น้ำตกพลิ้ว : อุทยานความสุขจากธรรมชาติ
โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ
ถ้าท่านเคยไปเที่ยวน้ำตกพลิ้ว อาจคิดว่าก็แค่เพียงน้ำตกเหมือนที่อื่นๆทั่วไปแล้วละก้อ ท่านกำลังเข้าใจผิดเต็มร้อยครับ ด้วยว่าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วเพียงจุดเดียว ท่านได้เรียนรู้และรองรับความสุขอย่างเหลือคณานับ
ลองตามผมไปท่องเที่ยวแบบเก็บงำความสุขทุกอณูอย่างคนที่มองทุกตารางนิ้วของพื้นที่แล้ว ท่านจะรู้ว่า ที่นี่มาไกล 300 กม คุ้มค่าเกินพิกัดเชียว
ผมไปเยี่ยมยามอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วช่วงปลายเดือนมกราคม อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงจากความเย็นช่วงกลางคืนถึงเช้าตรู่ แล้วเริ่มร้อนแรงขึ้นตามพลังของแสงแดดที่จัดจ้า แต่บางเวลากลับพลันมีเมฆหมอกครึ้มแล้วฝนก็โปรยปรายลงมาอย่างกับหน้าฝนเชียว เป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วว่าเมืองจันทบุรี-ตราด-ระยอง สามจังหวัดนี้มีภูมิอากาศเหมือนภาคใต้ใกล้ทะเลประเภท ฝนแปดแดดสี่ (ฝนตก 8 เดือน มีแดดออก 4 เดือน) ซึ่งถือกันว่าเป็นเรื่องปกติ
ไปกี่ครั้งน้ำตกพลิ้วก็ยังเหมือนเดิม มีถนนทางเข้าแคบๆ 6 เมตร ผ่านด่านตรวจเก็บค่าเข้าอุทยานฯ(คนแก่ 60อัพฟรี เฮๆๆ) แล้วก็เดินกันขึ้นไปเป็นกลุ่มๆ แยกออกได้ดังนี้คือ กลุ่มเพื่อนๆ กลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อนบ้านที่เฮโลมาด้วยกันเป็นบัสๆ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาตามออฟชั่นทัวร์ กลุ่มอบรมสัมมนาของหน่วยงานราชการ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กลุ่มนักเรียนทัศนศึกษา กลุ่มมางานแต่งงานบวชและงานศพจากต่างถิ่น ถือโอกาสแวะมาเที่ยวเป็นของแถม
นักท่องเที่ยวมากมายที่แออัดกันเข้ามาจะมีมากในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และถ้าเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ด้วยยิ่งหนาแน่นเกินไปหน่อยครับ วันที่จะแอบมาท่องเที่ยวอย่างสงบ สนุกสนานเต็มที่ และไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันนอน และแย่งกันเที่ยว ต้องใช้วันหยุดพักร้อนให้เป็นที่หนึ่ง ที่สองต้องพ้นภาระงานนานาชนิดแล้วอย่างผม "เกษียนแล้ว" ก็จะได้อรรถรสการท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้งมากกว่า
แหล่งท่องเที่ยวของน้ำตกพลิ้ว มีจุดเด่นเพียงตัวน้ำตกพลิ้ว ถ้าหน้าฝนน้ำตกก็สวยงามจับใจ น้ำที่ไหลหลั่งพรูพรั่งดังตกมาจากสวรรค์ เสียงสาดซัดดังก้องไปทั้งราวไพร ยิ่งยามค่ำคืนด้วยแล้วฟังเพลิน(แต่บางคนว่าหนวกหูไปโน่น...พวกไร้สุนทรีของการท่องเที่ยว) เสียงนกกลางคืนร้องสลับกับแมลงกลางคืน เพรียก
ด้วยเพราะว่าป่าดงดิบชื้นที่รายรอบบริเวณบ้านพักนั้นยังคงสภาพความเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ยิ่ง
ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วยังคงสภาพความเป็นป่าดงดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ได้นั้นก็เพราะว่าวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและกล้าหาญที่ประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติบนเทือกเขาสระบาปให้เป็นป่าอนุรักษ์ตราบทุกวันนี้ ใช่แล้วท่าน จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลผ้าขาวม้าแดงผู้ยิ่งใหญ่ ที่มีทั้งความดีและความเสื่อมเสีย แล้วแต่ว่าจะมองท่านจากด้านใด สมกับคำที่กล่าวกันว่า ไม่มีมนุษย์คนไหนสมบูรณ์(No body perfect) อนิจจังวัฏสังฆารา !!!
