http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,653,099
Page Views17,011,551
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

จากลำตะคองแหงนมองเขายายเที่ยง ...สยองสองมาตรฐาน โดยธงชัย เปาอินทร์/ เรื่อง ณิชา เปาอินทร์/ภาพ

จากลำตะคองแหงนมองเขายายเที่ยง ...สยองสองมาตรฐาน        โดยธงชัย เปาอินทร์/ เรื่อง ณิชา เปาอินทร์/ภาพ

                                       จากลำตะคองแหงนมองเขายายเที่ยง ...สยองสองมาตรฐาน       

                                                                          โดยธงชัย เปาอินทร์/ เรื่อง ณิชา เปาอินทร์/ภาพ

                 ช่วงปีใหม่วุ่นวายไม่น่าเที่ยว แต่พอพ้นมาสักระยะหนึ่ง น่าเดินทาง ด้วยว่าไม่ค่อยมีรถยนต์เกลื่อนถนนนัก ก็เลยชวนครอบครัวให้ไปพักผ่อนกันสักวันหนึ่งเถอะ 
                 อีกอย่างข่าวเรื่องเขายายเที่ยงโด่งดังเหลือเกิน อยากรู้อยากเห็นตามประสาคนชอบซอกแซก และอยากเก็บเรื่องราวมาบันทึกไว้ในเว็บไซต์ทองไทยแลนด์ 
                 หลอกล่อกันว่า ไปเที่ยวสวนท้าวสุรนารีริมเขื่อนลำตะคอง กินอาหารปลาริมถนนสายสระบุรี-โคราช แล้วขึ้นไปเยี่ยมเยือนเขายายเที่ยงสักหน่อย จะได้รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน มันเป็นอย่างไร ทำไมมันถึงดังจังเลย
                 ขากลับจะพาไปกินสเต๊กมวกเหล็ก ลงมติ ผ่านฉลุย

                                     

                 ตีสามปิดมินิมาร์ท ปิดเว็บไซท์  อาบน้ำแล้วล้มตัวลงนอน 1 ชม.ครึ่ง  ก็ตื่นเตรียมตัวออกเดินทาง จากกำแพงแสน นครปฐม มุ่งสู่เขื่อนลำตะคองอย่างที่ตกลงกันไว้ ช่วงนี้แหละที่ได้นอนหลับๆตื่นๆสองสามพัก รถยนต์ก็ไปจอดแถว "กลางดง" เพื่อกินข้าวเช้า
                 บ้านกลางดงสูงราวๆ 300 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถือกันว่าเป็นที่ราบสูง อากาศดี ชาวกลางดงนิยมทำไร่ "น้อยหน่า" มายาวนานมากและมีปริมาณมากมายจนถึงกับส่งไปขายต่างประเทศ ทำเงินให้ประเทศไทยมหาศาล ลูกใหญ่ๆขายส่งออก ลูกเล็กๆขายให้คนไทยกิน
                 วันนี้ตลาดกลางดงมีร้านขายผลไม้สองข้างทางทั้งสองฝั่ง ของแท้จากไร่ที่นี่ควรแวะซื้อกลับบ้านครับ

                             

