จากลำตะคองแหงนมองเขายายเที่ยง ...สยองสองมาตรฐาน
โดยธงชัย เปาอินทร์/ เรื่อง ณิชา เปาอินทร์/ภาพ
ช่วงปีใหม่วุ่นวายไม่น่าเที่ยว แต่พอพ้นมาสักระยะหนึ่ง น่าเดินทาง ด้วยว่าไม่ค่อยมีรถยนต์เกลื่อนถนนนัก ก็เลยชวนครอบครัวให้ไปพักผ่อนกันสักวันหนึ่งเถอะ
อีกอย่างข่าวเรื่องเขายายเที่ยงโด่งดังเหลือเกิน อยากรู้อยากเห็นตามประสาคนชอบซอกแซก และอยากเก็บเรื่องราวมาบันทึกไว้ในเว็บไซต์ทองไทยแลนด์
หลอกล่อกันว่า ไปเที่ยวสวนท้าวสุรนารีริมเขื่อนลำตะคอง กินอาหารปลาริมถนนสายสระบุรี-โคราช แล้วขึ้นไปเยี่ยมเยือนเขายายเที่ยงสักหน่อย จะได้รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน มันเป็นอย่างไร ทำไมมันถึงดังจังเลย
ขากลับจะพาไปกินสเต๊กมวกเหล็ก ลงมติ ผ่านฉลุย
ตีสามปิดมินิมาร์ท ปิดเว็บไซท์ อาบน้ำแล้วล้มตัวลงนอน 1 ชม.ครึ่ง ก็ตื่นเตรียมตัวออกเดินทาง จากกำแพงแสน นครปฐม มุ่งสู่เขื่อนลำตะคองอย่างที่ตกลงกันไว้ ช่วงนี้แหละที่ได้นอนหลับๆตื่นๆสองสามพัก รถยนต์ก็ไปจอดแถว "กลางดง" เพื่อกินข้าวเช้า
บ้านกลางดงสูงราวๆ 300 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถือกันว่าเป็นที่ราบสูง อากาศดี ชาวกลางดงนิยมทำไร่ "น้อยหน่า" มายาวนานมากและมีปริมาณมากมายจนถึงกับส่งไปขายต่างประเทศ ทำเงินให้ประเทศไทยมหาศาล ลูกใหญ่ๆขายส่งออก ลูกเล็กๆขายให้คนไทยกิน
วันนี้ตลาดกลางดงมีร้านขายผลไม้สองข้างทางทั้งสองฝั่ง ของแท้จากไร่ที่นี่ควรแวะซื้อกลับบ้านครับ
เสร็จสิ้นการกินอาหารเช้าและกิจธุระจำเป็น(อึ-ฉี่) รถยนต์วิ่งตะบึงไปยังเขื่อนลำตะคอง ผ่านบ้านสวยๆแบบชาวไร่อเมริกัน บางทีก็เป็นตลาดดอกไม้สวยๆผสมกับตลาดผลไม้ มีแทรกไปทุกระยะ
แต่พอเห็นน้ำสีครามเต็มบึง ก็เลี้ยวรถยนต์เข้าไปจอด ถึงแล้ว เฮ!!
