http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,649,736
Page Views17,008,081
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

ปลายทางที่คลองวาฬ โดย สาวภูไท

ปลายทางที่คลองวาฬ     โดย สาวภูไท

     
                                                               

ปลายทางที่คลองวาฬ
                                                         “สาวภูไท

 

            สาย ๆ ของวันเสาร์  บรรยากาศเศร้า ๆ แห่งกุมภาพันธ์ ใน กทม.  กลับกระจ่างใสขึ้นทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

            มดไปเจอกันที่ประจวบนะ เพื่อน ๆ ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

            เสียง อ.แหนว ผู้เพื่อนรักจากวิทยาลัย ศิลปหัตถกรรมกรุงเทพชวนมา พร้อมตอกย้ำให้หนักแน่นด้วยเสียงของคุณนิคม ทองพิทักษ์ อดีต ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เลยต้องตัดสินใจโทร.ไปหาพี่สุภาขอลางานครึ่งวัน

            อ้าว...ก็ไปสิ  พี่เขาว่ามาตามสาย ก็จึงได้กุลีกุจอกลับบ้าน(ก็บ้านพี่เขาอีกแหละ) คว้ากระเป๋า(ถุงผ้า)เดินทาง  มีชุดชั้นในสองสามชิ้นกับแพรวาสารพัดประโยชน์ผืนเก่งหนึ่งผืนเดินตัวปลิวขึ้นแท็กซี่ไปสายใต้  ทันได้ขึ้นรถกรุงเทพฯ-บางสะพานเที่ยวบ่ายสองโมงพอดี  ขึ้นรถเรียบร้อยแล้วจึงโทรหาเพื่อนเพื่อการนัดแนะ

            บอกเขาให้จอดแยกทางเข้าคลองวาฬนะ   เราพักกันที่ อารยา รีสอร์ท  ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปเดี๋ยวมีรถตู้มาคอยที่ปากทาง  
            เสียงคุณนิคมบอกมาตามคลื่นด้วยเป็นผู้ประสาน ตุ้มโฮมเหล่าเพื่อนพ้องให้เดินทางมาจากที่แสนไกลหลายจังหวัด มาประชุมพบปะกันครั้งนี้ที่ชายทะเล ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

                                      
                                                             มิตรภาพอันยาวนาน...ซึ้ง 

           
ถนนเพชรเกษม มุ่งตรงลงใต้เป็นเส้นทางหนึ่งที่คุ้นเคยเพราะเทียวหาลูกสาวที่กระบี่  แต่บริเวณประจวบคีรีขันธ์นั้นเป็นเพียงทางผ่านยังไม่เคยแวะเยี่ยมสักที  แม้จะเป็นเส้นทางหนึ่งที่ฉันชอบด้วยความตรงแหนวราบเรียบของมัน  รวมทั้งสองข้างถนนมีความสดชื่นเขียวชอุ่มของแมกไม้ ป่าไม้ มากกว่าความรุงรังแห่งตึกรามบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง(ในเส้นทางอื่น ๆ แทบทั้งประเทศ)เพราะการกระจายของประชากรมีสูง  หมู่บ้าน  หรือตัวเมืองตั้งอยู่ห่างไกลกัน  ปล่อยเนื้อที่ให้เป็นป่าไม้ไร่ สวน ซะมากกว่า


           
การเดินทางไกล ๆ คนเดียวเป็นภาระประจำไปเสียแล้ว  และหากมีเป้าหมายรออยู่ข้างหน้าอย่างนี้ก็ให้ความรู้สึกสบาย ๆ  มีหนังสือเล่มโปรด(ที่ติดตัวช่วงนี้คือ ผ่านพบไม่ผูกพัน ของเสกสรร ประเสริฐกุล)มาสับเปลี่ยนความคิดฝันให้เกิดปัญญาสมาธิ  ทำให้เป็นช่วงการเดินทางที่มีคุณค่า  ฉันขอบคุณชาวรถเที่ยวนี้ที่ไม่เปิดวีดีโอหนัง  หรือรายการตลกเน่า ๆ เสียงดังโฉงเฉงอย่างไร้ปัญญาที่รถโดยสารบนเส้นทางยาว ๆ ส่วนใหญ่นิยมกระทำเพื่อดับฝันและจินตนาการของผู้โดยสาร