                 เสร็จสิ้นการกินอาหารเช้าและกิจธุระจำเป็น(อึ-ฉี่) รถยนต์วิ่งตะบึงไปยังเขื่อนลำตะคอง ผ่านบ้านสวยๆแบบชาวไร่อเมริกัน  บางทีก็เป็นตลาดดอกไม้สวยๆผสมกับตลาดผลไม้  มีแทรกไปทุกระยะ 
                 แต่พอเห็นน้ำสีครามเต็มบึง ก็เลี้ยวรถยนต์เข้าไปจอด ถึงแล้ว เฮ!! 
                "สวนท้าวสุรนารี"
                 เข้าห้องสุขาสะอาดเอี่ยม ออกมาเดินเล่นไปตามเส้นทางที่ถูกวางไว้อย่างสวยงาม ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี ที่ออกดอกก็ให้ความรู้สึกที่ดีๆ ที่เป็นต้นไม่ออกดอกก็ให้ร่มเงา ผมนั่งนอนๆมานานรู้สึกปวดเมื่อยไปหมด พอดีเดินผ่านศาลาพักร้อนหลังหนึ่ง มีหมอนวดแผนโบราณรับนวดเท้าอยู่ แหม ได้เรื่องครับ ผมล้มตัวลงนอนบนเก้าอี้สำหรับนวดเท้า หมอนวดลงมือตามกระบวนการ
                  แต่พลันสายตาผมเหลือบไปเห็นนกปรอดหัวจุกกลุ่มหนึ่งบินไปบินมา จึงเรียกตากล้องให้คว้ากล้องออกมานั่งเล็ง ได้จังหวะก็กดเอากดเอา ยิงจนนกบินหนีไป แต่ตัวอื่นๆก็โผผินบินเข้ามาดูดกินน้ำหวานอีก

    
                           ต้นไม้ร่มรื่น หินวางตกแต่ง                                                   เยาวชนก็ชอบ

                 ผมได้นวดแล้วยังได้ดูวิถีชีวิตนก  ได้ภาพสวยๆของนกที่เข้ามาจิกกินน้ำหวานจากดอกไม้เบื้องหน้า และได้รู้ว่า "ต้นแปรงล้างขวด" ดอกสีแดงเป็นระย้านี้  นกชอบมัน 
                 ตากล้องเดินกลับมานั่งดูผมนวด ผมก็เลยเล่าให้เขาฟังว่า
                 "นกพวกนี้เขากินน้ำหวานดอกไม้"  
                 ตากล้องแสดงอาการไม่เชื่อนัก  จึงลุกเดินเข้าไปสัมผัสดอกแปรงล้างขวดดูบ้าง แล้วก็ลองใช้ลิ้นแตะดู พลันก็ส่งเสียงร้องดังลั่น
                  "หวานจังเลย" 
                  พูดจบก็เอาฝ่ามือไปลูบดอกสีแดงดังกล่าวมาชิมเล่นอีก เจ้าต้นแปรงล้างขวดนี่นอกจากให้ร่มเงาดีแล้วยังให้ดอกไม้สีแดงสดสวยที่สำคัญให้ดอกดกตลอดปี  จึงมีน้ำหวานให้นกและแมลงภู่ผึ้งได้อย่างดีเยี่ยม น่าปลูกไว้ล่อนกและแมลงที่หน้าบ้านสักต้น

      
                             นกกำลังกินน้ำหวาน                                                   นวดเท้าคลายเครียด

                   ตากล้องเดินจากไปถ่ายรูปสวนท้าวสุรนารีตามสั่ง
                   ผมอดใจไม่ไหวจึงถามหมอนวดดูว่า
                   "เขายายเที่ยงอยู่ฝั่งโน้นใช่ไหม" ผมชี้มือไปที่ท้องน้ำกว้างใหญ่ไพศาล สีครามสดใส สวยและน่ามองเสียจริงๆ 
                   "ไม่ใช่ค่ะ  ข้างหลังโน่น" ผมมองตาม 
                   "บ้านท่านสุรยุทธ์ อยู่ตรงโน้น ใกล้ๆยอดเขานั่นแหละ" หมอนวดหยุดมองหน้าแล้วพูดต่อว่า
                   "เมื่อก่อนนี่มาบ่อยมาก ถ้ามาท่านจะนั่งชมวิวทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำลำตะคองจากระเบียงหน้าบ้านท่าน" 
                   "แต่พักหลังนี่ไม่ค่อยมาเลยนะ"
                   "รู้ได้ไงเนี่ย" ผมสงสัย
                   "ฉันก็อยู่บนโน้น มาทีก็อึกทึกครึกโครมหน่อย ชาวบ้านจะรู้กันทั่ว"