"สวนท้าวสุรนารี"
เข้าห้องสุขาสะอาดเอี่ยม ออกมาเดินเล่นไปตามเส้นทางที่ถูกวางไว้อย่างสวยงาม ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี ที่ออกดอกก็ให้ความรู้สึกที่ดีๆ ที่เป็นต้นไม่ออกดอกก็ให้ร่มเงา ผมนั่งนอนๆมานานรู้สึกปวดเมื่อยไปหมด พอดีเดินผ่านศาลาพักร้อนหลังหนึ่ง มีหมอนวดแผนโบราณรับนวดเท้าอยู่ แหม ได้เรื่องครับ ผมล้มตัวลงนอนบนเก้าอี้สำหรับนวดเท้า หมอนวดลงมือตามกระบวนการ
แต่พลันสายตาผมเหลือบไปเห็นนกปรอดหัวจุกกลุ่มหนึ่งบินไปบินมา จึงเรียกตากล้องให้คว้ากล้องออกมานั่งเล็ง ได้จังหวะก็กดเอากดเอา ยิงจนนกบินหนีไป แต่ตัวอื่นๆก็โผผินบินเข้ามาดูดกินน้ำหวานอีก
ต้นไม้ร่มรื่น หินวางตกแต่ง เยาวชนก็ชอบ
ผมได้นวดแล้วยังได้ดูวิถีชีวิตนก ได้ภาพสวยๆของนกที่เข้ามาจิกกินน้ำหวานจากดอกไม้เบื้องหน้า และได้รู้ว่า "ต้นแปรงล้างขวด" ดอกสีแดงเป็นระย้านี้ นกชอบมัน
ตากล้องเดินกลับมานั่งดูผมนวด ผมก็เลยเล่าให้เขาฟังว่า
"นกพวกนี้เขากินน้ำหวานดอกไม้"
ตากล้องแสดงอาการไม่เชื่อนัก จึงลุกเดินเข้าไปสัมผัสดอกแปรงล้างขวดดูบ้าง แล้วก็ลองใช้ลิ้นแตะดู พลันก็ส่งเสียงร้องดังลั่น
"หวานจังเลย"
พูดจบก็เอาฝ่ามือไปลูบดอกสีแดงดังกล่าวมาชิมเล่นอีก เจ้าต้นแปรงล้างขวดนี่นอกจากให้ร่มเงาดีแล้วยังให้ดอกไม้สีแดงสดสวยที่สำคัญให้ดอกดกตลอดปี จึงมีน้ำหวานให้นกและแมลงภู่ผึ้งได้อย่างดีเยี่ยม น่าปลูกไว้ล่อนกและแมลงที่หน้าบ้านสักต้น
นกกำลังกินน้ำหวาน นวดเท้าคลายเครียด
ตากล้องเดินจากไปถ่ายรูปสวนท้าวสุรนารีตามสั่ง
ผมอดใจไม่ไหวจึงถามหมอนวดดูว่า
"เขายายเที่ยงอยู่ฝั่งโน้นใช่ไหม" ผมชี้มือไปที่ท้องน้ำกว้างใหญ่ไพศาล สีครามสดใส สวยและน่ามองเสียจริงๆ
"ไม่ใช่ค่ะ ข้างหลังโน่น" ผมมองตาม
"บ้านท่านสุรยุทธ์ อยู่ตรงโน้น ใกล้ๆยอดเขานั่นแหละ" หมอนวดหยุดมองหน้าแล้วพูดต่อว่า
"เมื่อก่อนนี่มาบ่อยมาก ถ้ามาท่านจะนั่งชมวิวทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำลำตะคองจากระเบียงหน้าบ้านท่าน"
"แต่พักหลังนี่ไม่ค่อยมาเลยนะ"
"รู้ได้ไงเนี่ย" ผมสงสัย
"ฉันก็อยู่บนโน้น มาทีก็อึกทึกครึกโครมหน่อย ชาวบ้านจะรู้กันทั่ว"
การนวดครบถ้วนกระบวนความ ผมชวนกันขึ้นไปยังเขายายเที่ยง ช่วงนั้นบ่ายแก่เต็มที แดดเปรี้ยงๆ ร้อนระอุ พอกลับรถยนต์เพื่อเข้าทางขึ้นเขายายเที่ยง ก็พบว่ามีรถประชาสัมพันธ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงจอดเปิดเพลงโฆษณาอยู่ 2-3 คัน คนเสื้อแดง 6-7 คนเดินไปเดินมา เหมือนรอส่งสัญญาณให้รู้ว่า ปากทางขึ้นเขายายเที่ยงอยู่ตรงนี้นะ ข้างๆกันมีรถกระบะบรรทุกจอบเต็มคันรถ
ชาวบ้านทำไมรวยจัง...หลังละกี่ล้านนี่
เมื่อรถยนต์เข้าปากทาง มีรถยนต์ไต่ระดับความสูงผ่านหมู่บ้านกันหลายคัน สองฝั่งกรมป่าไม้ปลูกป่าขึ้นมาใหม่อีกครั้งเช่น ไม้กระถินยักษ์ ไม้ยูคาลิปตัส และไม้กระถินณรงค์ ผมสงสัยจริงว่าทำไมล้อมรั้วลวดหนามกันไปหมด
"และบ้านพักตากอากาศของเศรษฐีกับ รีสอร์ทราคานับสิบๆล้านบาท" มีทุกระยะความสูง
จนถึงจุดที่ตั้งบ้านพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีตำรวจทหารยืนเรียงรายเกะกะไปทั่ว รถนักข่าวมากมายหลายสถาบัน ฝั่งตรงข้ามเป็นสวนป่ายูคาลิปตัส ปลูกขึ้นมาใหม่
โฉมหน้าเกษตรกร ... แน่หรือ?