             
                        อินทนิลน้ำพร่ำขานคำหวานแว่ว                            หรือลืมแล้วแก้วตานิจจาเอ๋ย

            ผ่านเขตเพชรบุรีเข้าสู่เขตประจวบคีรีขันธ์  เมื่อตะวันคล้อย ๆ เฉียง ๆ ลงทางขวามือ  สองข้างทางดูพราวตาด้วยสีม่วงอมชมพูของดอกเสลา ตะแบก อินทนิลน้ำ สลับ กับเหลืองพราวของดอกคูนที่ช่วยกันเพิ่มพูนสีสันให้ป่าโปร่ง ๆ ดูสวยงามยิ่งขึ้น  ฉันปิดหนังสือ  หลับตาลง   แว่ว ๆ ได้ยินเพลงของ ผ่องศรี วรนุช  ท่อนที่มีเนื้อความว่า

                                             ตะแบกบานแล้วร่วง  สีม่วงที่พี่ชื่นชม

                                          หรีดหริ่งระงม  พี่ปล่อยน้องให้ตรมคนเดียว

                                                   รวงเอ๋ยรวงทองต้องร้างคนเกี่ยว...


                                       
                                                                     ดอกเสลาสีม่วงอมชมพู

           
แสงแดดอ่อนลงมากเมื่อผ่านปราณบุรี  เพื่อน ๆ โทรเช็คด้วยห่วงใยเป็นระยะ ๆ เพิ่มความรู้สึกลึกซึ้งกับคำว่า 
เพื่อน ให้หนักแน่นยิ่งขึ้นอีก

            เพื่อนรุ่นของเราคราครั้งเรียนป.กศ.จากสถาบันวิทยาลัยครูอุบลราชธานี(ที่ยังไม่เป็นม.ราชภัฏ) สามารถรวมกลุ่มกัน พบปะช่วยเหลือกันได้เป็นกลุ่มเป็นก้อนเสมอมาเป็นเวลาหลายปีก็ด้วยคำว่า เพื่อน ที่ลึกล้ำนี่แหละ  ตัวฉันเองต่างหากที่ห่างหายไปนาน  ตั้งแต่เออรี่ไปอยู่ออสเตรเลียซะสี่ปี  และกลับมาเป็นบรรณาธิการอยู่สุวีริยาสาส์นก็กว่าสองปีแล้ว   ครานี้เห็นว่าเพื่อนมาใกล้แล้ว  จึงอยากพบเพื่อนอีกสักครา
               
           ถึงสามร้อยยอดแล้วโทรมานะ

            ถึงกุยบุรีโทร.อีกนะ  จะได้เตรียมตัวออกจากคลองวาฬไปทันรถมาถึงพอดี

            เอาอย่างนี้เดี๋ยวจะโทร.มาเช็คเป็นระยะ ๆ เผื่อว่าตัวนอนหลับ

            เสียงตามคลื่นเหล่านั้นแฝงมาด้วยความห่วงใย  ด้วยตะวันคล้อยต่ำลงทุกขณะ  และปากทางเข้าคลองวาฬก็ค่อนข้างเปลี่ยว  แต่ฉันกลับไม่กังวลสิ่งใด  สายตายังไล่เลียชมดอกไม้ข้างทางที่แพรวพราววิบวาวสองข้างถนนจนอยากหยุดรถลงไปถ่ายรูป  เมื่อทำไม่ได้ก็อยากเก็บไว้ด้วยสายตา   อีกอย่างฉันเคยไปไหน ๆ คนเดียวไกล ๆ มานับครั้งไม่ถ้วน  จนตรอกมาก็เข้าขอความช่วยเหลือจากคนที่ผ่านพบ  และที่ผ่านมาฉันคิดว่าคนไทยยังมีน้ำใจ มีความเมตตา มีความเอื้ออาทรให้กันและกันอยู่ 
               ฉันอาจโชคดีก็ได้จึงได้พบแต่คนดี ๆ