                                        

                    การนวดครบถ้วนกระบวนความ ผมชวนกันขึ้นไปยังเขายายเที่ยง ช่วงนั้นบ่ายแก่เต็มที แดดเปรี้ยงๆ ร้อนระอุ  พอกลับรถยนต์เพื่อเข้าทางขึ้นเขายายเที่ยง ก็พบว่ามีรถประชาสัมพันธ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงจอดเปิดเพลงโฆษณาอยู่ 2-3 คัน คนเสื้อแดง 6-7 คนเดินไปเดินมา เหมือนรอส่งสัญญาณให้รู้ว่า ปากทางขึ้นเขายายเที่ยงอยู่ตรงนี้นะ ข้างๆกันมีรถกระบะบรรทุกจอบเต็มคันรถ 

                                          
                                                                ชาวบ้านทำไมรวยจัง...หลังละกี่ล้านนี่

                    เมื่อรถยนต์เข้าปากทาง มีรถยนต์ไต่ระดับความสูงผ่านหมู่บ้านกันหลายคัน สองฝั่งกรมป่าไม้ปลูกป่าขึ้นมาใหม่อีกครั้งเช่น ไม้กระถินยักษ์ ไม้ยูคาลิปตัส และไม้กระถินณรงค์  ผมสงสัยจริงว่าทำไมล้อมรั้วลวดหนามกันไปหมด 
                    "และบ้านพักตากอากาศของเศรษฐีกับ รีสอร์ทราคานับสิบๆล้านบาท" มีทุกระยะความสูง
                    จนถึงจุดที่ตั้งบ้านพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   มีตำรวจทหารยืนเรียงรายเกะกะไปทั่ว รถนักข่าวมากมายหลายสถาบัน  ฝั่งตรงข้ามเป็นสวนป่ายูคาลิปตัส ปลูกขึ้นมาใหม่

                                         
                                                                  โฉมหน้าเกษตรกร ... แน่หรือ?

                     ใกล้ๆกันคุณนายคนหนึ่ง ยืนเท้าสะเอวตรวจตราการขึงลวดหนาวอยู่อย่างเร่งรีบ หน้าตาบอกบุญไม่รับนัก  คนงาน 3 คนกำลังทำงานอยู่กลางแดด ผมขับรถยนต์ตามขบวนรถตำรวจที่แห่กันขึ้นมาจนรถติดเป็นระยะ รถตำรวจส่วนใหญ่ไปจอดที่สถานีทวนสัญญาณไทยทีวีช่อง 7 สี กองทัพบก ประมาณว่ามาจากทุกโรงพัก สัก 5,000 คนเห็นจะได้ 
                       ผมสะพายกล้องแล้วเดินไปคุยกับตำรวจทีละกลุ่มๆ  ตากล้องตัวจริงย่องไปถ่ายภาพเก็บไว้ ตำรวจเริ่มผูกเปลระหว่างต้นไม้เตรียมนอนเล่น แต่แหม...ตำรวจจังหวัดเดียวกันแต่ต่างโรงพักมาเจอกันที ก็ทักทายกันและกันเหมือนได้มางานเลี้ยงสังสรรค์กันเลย 
                        "ยืดเยื้อไหมลุง"  ตำรวจคนหนึ่งถามผม
                        "ไม่มั้ง ก็ฟังตามที่เขาแถลงน่ะแหละ"
                        "อยากอยู่นานๆหรือไง ได้เบี้ยเลี้ยง ที่พักเยอะหรือ"
                        "กินฟรี นอนฟรี เบี้ยเลี้ยงไม่มี"
                        "อ้าว!!......ไงงั้นล่ะ!!  ก็เห็นว่ามีงบส่งลงมาเยอะแยะ"


                                       
                                               เบอร์โทรกรุงเทพและปริมณฑล ครอบครองได้ไง ยึดคืน!!