ใกล้ๆกันคุณนายคนหนึ่ง ยืนเท้าสะเอวตรวจตราการขึงลวดหนาวอยู่อย่างเร่งรีบ หน้าตาบอกบุญไม่รับนัก คนงาน 3 คนกำลังทำงานอยู่กลางแดด ผมขับรถยนต์ตามขบวนรถตำรวจที่แห่กันขึ้นมาจนรถติดเป็นระยะ รถตำรวจส่วนใหญ่ไปจอดที่สถานีทวนสัญญาณไทยทีวีช่อง 7 สี กองทัพบก ประมาณว่ามาจากทุกโรงพัก สัก 5,000 คนเห็นจะได้
ผมสะพายกล้องแล้วเดินไปคุยกับตำรวจทีละกลุ่มๆ ตากล้องตัวจริงย่องไปถ่ายภาพเก็บไว้ ตำรวจเริ่มผูกเปลระหว่างต้นไม้เตรียมนอนเล่น แต่แหม...ตำรวจจังหวัดเดียวกันแต่ต่างโรงพักมาเจอกันที ก็ทักทายกันและกันเหมือนได้มางานเลี้ยงสังสรรค์กันเลย
"ยืดเยื้อไหมลุง" ตำรวจคนหนึ่งถามผม
"ไม่มั้ง ก็ฟังตามที่เขาแถลงน่ะแหละ"
"อยากอยู่นานๆหรือไง ได้เบี้ยเลี้ยง ที่พักเยอะหรือ"
"กินฟรี นอนฟรี เบี้ยเลี้ยงไม่มี"
"อ้าว!!......ไงงั้นล่ะ!! ก็เห็นว่ามีงบส่งลงมาเยอะแยะ"
เบอร์โทรกรุงเทพและปริมณฑล ครอบครองได้ไง ยึดคืน!!
มีป้ายผ้าเขียนตัวหนังสือบอกความนัยอยู่หลายผืน ว่ากันว่าทหารเอามาผูกไว้ ชาวบ้านไม่ได้ทำเลย รั้วลวดหนามก็เพิ่งมาขึงกันทั่วไปหมด ป้ายแสดงความเป็นเจ้าของก็มี มีสิทธิจริงแน่หรือ กรมป่าไม้ละเลยต่อหน้าที่หรือเปล่า ยึดคืนมาปลูกป่าเสียเถอะ เช่นรายนี้เป็นต้น โชว์เบอร์ อวดศักดาใช่ไหม?