อลงกรณ์เจดีย์ อนุสรณ์สถานแห่งรักของพระเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีต่อพระนางเจ้าสุนันทากุมารี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเสด็จมาท่องเที่ยว ณ ที่น้ำตกพลิ้ว และเป็นที่ที่ทรงโปรดยิ่งนัก
หลายคู่ชู้ชื่นของกลุ่มหนุ่มสาววันนี้ก็เหมือนกัน จูงมือกันเดินชมธรรมชาติเพิ่มเติมกรุ่นกลิ่นไอรัก และเมื่อครองรักก็ได้กลับมาอีกครั้งเมื่อมีบุตรธิดาน่ารักกำลังเล่น ชี้ชวนกันมาลงเล่นน้ำตกในโตรกหินผาที่ทอดตัวขวางลำน้ำตกพลิ้ว เป็นอีกความสุขที่ได้กลับมารำลึกถึงความหลัง
ได้อบไอรักปลูกฝังความหลังให้ลูกๆฟัง เป็นความอบอุ่นที่เกิดและซึมซับไปกับธรรมชาติที่เอื้ออำนวย
"เอ้า ซื้อถั่วฝักยาวคนละหนึ่งกำมือนะ เดี๋ยวพ่อจะพาลงน้ำไปเล่นกับปลา ชื่อปลาพลวง"
"ทำไมชื่อปลาพลวงล่ะพ่อ"
"พ่อจะรู้ไหมนี่ ป้ายเขาเขียนว่ายังงี้นี่"
เสียงพ่อลูกโต้ตอบกัน ขณะที่ค่อยๆเดินลงไปที่ริมน้ำลำห้วย ปีนป่ายไปตามก้อนหิน และหย่อนตัวลงน้ำ เท้าเหยียบอยู่บนผืนทรายท่ามกลางหมู่ปลามากมายหลายหมื่นตัว ต่างแวกว่ายไปมาเพื่อมองหาเหยื่อ
"ถั่วฝักยาว"
แน่นอนว่าปลาพลวงวันนี้ไม่เหมือนปลาพลวงในอดีต ที่เคยเก็บกินใบไม้ที่ร่วงหล่น(ต้องใบเขียวๆ) รากไม้ที่ทอดเลื้อยโผล่ลงในสายน้ำที่ฉ่ำเย็น และตะไคร้น้ำตามก้อนหินและท้องน้ำ ก็เปลี่ยนพฤติกรรมมากินถั่วจากมือเด็กๆ
ภาพที่มองเห็นเป็นความสุขสนุกสนานมากของเด็กๆ ที่บ่งบอกอาการเบิกบานสำราญใจไปด้วยกันทุกกลุ่ม เสียงตะโกน เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และใบหน้าเปื้อนยิ้ม พราวพราย
.
เสน่ห์ของน้ำตกพลิ้วจึงอยู่ที่สายน้ำเย็นฉ่ำกับปลาพลวงจอมตากละ เจ้าปลากินถั่ว
จบแค่นี้หรือ ไม่ใช่เลยครับ ลองเดินดูรอบๆสองฝั่งห้วยพลิ้วเถอะ จะเห็นความหลากหลายของธรรมชาติ ไม้ป่า ไม้ต้น ไม้ใบ ไม้เลื้อยและไม้ดอก มีมากมายหลายเผ่าพันธุ์ เป็นความหลากหลายของพันธุ์กรรมพืชอย่างน่าทึ่ง แสงแดดยามเช้าตกกระทบใบเฟิร์นหลังลายที่เกาะอิงอาศัยอยู่กับไม้ใหญ่ สวยจับใจ ใช่ไหม
ดอกไม้สีเหลืองอร่ามของ "ต้นช้างน้าว" ริมฝั่งห้วยพลิ้ว ดอกม่วงแกมชมพูของเสลาใบใหญ่ ติดร้านกาแฟสด หมากแดงริมห้องอาบน้ำชายหญิง เฟิร์นริมผนังดินเรียงรายด้วยลีลาตามธรรมชาติ
ถ้าจัดการอุทยานแห่งชาติด้วยต้นไม้เหล่านี้อย่างจริงจังและมีศิลปะ จะเพิ่มสีสันสดใสให้กับน้ำตกพลิ้วอีกอักโข ไม้ป่าเมืองไทยที่เข้ากันได้ดีกับการจัดการอุทยานแห่งชาติสากล น.ส.น้ำบุษย์ โคสารคุณ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ 089-0712023 ช่วยหน่อย (โสด)