                     มีป้ายผ้าเขียนตัวหนังสือบอกความนัยอยู่หลายผืน ว่ากันว่าทหารเอามาผูกไว้ ชาวบ้านไม่ได้ทำเลย รั้วลวดหนามก็เพิ่งมาขึงกันทั่วไปหมด  ป้ายแสดงความเป็นเจ้าของก็มี มีสิทธิจริงแน่หรือ กรมป่าไม้ละเลยต่อหน้าที่หรือเปล่า ยึดคืนมาปลูกป่าเสียเถอะ เช่นรายนี้เป็นต้น โชว์เบอร์ อวดศักดาใช่ไหม?
                     "แล้วเขาจะไปนั่งฟังปราศัยกันที่ไหนนะ  ล้อมรั้วลวดหนามกันทุกแปลงโดยเฉพาะหน้าบ้านนายพลเอกคนดังนี่" 
                      ผมกลับมาแล้ว จึงได้เปิดอินเทอร์เนทค้นหาข้อมูล เพียบ มีเรื่องราวเกี่ยวกับเขายายเที่ยงหลากหลายแง่มุม ส่วนใหญ่เรื่องของบ้านพล.อ.สุรยุทธ์ กับการกระทำที่ผิดกฎหมาย พล.อ.สุรยุทธ์กับการได้มาของที่ดินมิชอบด้วยกฎหมาย พล.อ.สุรยุทธ์ กับสองมาตรฐาน
                      สื่ออิเลคทรอนิกก็ดีอย่างนี้เอง เกิดอะไรขึ้นแฉกันแหลก รวดเร็วทันใจ และค้นหาได้อย่างสะดวกมาก โลกมันแคบลงไปกว่าเมื่อวันวานแล้วโยม เว็บที่ฮอทมากคือกูเกิ้ล และVoice Tv. เห็นภาพเคลื่อนไหวเหมือนทีวีช่องหนึ่ง พร้อมบทสัมภาษณ์ที่ตรงไปตรงมา เป็นการสื่อสองทางที่ดี 

                                    
                                                                ทหารเขียนมาเสแสร้ง...........ฮ่วย                                        
                                                  
                            
                     ผมเป็นอดีตข้าราชกรมป่าไม้ เคยเป็นผู้จัดการโครงการหมู่บ้านป่าไม้ที่อำเภอเขื่องใน  จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปีพ.ศ.2518 รู้ว่า วัตถุประสงค์การจัดหมู่บ้านป่าไม้ก็เพื่อแก้ปัญหาเรื่องคนกับป่า  มีคนบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติมากเกินกว่าที่กฎหมายจะจัดการได้ จึงใช้นโยบายนี้แก้ไขไปทั้วประเทศ ไม่เอาคนออกจากป่า แต่จัดการให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน  มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

                                       
                                                                           จอบ....เตรียมขุดๆๆๆ 

                     ดังนั้น จึงจัดที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในรูปหมู่บ้านป่าไม้ให้กับชาวไร่ดั้งเดิม 1/2 ไร่  อีก 14 ไร่เป็นที่ดินทำกิน  นอกนั้นเป็นการสร้างและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเช่น ถนนหนทาง  แหล่งน้ำ  ไฟฟ้า  ทำเลเลี้ยงสัตว์อันเป็นที่สาธารณะหมู่บ้าน ที่เขายายเที่ยงก็เป็นกรณีเดียวกันนี้ (โครงการจัดการหมู่บ้านป่าไม้ ป่าเขายายเที่ยง-ป่าเขาเขื่อนลั่น แจกที่ดินให้ชาวไร่ 76 ราย แต่เปลี่ยนมือไป 74 แปลง คงเหลือเพียง 2 แปลงเท่านั้นที่เป็นชาวไร่เดิม ฮ่วย!! 15x74 เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,110 ไร่)
                      นายเบ้า สินนอก จึงเป็นชาวไร่คนหนึ่งที่ได้รับการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและทำกิน
 