"แล้วเขาจะไปนั่งฟังปราศัยกันที่ไหนนะ ล้อมรั้วลวดหนามกันทุกแปลงโดยเฉพาะหน้าบ้านนายพลเอกคนดังนี่"
ผมกลับมาแล้ว จึงได้เปิดอินเทอร์เนทค้นหาข้อมูล เพียบ มีเรื่องราวเกี่ยวกับเขายายเที่ยงหลากหลายแง่มุม ส่วนใหญ่เรื่องของบ้านพล.อ.สุรยุทธ์ กับการกระทำที่ผิดกฎหมาย พล.อ.สุรยุทธ์กับการได้มาของที่ดินมิชอบด้วยกฎหมาย พล.อ.สุรยุทธ์ กับสองมาตรฐาน
สื่ออิเลคทรอนิกก็ดีอย่างนี้เอง เกิดอะไรขึ้นแฉกันแหลก รวดเร็วทันใจ และค้นหาได้อย่างสะดวกมาก โลกมันแคบลงไปกว่าเมื่อวันวานแล้วโยม เว็บที่ฮอทมากคือกูเกิ้ล และVoice Tv. เห็นภาพเคลื่อนไหวเหมือนทีวีช่องหนึ่ง พร้อมบทสัมภาษณ์ที่ตรงไปตรงมา เป็นการสื่อสองทางที่ดี
ทหารเขียนมาเสแสร้ง...........ฮ่วย
ผมเป็นอดีตข้าราชกรมป่าไม้ เคยเป็นผู้จัดการโครงการหมู่บ้านป่าไม้ที่อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปีพ.ศ.2518 รู้ว่า วัตถุประสงค์การจัดหมู่บ้านป่าไม้ก็เพื่อแก้ปัญหาเรื่องคนกับป่า มีคนบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติมากเกินกว่าที่กฎหมายจะจัดการได้ จึงใช้นโยบายนี้แก้ไขไปทั้วประเทศ ไม่เอาคนออกจากป่า แต่จัดการให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
จอบ....เตรียมขุดๆๆๆ
ดังนั้น จึงจัดที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในรูปหมู่บ้านป่าไม้ให้กับชาวไร่ดั้งเดิม 1/2 ไร่ อีก 14 ไร่เป็นที่ดินทำกิน นอกนั้นเป็นการสร้างและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเช่น ถนนหนทาง แหล่งน้ำ ไฟฟ้า ทำเลเลี้ยงสัตว์อันเป็นที่สาธารณะหมู่บ้าน ที่เขายายเที่ยงก็เป็นกรณีเดียวกันนี้ (โครงการจัดการหมู่บ้านป่าไม้ ป่าเขายายเที่ยง-ป่าเขาเขื่อนลั่น แจกที่ดินให้ชาวไร่ 76 ราย แต่เปลี่ยนมือไป 74 แปลง คงเหลือเพียง 2 แปลงเท่านั้นที่เป็นชาวไร่เดิม ฮ่วย!! 15x74 เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,110 ไร่)
นายเบ้า สินนอก จึงเป็นชาวไร่คนหนึ่งที่ได้รับการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและทำกิน
มุมนี้จากสวนเมืองพร ซึ่งอยู่ตีนเขายังสวยขนาดนี้
แต่การที่นายเบ้าขายให้กับนายนพดล พิทักษ์วาณิชย์ ได้ราคาถึง 7 แสนบาทนั้น(14 ไร่) นายเบ้าถูกหวยได้เงินฟรีๆเลย นายนพดลไม่มีสิทธิสืบทอดเพราะว่าไม่ใช่เป็นลูกหลานนายเบ้า กรมป่าไม้น่าจะยึดคืนตั้งแต่ตอนนั้น นำที่ดินมาปลูกป่าต้นน้ำเสียก็สิ้นเรื่อง
พล.อ.สุรยุทธ์ก็อยากได้เสียอีก เลยเป็นเรื่องอื้อฉาว (กลายมาเป็น 26 ไร่ได้ไง บุกรุกเพิ่มหรือซื้อเพิ่มกันนะนี่)
จุดที่เป็นบ้านพักตากอากาศพล.อ.สุรยุทธ์สูงจากระดับน้ำทะเล 600 เมตร วิวสวยมากมองเห็นทะเลสาบลำตะคองได้อย่างสวยงาม บรรยากาศเยี่ยมจริงๆ แต่วันนี้ บรรยากาศรอบๆบ้านหลังนี้และครอบครัวจุลานนท์คงร้อนเหมือนไฟบรรลัยกัลป์ แทบจะไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดี เฮ้อ กรรมติดจรวดจริงๆ
บ้านผู้มีอิทธิพลคนยิ่งใหญ่
พล.อ.สุรยุทธ์ ผิดมากที่สุดคือ เป็นทั้งองคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ. อดีตผู้บัญชาการทหารบกจนถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเป็นประธานกรรมการมูลนิธิพิทักษ์เขาใหญ่ เหมือนว่าเป็นนักอนุรักษ์ตัวเอ้ ภาพสวยงามเหลือเกิน
