เที่ยวโขงเจียม เมืองแม่น้ำสองสี ปลาแซบหลาย
เห็นตะวันก่อนใครในสยาม
พรหมพร พานิชกิจ
๑.ปลาแซบที่ย่าคิดถึง
เย้...ย่ามาแล้ว เด็กๆส่งเสียงเจี้ยวจ้าวดีใจกันยกใหญ่ ต่างส่งเสียงร้องเรียกแล้ว
วิ่งกรูเข้าไปหา ทำท่างาม ๆ ทักทายสวัสดีค่ะ ...สวัสดีครับ ... เพราะเมื่อเห็นย่ากลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อไร เด็กๆก็จะรู้ทันทีว่าหนู...ผมจะได้ของฝาก ของเล่น และที่สำคัญ...หนู..ผม..จะได้ไปท่องเที่ยวไกลบ้าน ตอนนี้ย่าก็กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการท่องเที่ยวทั่วไทย สำหรับครอบครัวน้อยๆของเราไปแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะมาเล่าสู่กันฟัง

ทริปแรกของปีนี้ เราไปอำเภอโขงเจียม อุบลราชธานี ในวันปีใหม่พอดีค่ะ ลูกสามคนของย่ารวมเป็นสามครอบครัว สมาชิกรวมลูกเล็กเด็กแดงแล้วต้องใช้รถยนต์สองคัน ไปไหนไปกันเพราะเป็นลูกหลานพ่อใหญ่เลาะล่องท่องเที่ยวอยู่แล้ว
อำเภอโขงเจียม อำเภอบ้านด่านเดิมของอุบลราชธานี อยู่ห่างออกไป ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร ทางทิศตะวันออก เราใช้เส้นทางที่สั้นที่สุดคือผ่านอำเภอพิบูลมังสาหาร ข้ามน้ำมูลสู่ฝั่งซ้ายแล้วมุ่งตรงสู่โขงเจียม
ปากมูล น้ำใสสวย
มาโขงเจียม สถานที่แรกที่ควรแวะคือ
วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222 ก่อนจะถึงอำเภอโขงเจียมประมาณ
วัดนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ 2521 โดย “หลวงปู่คำคนึง จุลมณี “ ท่าน ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมจำพรรษา ปัจจุบันท่านได้มรณภาพแล้ว แต่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย บรรดาศิษยานุศิษย์ ได้รวบรวมปัจจัยทำโลงแก้วประดับเพชรเทียมเป็นที่เก็บรักษาร่างของท่านไว้เคารพบูชา แต่ละวันมาผู้ที่ศรัทธาเข้ามากราบไหว้อย่างเนื่องนอง
จนถึงปัจจุบันนี้วัดกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของโขงเจียมไปแล้ว บริเวณวัดมีการจัดปรับแต่งธรรมชาติที่เป็นถ้ำใต้หน้าผา ทางจะลงสู่หุบเขาที่ตั้งอำเภอโขงเจียมได้อย่างสวยสมกลมกลืนด้วยหินผา รากไม้และพืชพันธุ์ มีอย่างหลากหลายมากมายนักหนา
มีจุดชมวิว สามารถมองเห็นลำน้ำโขง และฝั่งลาวได้อย่างชัดเจนเนื่อง
จากบริเวณที่ตั้งของวัดตั้งอยู่บนที่สูงกว่ามาก ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำโขง บริเวณที่แม่น้ำมูลไหลมา บรรจบกันกลายเป็นแม่น้ำสองสี
เที่ยวชมกราบไหว้ และเดินชมวัดจนเลยเวลาเที่ยงวัน ก็เลยต้องมองหาอาหาร เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ใครๆ...ว่ามาเที่ยวอำเภอโขงเจียมแล้วไม่ได้ลิ้มรสปลาแม่น้ำสองสีก็เหมือนมาไม่ถึง โดยเฉพาะย่านั้นเคยประทับใจ ติดในรสชาติของปลาโขง และบรรยากาศบนแพที่ลอยปริ่มริมน้ำโขง จึงต้องลงไปเดินด้อม ๆ ตามร้านอาหารแพริมโขงหน้าอำเภอ
เราลืมไปว่าวันนี้เป็นวันหยุดปีใหม่ ผู้คนจึงมีมากมายล้นหลาม เมื่อไม่ได้จองไว้อย่าหวังเลยจะมีโต๊ะว่าง
แดดก็ร้อน น้ำในแม่โขงช่วงนี้ก็ลดระดับลงไปจนมองเห็นแพลิบ ๆ ในไอแดด แถมเมื่อลงไปถึงแล้วต้องหน้าห้อยกลับมาอีก ไม่มีที่ว่าง
โธ่... ร้านอาหารมีออกเยอะแยะตามริมฝั่งด้านบน ไม่เห็นต้องง้อแพอาหารเลย
เด็ก ๆ เริ่มหน้างอ ย่าเองก็ตัดใจ
ผาสลักพระ
“กินไหนก็ได้นะ”
แล้วเราก็เจอร้านอาหารอร่อยแซบ ไม่แพ้ในแพด้านล่าง ก็ปลาที่นี่แซบหลายอยู่แล้วนี่นา แถมเย็นสบายกว่าในแพเสียอีก เพราะด้านบนมีต้นไม้ร่มรื่นกว่า แถมอยู่ใกล้วัด กินอิ่มแล้วก็พาเด็ก ๆ ไปวิ่งเล่นตามร่มไม้ ก่อนจะออกเดินทางต่อได้อีกด้วย
เราจะไปบ้านเวินบึก หมู่บ้านสุดท้ายของไทยริมฝั่งแม่น้ำโขงกันค่ะ
เป็นหมู่บ้านที่ย่ามีความหลังอีกละ(ยังไม่เข็ดยังมีต่อ)
QQQQQQ