                                        
                                         
                                                  มุมนี้จากสวนเมืองพร ซึ่งอยู่ตีนเขายังสวยขนาดนี้

                      แต่การที่นายเบ้าขายให้กับนายนพดล  พิทักษ์วาณิชย์  ได้ราคาถึง 7 แสนบาทนั้น(14 ไร่)  นายเบ้าถูกหวยได้เงินฟรีๆเลย นายนพดลไม่มีสิทธิสืบทอดเพราะว่าไม่ใช่เป็นลูกหลานนายเบ้า  กรมป่าไม้น่าจะยึดคืนตั้งแต่ตอนนั้น นำที่ดินมาปลูกป่าต้นน้ำเสียก็สิ้นเรื่อง  
                      พล.อ.สุรยุทธ์ก็อยากได้เสียอีก เลยเป็นเรื่องอื้อฉาว (กลายมาเป็น 26 ไร่ได้ไง  บุกรุกเพิ่มหรือซื้อเพิ่มกันนะนี่)
                     จุดที่เป็นบ้านพักตากอากาศพล.อ.สุรยุทธ์สูงจากระดับน้ำทะเล 600 เมตร วิวสวยมากมองเห็นทะเลสาบลำตะคองได้อย่างสวยงาม บรรยากาศเยี่ยมจริงๆ     แต่วันนี้ บรรยากาศรอบๆบ้านหลังนี้และครอบครัวจุลานนท์คงร้อนเหมือนไฟบรรลัยกัลป์ แทบจะไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดี เฮ้อ กรรมติดจรวดจริงๆ

                                          
                                                                       บ้านผู้มีอิทธิพลคนยิ่งใหญ่

                      พล.อ.สุรยุทธ์ ผิดมากที่สุดคือ เป็นทั้งองคมนตรี  อดีตนายกรัฐมนตรี  พล.อ. อดีตผู้บัญชาการทหารบกจนถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเป็นประธานกรรมการมูลนิธิพิทักษ์เขาใหญ่  เหมือนว่าเป็นนักอนุรักษ์ตัวเอ้ ภาพสวยงามเหลือเกิน
                      ประการสุดท้าย ท่านกล่าวเสมอว่า "คนดีๆต้องมีจริยธรรม  มีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ และต้องแทนคุณแผ่นดิน"
                      แต่ตัวท่านเองปฏิบัติตรงข้ามทุกประการ ตกลงท่านเป็นคนดีๆ หรือคนเลวๆ 

                                            
                                                                  ตำรวจผูกเปลนอนฟรีๆ อ็อกซีเจนสดๆฟรี

                      บนเขายายเที่ยง มิใช่มีเพียงพล.อ.สุรยุทธ์ หากแต่มีการเปลี่ยนมือจากชาวไร่ที่เคยได้สิทธิอยู่และทำกินมากมายหลายร้อยราย ดูภาพบ้านพักตากอากาศของผู้ที่"อยากจน"แต่ละหลังนับสิบๆล้านบาท  ไม่จืดจริงๆ       หรือรีสอร์ทสวยๆมากมายหลายแห่ง ล้วนแต่เป็นผู้ไม่มีสิทธิทั้งสิ้น แต่มีเงิน มีความอยากได้ใคร่มี มีตัณหาว่างั้นเถอะ  บทบาทที่กรมป่าไม้ต้องทำคือ เรียกคืนให้หมดทุกแปลง เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ควรทำและไม่ควรทำ
  
                      ถ้าลำพังชาวบ้านจะสร้างโฮมสเตย์ หรือบังกาโลรองรับนักท่องเที่ยวก็ยังพออภัยให้ได้ เพราะว่านั่นเป็นการเพิ่มมูลค่าที่ดินทำกินอีกรูปแบบหนึ่ง 
                                                                                     

