ล่องแก่งน้ำว้าหน้าหนาว อื่อๆๆ สยอง โดย มณี บันลือ ไม่นึกฝันว่าจะต้องไปล่องแก่งน้ำว้าเมื่อหน้าหนาว นึกภาพแล้วก็รู้สึกสยอง แต่ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่ว่าจะล่องด้วยคำถามยียวนว่า "มีอะไรเปล่า" ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขกลุ่ม พอเห็นหน้ากลุ่มลูกค้าที่ลงประชามติ อื่ย!! สยองยิ่งกว่า อายุสูงสุด 73 ปี จะไม่ให้รู้สึกว่า มีอะไรหรือเปล่าได้หรือ จึงได้ย้อนถามว่า "ล่องแน่นะ" คำตอบคือ"ล่อง" คำเดียวก็เสียวทรวงแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม วันที่นัดหมายมาถึงจึงต้องเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแม่จริม พักเอาแรงกันสักคืนแล้วค่อยล่องแก่ง ล่องแล้วก็พักเหนื่อยอีกคืนหนึ่ง อันนี้เห็นด้วย เพื่อความหมดจดของการท่องเที่ยวและคำว่า "พักผ่อนหย่อนใจ" ![]() พักผ่อนหลังอาหารเอมอิ่ม บันทึกภาพเพื่อเก็บไว้รำลึกถึงวันวาน ขอย้อนไปนิดนะครับว่า คณะนักจะล่องแก่งน้ำว้าหน้าหนาวนี่ มีจิตเจตนามาจากกรุงเทพว่าจะหอบเงินมาช่วยสร้างศาลาการเปรียญที่เชิงดอยวัดกิตตินันท์วนาราม บ้านกิตตินันท์ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน แล้วขอให้วางโปรแกรมมาท่องเที่ยวต่อด้วยการล่องแก่งน้ำว้า "ท้าทายวัยและอากาศที่หนาวเย็น" เพื่อทดสอบจิตใจอันเข้มแข็ง และยังกล้าแกร่งเหมือนเมื่อสมัยหนุ่มสาวหรือเปล่า ลองกับพี่แกซิ ![]() ![]() บ้านปีกไม้มีไว้ให้พักแรม แต่ชอบกางเต็นท์ก็ได้อีกอารมณ์ เช้าหลังเสร็จภารกิจงานบุญผ้าป่าสามัคคีแล้ว คณะ 42 ชีวิตจึงได้ออกเดินทางจากบ้านกิตตินันท์เข้าจังหวัดน่าน ระยะทาง 50 กม. ก็อย่างว่ามาถึงเมืองน่านทั้งที ไม่ไปกราบไหว้เสาหลักเมืองที่วัดมิ่งเมืองได้อย่างไร ที่วัดนี้มีดีให้ชมมากมาย เริ่มต้นที่เสาหลักเมืองครอบด้วยศาลาทรวดทรงสวยงาม ปลายสุดเป็นพรหมสี่หน้า ทั้งหลังประดิษฐ์ด้วยปูนปั้นวิจิตรตระการตา จุดธูปไหว้ได้สะดวกสบาย ปิดทองเสาหลักเมืองด้วยยิ่งเป็นสิริมงคล ![]() เดินออกจากศาลหลักเมืองไปยืนมองดูอุโบสถปูนปั้นลวดลายแพรวพรายไปทั้งหลัง เดินวนชม ให้ทั่วจะได้เห็นว่าเมืองน่านนี่มีวัดน่าชม ออกจากวัดมิ่งเมืองก็ไปยังวัดภูมินทร์ วัดที่มีอุโบสถจตุรมุข พระxระธานจตุรพักตร์ แปลกไหมล่ะครับ แค่นั้นยังไม่พอ บนผนังอุโบสถมีภาพเขียนสีโบราณที่เล่าเรื่องราวชาวน่าน และวิถีชีวิตคนพื้นบ้านล้านนาตะวันออกอย่างแจ่มชัด โด่งดังมานานแสนนานแล้ว ![]() ![]() ปูนปั้นงามตา ในเมื่อมีพระประธานจตุรพักตร์ก็ควรจะกราบไหว้ทั้งสี่ทิศ ออกจากโบสถ์ก็ไปเดินเวียนซ้ายเพื่อ ลอดหางพญานาคที่ทอดร่างรองรับอุโบสถจตุรมุข ว่ากันว่า ถ้าได้เดินลอดหางนาคจะโชคดีและได้เดินทาง กลับมาเที่ยวจังหวัดน่านอีก