http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,649,670
Page Views17,007,146
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

ล่องแก่งน้ำว้าหน้าหนาว อื่อๆๆ สยอง โดย มณี บันลือ

ล่องแก่งน้ำว้าหน้าหนาว อื่อๆๆ สยอง โดย มณี บันลือ

                         ล่องแก่งน้ำว้าหน้าหนาว อื่อๆๆ สยอง 

                                                                                                                 โดย มณี บันลือ

                      ไม่นึกฝันว่าจะต้องไปล่องแก่งน้ำว้าเมื่อหน้าหนาว นึกภาพแล้วก็รู้สึกสยอง แต่ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่ว่าจะล่องด้วยคำถามยียวนว่า  "มีอะไรเปล่า" ก็ต้องยอมรับเงื่อนไขกลุ่ม พอเห็นหน้ากลุ่มลูกค้าที่ลงประชามติ อื่ย!! สยองยิ่งกว่า อายุสูงสุด 73 ปี จะไม่ให้รู้สึกว่า มีอะไรหรือเปล่าได้หรือ จึงได้ย้อนถามว่า "ล่องแน่นะ" คำตอบคือ"ล่อง" คำเดียวก็เสียวทรวงแล้ว  แต่อย่างไรก็ตาม วันที่นัดหมายมาถึงจึงต้องเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแม่จริม พักเอาแรงกันสักคืนแล้วค่อยล่องแก่ง ล่องแล้วก็พักเหนื่อยอีกคืนหนึ่ง อันนี้เห็นด้วย เพื่อความหมดจดของการท่องเที่ยวและคำว่า "พักผ่อนหย่อนใจ"  

                         
                                                 พักผ่อนหลังอาหารเอมอิ่ม บันทึกภาพเพื่อเก็บไว้รำลึกถึงวันวาน                             
                          
                       ขอย้อนไปนิดนะครับว่า คณะนักจะล่องแก่งน้ำว้าหน้าหนาวนี่ มีจิตเจตนามาจากกรุงเทพว่าจะหอบเงินมาช่วยสร้างศาลาการเปรียญที่เชิงดอยวัดกิตตินันท์วนาราม บ้านกิตตินันท์ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน แล้วขอให้วางโปรแกรมมาท่องเที่ยวต่อด้วยการล่องแก่งน้ำว้า "ท้าทายวัยและอากาศที่หนาวเย็น" เพื่อทดสอบจิตใจอันเข้มแข็ง และยังกล้าแกร่งเหมือนเมื่อสมัยหนุ่มสาวหรือเปล่า ลองกับพี่แกซิ 

                          
                                           บ้านปีกไม้มีไว้ให้พักแรม แต่ชอบกางเต็นท์ก็ได้อีกอารมณ์             

                        เช้าหลังเสร็จภารกิจงานบุญผ้าป่าสามัคคีแล้ว คณะ 42 ชีวิตจึงได้ออกเดินทางจากบ้านกิตตินันท์เข้าจังหวัดน่าน ระยะทาง 50 กม. ก็อย่างว่ามาถึงเมืองน่านทั้งที ไม่ไปกราบไหว้เสาหลักเมืองที่วัดมิ่งเมืองได้อย่างไร ที่วัดนี้มีดีให้ชมมากมาย เริ่มต้นที่เสาหลักเมืองครอบด้วยศาลาทรวดทรงสวยงาม ปลายสุดเป็นพรหมสี่หน้า ทั้งหลังประดิษฐ์ด้วยปูนปั้นวิจิตรตระการตา จุดธูปไหว้ได้สะดวกสบาย  ปิดทองเสาหลักเมืองด้วยยิ่งเป็นสิริมงคล               
                                   
                                        

                        เดินออกจากศาลหลักเมืองไปยืนมองดูอุโบสถปูนปั้นลวดลายแพรวพรายไปทั้งหลัง เดินวนชม
ให้ทั่วจะได้เห็นว่าเมืองน่านนี่มีวัดน่าชม ออกจากวัดมิ่งเมืองก็ไปยังวัดภูมินทร์ วัดที่มีอุโบสถจตุรมุข พระxระธานจตุรพักตร์ แปลกไหมล่ะครับ แค่นั้นยังไม่พอ บนผนังอุโบสถมีภาพเขียนสีโบราณที่เล่าเรื่องราวชาวน่าน และวิถีชีวิตคนพื้นบ้านล้านนาตะวันออกอย่างแจ่มชัด โด่งดังมานานแสนนานแล้ว