"พันธุ์ไม้ต่างถิ่นกำเนิด(Exotic species) ที่ปลูกประดับกันมาก่อนผมมาอยู่ที่นี่ จะค่อยๆทะยอยย้ายออกไปจากอุทยานแห่งชาติทั้งหมดครับ"
คุณประชัน มีบุญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว กล่าว ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีที่มีหัวหน้าอุทยานแห่งชาติที่ตั้งใจจัดการอุทยานแห่งชาติให้ถูกต้องตามหลักการ มีข้อสังเกตว่าทุกอุทยานแห่งชาติล้วนปลูกประดับพันธุ์ไม้ด้วยไม้ต่างถิ่นกำเนิดแทบทั้งสิ้น
เลยชักจะเข้าใจไปแล้วว่า เรื่องอย่างนั้นมันถูกต้องเช่นนั้นหรือ อย่างไรก็ดี ขอขอบคุณที่เอาใจใส่ในหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
ผู้คน"นักท่องเที่ยว" ที่เข้ามาใช้พื้นที่หาความสุขให้กับครอบครัว นิยมนำอาหารมานั่งกินตามซุ้ม ศาลา ที่ทางอุทยานแห่งชาติจัดวางโต๊ะสนามไว้ให้อย่างเหมาะสม เป็นการปิคนิกของครอบครัวแบบพื้นๆ ไม่สิ้นเปลืองเงินทองมากนัก แต่ทางอุทยานแห่งชาติก็มีร้านอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการอีกส่วนหนึ่ง นักท่องเที่ยวมีทางเลือก ไม่ได้ปิดกั้นใดๆ อันทำให้ไม่เกิดอาการเกร็ง ๆ กลัว ๆ ดีจริงๆ
เสลาใบใหญ่ ดอกสีหวานๆ
คุณศิริกร พงษ์ศรี (หนูดี) 089-2528238,039-434528 ประชาสัมพันธ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เล่าให้ฟังว่า
"ที่นี่มีกิ้งก่ายักษ์ที่เรียกกันว่าตัวลั้ง ขนาดยาวจากหัวถึงหางราวๆ 60 ซม. ถ้าจะมาแอบดูเขาต้องตื่นแต่เช้า เขาจะออกมาอยู่แถวๆริมห้วยพลิ้ว ช่วงใต้สะพานแขวนบ้าง หลังร้านกาแฟสดบ้าง เขาทำสีกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมค่ะ ต้องมองหาช้าๆ เว้นแต่ถ้าเขาไปไต่อยู่บนต้นไม้สีเขียวเขาก็จะเปลี่ยนสีตามไปด้วย"
คุณศิริกร รูปปั้นกิ้งก่ายักษ์
"บางทีเช้าๆ เขาวิ่งมาหาที่นี่(โต๊ะประชาสัมพันธ์) ทำหัวผงกๆ รู้ไหมคะว่าเขาบอกกล่าวอะไร มีหนามระกำตำตาเขาค่ะ เขามาขอให้ถอนแล้วก็มองหน้าก่อนกลับเข้าไปในป่าริมห้วย น่ารักมากเลยค่ะ"
ผมพยายามไปมองหา แต่ไม่เคยได้เห็นสักครั้ง ก็เลยถ่ายรูปปั้นมาให้แฟนๆชมแทนตัวจริง หากวันหนึ่งผมถ่ายรูปได้ละก้อ จะเอารูปจริงๆมาใส่ให้ได้ชมในภายหลัง เว็บไซท์ก็ดีอย่างนี้แหละ ปรับปรุงได้เสมอ
สีของเขาเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อม เป็นการพรางตัวจากภัยร้ายรอบตัว ...น่ารักไหม?