                                                           บ้านพักแรมทางร่มรื่นในสวนมะพร้าว

           
ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดเล็ก ๆ น่าอยู่  พื้นที่ทั่วไปเป็นป่าเขา  และริมทะเล  พื้นที่แถบนี้เป็นส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย   บริเวณตำบลคลองวาฬ  อันเป็นจุดหมายปลายทางนั้นห่างจากเขตแดนพม่า  คือสันเขาด้านตะวันตกเพียง ๑๒ กิโลเมตรเท่านั้น

            ถนนเพชรเกษมเป็นเหมือนงูเลื้อยพุ่งตรงแหวกเข้าพงไม้  ด้านหนึ่งเป็นเทือกเขากั้นเขตแดนพม่า  กับอีกด้านหนึ่งเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทย  ป่าแถบนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นป่าอุดมสมบูรณ์หากเทียบระดับกับป่าทั่วไปในเมืองไทย  ใกล้กับที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด  และอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

                                             

           
พูดถึงกุยบุรี  ใครที่เคยติดตามข่าวเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วคงจำได้ถึงเรื่องราวทะเลาะวิวาทระหว่างช้างกับคน   เพราะคนเป็นฝ่ายมาบุกรุกพื้นที่อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนและเที่ยวท่องเพลิดเพลินของฝูงช้างมาก่อน   ถากถางทำไร่สับปะรด   ขับไล่เหล่าช้างให้อพยพถอยร่นออกจากบ้านเคยอยู่อู่เคยนอน    เคลื่อนย้ายถอยไปเรื่อย ๆ พื้นที่หากินของชาวช้างก็น้อยลงทุกที   อีกอย่างการถากถางพื้นที่ป่าให้โล่งเตียนก็นำภัยแล้งมาอยู่แล้ว  เพิ่มความลำบากให้ช้างเข้าไปอีก   ช้างจึงจำเป็นพากันมาลิ้มลองรสชาติสับปะรด  แล้วก็เลยติดใจมากินกันใหญ่นะซี   ซึ่งผู้ปลูกถือว่าช้างมาบุกรุก  มาทำความเสียหายมหาศาล  เกิดการทะเลาะวิวาทดังว่า  
             ที่สุดช้างก็ถูกวางยาพิษตาย 

 
                   ชายหาด..........ลมทะเล...โอโซน                                           หอยทะเลชนิดหนึ่ง

           
เป็นข่าวเศร้า ๆ ของสัตว์โลกผู้มีวิวัฒนาการมาจากสิ่งมีชีวิตแรกเริ่มในทะเลเช่นกัน

            ตะลาหล่าลาลา ...ตะละหล่าลาล้า...ๆ....  เสียงโทรศัพท์ปลุกฉันตื่นจากความคิดคำนึงถึงช้าง   รับสายแล้วมองหาป้ายข้างถนนจึงได้รู้ว่าอีก ๑๐ กิโลเมตรจะถึงประจวบคีรีขันธ์

            บอกคนขับให้จอดที่ทางแยกสถานีตำรวจคลองวาฬนะมด

            ทางแยกสถานีตำรวจคลองวาฬหรือ    ฉันทวนคำดัง ๆ คนที่นั่งข้างหลังคงฟังอยู่ด้วยเธอจึงชะโงกชะเง้อขึ้นมาบอกว่า  ที่นั่นมีรูปปลาวาฬตัวใหญ่ ๆ บอกคนรถเขาไป  ฉันขอบคุณในความหวังดีนั้น   คนไทยมีน้ำใจเสมอ