                          
                                                                               ปูนปั้นงามตา

                         ในเมื่อมีพระประธานจตุรพักตร์ก็ควรจะกราบไหว้ทั้งสี่ทิศ ออกจากโบสถ์ก็ไปเดินเวียนซ้ายเพื่อ
ลอดหางพญานาคที่ทอดร่างรองรับอุโบสถจตุรมุข ว่ากันว่า ถ้าได้เดินลอดหางนาคจะโชคดีและได้เดินทาง
กลับมาเที่ยวจังหวัดน่านอีก ถัดจากนี้ก็วิ่งรถยนต์ไปยังวัดพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองน่าน วัดที่มี
บรรไดนาคใหญ่ที่สุดในโลก แต่ด้วยความไม่เข้าใจจุดขายของสิ่งที่มีอยู่ จึงถมดินจนสิ้นรูปบรรไดนาค ฮ่วย!!
                         พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุคู่บุญของคนที่เกิดปีเถาะ แต่ทุกคนก็กราบไหว้แล้วเป็นสิริมงคล
ได้เหมือนกันนะจ๊ะ 

                         
                                      เวียนเข้าไปเคารพอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช  พระเจ้าน่าน
                                      

                    หลุดจากวัดพระธาตุแช่แห้ง รถยนต์วิ่งไต่ไปตามสันเขา ชมวิวทิวทัศน์ไปจนถึงอุทยานแห่ง
ชาติแม่จริม รวมระยะทางราวๆ 55 กม.เข้าพักค้างแรมที่บ้านพักตามที่ได้จองออนไลน์ไว้ อากาศกำลังเย็น
สบายแบบหนาวๆ ที่นี่มีร้านอาหารสวัสดิการรองรับนักท่องเที่ยวอยู่ริมเชิงเขาหน้าสำนักงาน รับอากาศเย็น
เยียบและลมที่ไหลมาปะทะเป็นคราวๆ มองเห็นเขาหน่อได้ไม่ไกลนัก และมองไกลไปเจอภูเขาก้อนใหญ่
เบื้องหน้า น่าชม

                  
                                       พักผ่อนสบายๆ                         เดินลอดท้องพญานาค

                    หลังอาหารเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนเตรียมตัวพร้อมลุยด้วยขาสั้น เสื้อยืด ทะมัดทะแมงพร้อมลุยจริงๆ ทางอุทยานแห่งชาติได้เตรียมรถบันทุกขนาด 4 ตัน มารับคณะออกเดินทางไปยังจุดปล่อยเรือยาง อากาศยามสายสดชื่นน้ำไสไหลเย็นเห็นตัวปลาน่าลงเล่น เจ้าหน้าที่ส่งเสื้อชูชีพและหมวกกันน็อคให้สวมใส่เพื่อความปลอดภัย ส่วนเด็กๆเล็กๆ ไม่มีหมวกกันน็อคใส่ ก็มันยังเล็กเกินไป แต่หัวใจเขาอยากสู้ก็ต้องให้ลองดูกันสักหน่อย จะเป็นไรไป ในเมื่อผู้สูงอายุขนาด 73 ปียังสู้                      

          
                                                    พินิจเอาเถอะว่า รุ่นไหนบ้าง

     

                     เรือยางปล่อยไหลไปตามน้ำว้า 4 ลำ 32 ชีวิตบวกเจ้าหน้าที่พายหัวท้ายอีกลำละ 2 คน รวมเป็น40 ชีวิตแต่ละคนกำลังเบิกบานสำราญใจ  ความสุขอาบไล้ไปทุกใบหน้าและแววตา เรือยางผ่านเกาะแก่งไหนทีหนึ่งก็เฮกันลั่นสนั่นท้องน้ำ สองฝั่งเป็นภูเขาสูงชันที่เต็มไปด้วยต้นไม้ป่านานาพันธุ์ แต่ไม่มีใครใส่ใจนักเพราะว่าเรือที่ล่องไหลไปกับน้ำนั้นน่าสนใจกว่า "ข้างหน้าแก่งโหด ระวัง" นั่นคือเสียงสำทับมาจากนายท้าย

 

                     เมื่อรถบรรทุกวิ่งกลับขึ้นไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เกือบเที่ยงปริ่มๆ ทุกคนกระโดดลงจากรถยนต์อย่างเหงืองหงอย หนาวจนสั่น ส่วนเจ้าเด็กน้องสามสี่ชีวิตปากเขียวขาสั่นพับๆ ก็ด้วยความไร้เดียงสา เห็นผู้ใหญ่เขากระโดดลงไปเล่นน้ำช่วงพัก อยากลองมั่ง ตูม น้ำที่เย็นอยู่แล้วในหน้าร้อน แต่วันนี้หน้าหนาวเดือนพฤศจิกายน ส่วนผู้อาวุโสกระดี้กระด้ากันน่าดู "ฮี่โธ่ นึกว่าจะสักแค่ไหน"  "สบายมาก ปีหน้ามาใหม่ก็ยังไหว"  แต่ปีหน้าจะได้มากันอีกหรือไม่ นั่นซิ จะมากันอีกไหมนี่
                   

   
                         
    
                   

                                                            

Tags : National park

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view