                                          
                                                   นักท่องเที่ยวชอบถ่ายไว้เป็นที่ระลึกหน้าสวนเมืองพร

                     เออ...แล้วมันจะทำยังไงกันดีละนี่ กฎหมายก็เลยไม่เป็นกฎหมาย อย่างนั้นหรือ????  
                     ผมกลับจากเขายายเที่ยงด้วยความเหนื่อยใจ บ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไร  ป่าไม้จะวอดวายไปอีกสักเท่าไร สยดสยองกับสองมาตรฐานของประเทศชาติวันนี้เต็มที 
                     ขายของหาเงินเลี้ยงครอบครัวดีกว่า  ว่ากันว่าเพราะการเมืองไม่นิ่ง เศรษฐกิจก็เลยไม่ดี ลูกค้าก็ไม่ค่อยมีเงิน แต่ผมยังคงมีค่าใช้จ่ายคงที่  บอกได้เลยว่า ทุกวันนี้เศรษฐกิจแย่ยิ่งกว่าเมื่อครั้งก่อนการปฏิวัตรรัฐประหารมากมาย
                     ผมคงไม่มีทางเลือกมากนัก มีทางเดียววันนี้ผมคงต้องหาทางเพิ่มยอดรายได้ ด้วยการเพิ่มชั่วโมงการเปิดขาย
                     เอากันให้สว่างคาตาไปเลย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว......ฮ่วย!!!    
                     การดำรงความเป็นคนดีนี่ช่างยากเย็นเสียจริง                            


ข้อมูลจำเพาะเรื่องเขายายเที่ยง

                    จากกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นางอนงค์วรรณ เทพ สุทิน อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การถือครองที่ดินบริเวณเขายายเที่ยง จ.นครราช     สีมา ตามที่หลายฝ่ายได้มีการร้องเรียน โดยมี นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานนั้น

                  ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายวิฑูรย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการถือครองที่ดินบริเวณเขายายเที่ยง ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการครอบครองที่ดินเขายายเที่ยง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเตียน ป่าเขาเขื่อนลั่น จ.นครราชสีมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีการเข้าไปครอบครองอยู่ 40-50 ราย ทั้งนี้ผลจากการนำภาพถ่ายทางอากาศปี 2510 มาแปรภาพ พบว่าสภาพพื้นที่ป่าบริเวณนั้น ยังคงเป็นผืนป่าสมบูรณ์ และหลังจากมีการประกาศให้เป็นพื้นที่ป่าสงวนในปี 2508 ทำให้กรณีดังกล่าวไม่เข้ากับมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2541 ที่ระบุว่าหากพิสูจน์ได้ว่า มีการครอบครองที่ดินก่อนการประกาศเขตป่าสงวน จะไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

                  “ผลจากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศปี 2510 ซึ่งเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายไว้หลังจากการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ 2 ปี ก็ยังพบว่าสภาพผืนป่าบริเวณนั้น ยังอุดมสมบูรณ์ เขียวครึ้มอยู่ ยังไม่พบว่า มีราษฎรเข้าไปครอบครองที่ดินทำกินแต่อย่างใด ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า การที่มีผู้เข้าอยู่อาศัย ครอบครองที่ดินบริเวณนี้ ไม่เข้ากับมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย. 41 อย่างแน่นอน เพราะมีภาพถ่ายหลักฐานชัดเจน และถือว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยมีขั้นตอนเบื้องต้นคือแจ้งให้ผู้ครอบครองทราบ เพื่อขอให้ออกจากพื้นที่ตามมาตรา 25 ของ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
                   นายวิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับผลสรุปของคณะกรรมการฯ ขณะนี้ได้ถูกส่งให้กับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา เพื่อดำเนินการต่อไปแล้ว.

ที่มาข่าว: เวปไซต์เดลินิวส์

 

 

Tags : One day trip

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view