ประการสุดท้าย ท่านกล่าวเสมอว่า "คนดีๆต้องมีจริยธรรม มีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ และต้องแทนคุณแผ่นดิน"
แต่ตัวท่านเองปฏิบัติตรงข้ามทุกประการ ตกลงท่านเป็นคนดีๆ หรือคนเลวๆ
ตำรวจผูกเปลนอนฟรีๆ อ็อกซีเจนสดๆฟรี
บนเขายายเที่ยง มิใช่มีเพียงพล.อ.สุรยุทธ์ หากแต่มีการเปลี่ยนมือจากชาวไร่ที่เคยได้สิทธิอยู่และทำกินมากมายหลายร้อยราย ดูภาพบ้านพักตากอากาศของผู้ที่"อยากจน"แต่ละหลังนับสิบๆล้านบาท ไม่จืดจริงๆ หรือรีสอร์ทสวยๆมากมายหลายแห่ง ล้วนแต่เป็นผู้ไม่มีสิทธิทั้งสิ้น แต่มีเงิน มีความอยากได้ใคร่มี มีตัณหาว่างั้นเถอะ บทบาทที่กรมป่าไม้ต้องทำคือ เรียกคืนให้หมดทุกแปลง เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ควรทำและไม่ควรทำ
ถ้าลำพังชาวบ้านจะสร้างโฮมสเตย์ หรือบังกาโลรองรับนักท่องเที่ยวก็ยังพออภัยให้ได้ เพราะว่านั่นเป็นการเพิ่มมูลค่าที่ดินทำกินอีกรูปแบบหนึ่ง
นักท่องเที่ยวชอบถ่ายไว้เป็นที่ระลึกหน้าสวนเมืองพร
เออ...แล้วมันจะทำยังไงกันดีละนี่ กฎหมายก็เลยไม่เป็นกฎหมาย อย่างนั้นหรือ????
ผมกลับจากเขายายเที่ยงด้วยความเหนื่อยใจ บ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไร ป่าไม้จะวอดวายไปอีกสักเท่าไร สยดสยองกับสองมาตรฐานของประเทศชาติวันนี้เต็มที
ขายของหาเงินเลี้ยงครอบครัวดีกว่า ว่ากันว่าเพราะการเมืองไม่นิ่ง เศรษฐกิจก็เลยไม่ดี ลูกค้าก็ไม่ค่อยมีเงิน แต่ผมยังคงมีค่าใช้จ่ายคงที่ บอกได้เลยว่า ทุกวันนี้เศรษฐกิจแย่ยิ่งกว่าเมื่อครั้งก่อนการปฏิวัตรรัฐประหารมากมาย
ผมคงไม่มีทางเลือกมากนัก มีทางเดียววันนี้ผมคงต้องหาทางเพิ่มยอดรายได้ ด้วยการเพิ่มชั่วโมงการเปิดขาย
เอากันให้สว่างคาตาไปเลย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว......ฮ่วย!!!
การดำรงความเป็นคนดีนี่ช่างยากเย็นเสียจริง
ข้อมูลจำเพาะเรื่องเขายายเที่ยง
จากกรณีที่นาย
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นาย
“ผลจากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศปี 2510 ซึ่งเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายไว้หลังจากการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ 2 ปี ก็ยังพบว่าสภาพผืนป่าบริเวณนั้น ยังอุดมสมบูรณ์ เขียวครึ้มอยู่ ยังไม่พบว่า มีราษฎรเข้าไปครอบครองที่ดินทำกินแต่อย่างใด ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า การที่มีผู้เข้าอยู่อาศัย ครอบครองที่ดินบริเวณนี้ ไม่เข้ากับมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย. 41 อย่างแน่นอน เพราะมีภาพถ่ายหลักฐานชัดเจน และถือว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยมีขั้นตอนเบื้องต้นคือแจ้งให้ผู้ครอบครองทราบ เพื่อขอให้ออกจากพื้นที่ตามมาตรา 25 ของ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับผลสรุปของคณะกรรมการฯ ขณะนี้ได้ถูกส่งให้กับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา เพื่อดำเนินการต่อไปแล้ว.
ที่มาข่าว: เวปไซต์เดลินิวส์