                            
                                                               ขุนเขาทะมึนทึน  ดูเข้มขลัง

           
ตะวันตกดินไปแล้วเมื่อมาถึงคลองวาฬ  แหนวกับเพื่อน ๆ กลุ่มหนึ่งมากับรถตู้  รอรับอยู่แล้ว  โผผวาเข้าหากันส่งเสียงเอะอะลืมวัยลืมเวลา  แล้วรถก็พาไปที่ร้านอาหารสถานที่จัดเลี้ยงชายทะเลคลองวาฬ

            เสียงเพลงจังหวะสนุก ๆ จากเพื่อนที่เป็นคอเพลงคนเดิม ๆ  ดังก้องชายหาด  ฉันวิ่งไปที่หน้าเวทีทันใด  ดินทรายที่ท่วมรองเท้าไม่เป็นอุปสรรคต่อการโยกย้ายไปตามจังหวะเพลงเลย   เพราะไง ๆ เราก็ไม่สนจังหวะอยู่แล้ว ( จังหวะมั่ว ๆ เป็นปรกติวิสัย )  กับกลุ่มหางเครื่องหน้าเดิม ๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในสายตา  ดูเหมือนว่าวันเวลาที่ผ่านเลยไม่เคยมาช่วงชิงเอาพลังความเป็นสาวหนุ่ม  ความสนุก สุขใจ  จากพวกเราไปได้เลย  ยามได้อยู่รวมกันอย่างนี้



                                    หกสิบยังแจ๋ว                                                             แต่...หมดแรงข้าวต้ม

           
คลองวาฬเป็นชายทะเลที่ไม่มีหาดให้ลงเล่นน้ำได้   จึงปราศจากความรุงรังของเก้าอี้ผ้าใบ   และร่มสำหรับนักท่องเที่ยวเหมือนชายหาดดัง ๆ แห่งประเทศนี้   มีเพียงเรือประมงจอดนิ่งอยู่ชายฝั่ง  ทะเลยามค่ำคืนแห่งคืนเดือนมืดดูเวิ้งว้าง  มีแสงไฟจากเรือประมงเห็นวิบวับอยู่ไกล ๆ แข่งกับแสงดาวที่กระพริบพราวเหนือขุน เขาทะมึนที่ยืนโต้ลมอยู่ชายฝั่ง  เหมือนจะคอยเก็บซับเอาทุกสิ่งที่เกิดขึ้นริมทะเลแห่งนี้  แม้แต่เสียงสรวญเสเฮฮา  และเสียงครวญเพลงพลิ้วหวาน  เสียงขับขานเพลงเพราะ  เสียงฉอเลาะบอกเพื่อน   เสียงย้ำเตือนความทรงจำในวัน และวัยที่ผ่านมา  ของเหล่าคนไกล  ที่รอนแรมมารวมกลุ่มตุ้มโฮมในคืนนี้  เก็บเข้าไว้ในไฟล์ข้อมูลของขุนเขา  ผู้ไม่เคยเหนื่อยหน่าย  ไม่เคยหลับใหล อยู่ชั่วนาตาปี

            เหนื่อย  และหมดแรงข้าวต้มแล้ว  คืนนี้เราก็จึงเข้านอนพักที่รีสอร์ทบ้านสวนริมทะเลคลองวาฬ  มีขุนเขายืนต้านลม  กำบังคลื่นให้เล็ดลอดมาเพียงบางเบา  อากาศจึงไม่หนาว  ไม่ร้อน ให้ทุกคนได้ผ่อนพักกาย ใจ  เพื่อจะได้มีพลังนั่งรถท่องกันตลอดวันพรุ่งนี้กับผองเพื่อน...

๐๐๐๐๐๐๐

(ยังมีต่อ)

 
                                            
                                                              หนึ่งเดียวที่มีอิสระ...ดังนกโบยบิน

Tags : Travel

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view