ถัดจากนี้ก็วิ่งรถยนต์ไปยังวัดพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองน่าน วัดที่มี บรรไดนาคใหญ่ที่สุดในโลก แต่ด้วยความไม่เข้าใจจุดขายของสิ่งที่มีอยู่ จึงถมดินจนสิ้นรูปบรรไดนาค ฮ่วย!! พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุคู่บุญของคนที่เกิดปีเถาะ แต่ทุกคนก็กราบไหว้แล้วเป็นสิริมงคล ได้เหมือนกันนะจ๊ะ ![]() เวียนเข้าไปเคารพอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระเจ้าน่าน หลุดจากวัดพระธาตุแช่แห้ง รถยนต์วิ่งไต่ไปตามสันเขา ชมวิวทิวทัศน์ไปจนถึงอุทยานแห่ง ชาติแม่จริม รวมระยะทางราวๆ 55 กม.เข้าพักค้างแรมที่บ้านพักตามที่ได้จองออนไลน์ไว้ อากาศกำลังเย็น สบายแบบหนาวๆ ที่นี่มีร้านอาหารสวัสดิการรองรับนักท่องเที่ยวอยู่ริมเชิงเขาหน้าสำนักงาน รับอากาศเย็น เยียบและลมที่ไหลมาปะทะเป็นคราวๆ มองเห็นเขาหน่อได้ไม่ไกลนัก และมองไกลไปเจอภูเขาก้อนใหญ่ เบื้องหน้า น่าชม ![]() ![]() พักผ่อนสบายๆ เดินลอดท้องพญานาค หลังอาหารเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนเตรียมตัวพร้อมลุยด้วยขาสั้น เสื้อยืด ทะมัดทะแมงพร้อมลุยจริงๆ ทางอุทยานแห่งชาติได้เตรียมรถบันทุกขนาด 4 ตัน มารับคณะออกเดินทางไปยังจุดปล่อยเรือยาง อากาศยามสายสดชื่นน้ำไสไหลเย็นเห็นตัวปลาน่าลงเล่น เจ้าหน้าที่ส่งเสื้อชูชีพและหมวกกันน็อคให้สวมใส่เพื่อความปลอดภัย ส่วนเด็กๆเล็กๆ ไม่มีหมวกกันน็อคใส่ ก็มันยังเล็กเกินไป แต่หัวใจเขาอยากสู้ก็ต้องให้ลองดูกันสักหน่อย จะเป็นไรไป ในเมื่อผู้สูงอายุขนาด 73 ปียังสู้ ![]() ![]() พินิจเอาเถอะว่า รุ่นไหนบ้าง ![]() ![]() เรือยางปล่อยไหลไปตามน้ำว้า 4 ลำ 32 ชีวิตบวกเจ้าหน้าที่พายหัวท้ายอีกลำละ 2 คน รวมเป็น40 ชีวิตแต่ละคนกำลังเบิกบานสำราญใจ ความสุขอาบไล้ไปทุกใบหน้าและแววตา เรือยางผ่านเกาะแก่งไหนทีหนึ่งก็เฮกันลั่นสนั่นท้องน้ำ สองฝั่งเป็นภูเขาสูงชันที่เต็มไปด้วยต้นไม้ป่านานาพันธุ์ แต่ไม่มีใครใส่ใจนักเพราะว่าเรือที่ล่องไหลไปกับน้ำนั้นน่าสนใจกว่า "ข้างหน้าแก่งโหด ระวัง" นั่นคือเสียงสำทับมาจากนายท้าย ![]() ![]() เมื่อรถบรรทุกวิ่งกลับขึ้นไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เกือบเที่ยงปริ่มๆ ทุกคนกระโดดลงจากรถยนต์อย่างเหงืองหงอย หนาวจนสั่น ส่วนเจ้าเด็กน้องสามสี่ชีวิตปากเขียวขาสั่นพับๆ ก็ด้วยความไร้เดียงสา เห็นผู้ใหญ่เขากระโดดลงไปเล่นน้ำช่วงพัก อยากลองมั่ง ตูม น้ำที่เย็นอยู่แล้วในหน้าร้อน แต่วันนี้หน้าหนาวเดือนพฤศจิกายน ส่วนผู้อาวุโสกระดี้กระด้ากันน่าดู "ฮี่โธ่ นึกว่าจะสักแค่ไหน" "สบายมาก ปีหน้ามาใหม่ก็ยังไหว" แต่ปีหน้าจะได้มากันอีกหรือไม่ นั่นซิ จะมากันอีกไหมนี่ ![]() ![]() ![]() ![]() |