ผมกลับมาแล้ว ลงเรื่องนี้ไปแล้ว คุณศิริกร ได้ส่งรูปนี้มาให้ทางอีเมล ก็เลยนำมาลงให้เรื่องราวสมบูรณ์อย่างที่หวัง เห็นไหมครับ อินเทอเนตเว็บไซท์ก็ดีอย่างนี้แหละ ขอขอบพระคุณที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วอย่างยิ่ง เอ้า ขอให้หนูดีสวยขึ้นทุกวันและทุกชาติๆ เลย
อุทยานแห่งชาติสานสัมพันธ์ผูกพันญาติมิตร
ผมเดินขึ้นเขาไปตามทางลาดยาง ผ่านบ้านพักรับรองภายใต้ร่มเงาไม้ป่าต้นใหญ่น้อยหลากหลายชนิด ได้เห็นป้ายสื่อความหมายทางวิชาการป่าไม้ที่ถูกต้องทั้งการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์และการใช้สีของป้ายแล้วก็รู้สึกดีใจที่มีอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เป็นแหล่งวิชาการพันธุ์พืชที่ดี มีคุณค่าต่อการศึกษา แทบว่า ถ้ายังคงดำรงไว้ด้วยความอุตสาหะเช่นนี้
ต่อไปน้ำตกพลิ้วจะกลายเป็นสวนพฤษศาสตร์ภาคตะวันออกที่ทรงคุณค่าเอนกอนันต์ของท้องถิ่นจันทบุรี เยี่ยมๆๆ
กระต่ายตัวหนึ่งในหลายตัวที่ลานกางเต็นท์ นกบั้งรอกใหญ่ ขอบตาแดง
ผมเดินไปเห็นลานกางเต็นท์และค่ายเยาวชน แต่ตื่นเต้นกับกระต่ายป่าฝูงหนึ่ง เดินและเล็มหญ้าอาหารของเขาอยู่เชิงเขา ผมไม่รู้หรอกว่ามันเป็นกระต่ายป่าจริงไหม แต่ก็ช่วยเพิ่มสีสันการเดินชมธรรมชาติยามเช้าได้ไม่น้อย ผมนั่งๆยืนๆดูกระต่ายอยู่ริมศาลาชมวิว แล้วก็ได้เห็นนกบั้งรอกใหญ่โผบินมาเกาะต้นไม้ กำลังมองหาหนอนหรือไม่ก็ลูกไม้สักอย่าง ผมถ่ายรูปได้เท่าที่เห็น แต่เห็นที่ป้ายสื่อความหมายใกล้ชิงช้าใต้ต้นพลิ้วมีรูปนกที่พบเห็นหลายชนิด แล้วก็อยากให้มีเส้นทางดูนกสักเส้นคงดีไม่น้อย
อ้าวเหลียวลงมาอีกที นกยูงที่ไหนมารำแพนหางให้ชมอีกเล่า ดูสีสันแล้วนกยูงอินเดียแน่เลย
เป็นอันว่า อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วคงต้องเคลื่อนย้ายทั้งพืชต่างถิ่นและสัตว์ต่างถิ่นด้วยเสียแล้ว
ผมนอนค้างอ้างแรม 1 คืน อากาศดี บรรยากาศเยี่ยม กลางดึกค่อนคืนได้ยินเสียงไก่ป่าขานขัน และตอนย่ำรุ่งก็ได้ยินอีกครั้ง ผสมผสานกับเสียงน้ำตกกระแทกแก่งหินดังซ่านซ่าทุกวินาที ธรรมชาติ ช่างน่าอภิรมย์จริง
หมากแดง ต้นพลิ้ว ต้นกำเนิดชื่อน้ำตกพลิ้ว
นี่ก็เป็นภาพที่คุณศิริกรส่งมาให้เห็นดอกพลิ้วที่ออกตามกิ่งทั่วลำต้น ช่วงเวลาที่ออกดอกราวๆเดือน กุมภาพันธ์ แต่นานๆจะออกดอกสักที โดยเฉพาะช่วงเดือนนั้นต้องมีอากาศหนาวเย็นด้วย เช่นภาพที่เห็นนี้ อุทยานฯได้ร่วมกันถ่ายภาพเก็บไว้ นี่คือผลดีของการที่มีกล้องดิจิตอล แต่ถ้ามีกล้องแล้วไม่ถ่ายก็จบ จึงอยู่ที่ความเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ที่ดีด้วยครับ
ดอกออกตามกิ่งก้านทั่วไป พลิ้วค่อนข้างหวงดอก..โชคดีจึงจะได้เห็น
ถ้าทุกอุทยานแห่งชาติ ทุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุกวนอุทยาน ทุกเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทุกหน่วยจัดการต้นน้ำ ทุกหน่วยงานที่มีโอกาสแต่ไม่ทำ ชาติบ้านเมืองและประชาชนกำลังเสียโอกาสเพราะคุณๆนะครับ