึ้นไปใช้ฝ่ามือทาบล้อเลียน แล้วถ่ายมาโพสท์ลง เป็นตากล้องหรือนักท่องเที่ยวที่น่าระวัง อาจทำให้ภาพเสียหายเหมือนที่เกิดขึ้นหลายครั้งจนต้องเอาลวดหนามมาขึงป้องกัน ผมหวังว่าจะไม่ได้เห็นในเว็บไหนๆอีก ผมหวังว่าจิตสำนึกนักท่องเที่ยว ตากล้อง ต้องช่วยกันระมัดระวังสมบัติของชาติ ของคนไทยทุกคน ของคนทั้งโลก ใครพบเห็นพฤติกรรมทำนองนี้ ไม่ว่าที่ไหนๆ ร่วมใจกันแสดงให้เขารู้ว่า ที่เขาทำมันไม่ดี ไม่เหมาะสม หลักการเข้าไปท่องเที่ยวในป่าอนุรักษ์มีวลีสวยๆว่า
"เราจะไม่เก็บอะไรไป นอกจากฝากรอยเท้าบนผืนทราย"
แต่ที่ผาแต้ม ไม่ต้องฝากรอยฝ่ามือไว้อีกหรอก เจอจังๆ กูจะเตะมึง