http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,649,684
Page Views17,007,336
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

มื้อเที่ยงที่สะแกกรัง บนเรือล่องท่องแม่น้ำ โป๊ะเช๊ะ โดยป่าน ศรนารายณ์ เรื่อง-ภาพ-ธงชัย เปาอินทร์

มื้อเที่ยงที่สะแกกรัง บนเรือล่องท่องแม่น้ำ โป๊ะเช๊ะ  โดยป่าน ศรนารายณ์ เรื่อง-ภาพ-ธงชัย เปาอินทร์

มื้อเที่ยงที่สะแกกรัง บนเรือล่องท่องแม่น้ำ โป๊ะเช๊ะ 

โดยป่าน ศรนารายณ์ เรื่อง-ภาพ-ธงชัย เปาอินทร์

                    ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพมหานครถึงจังหวัดอุทัยธานี ระยะทางเพียง 222 กม.(ถนนสายเอเซีย)ใช้เวลาเดินทางน่าจะไม่เกิน 2 ชม. เดินชมตลาดสดยามเช้าริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรังแล้วเดินข้ามสะพานไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์วัดสโปทาราม ซึ่งแปลกกว่าที่อื่นๆรับรองได้ว่าจะเป็นเช้าที่งดงามน่าชม โปรดพลิกไปอ่าน คอลัมม์  ท่องเที่ยวทั่วไทย ได้เลย

(เมื่อครั้งก่อนสถิติผู้เข้าชมเว็บเพียง 9,000 คนเศษๆ แต่วันนี้ 792,217 คน เพจวิว 999,202 ครั้ง)

ท่าเรือริเวอร์ครุยส์

              ใกล้เวลา 10.30 น.ลงเรือล่องท่องแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งเป็นเรือที่ดัดแปลงมาจากเรือเอี่ยมจุ๊นจนกลายเป็นเรือนำเที่ยวที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สำคัญสุดๆ ได้ชมธรรมชาติและวิถีชีวิตสองฟากฝั่งระหว่างนั่งลิ้มรสชาติปลาแรดเลิศรส โอย น้ำลายสอ..

ผอ.การท่องเที่ยวและกีฬาอุทัยธานีโทร.086-1100029

              ผมโชคดีที่ได้ไปร่วมขบวนเดินทางครั้งนี้ด้วย มีท่านผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬา จ.อุทัยธานี นายปทีป สมบุญพูลพิพัฒน์ ร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อมมูล ได้เวลาลง "เรือริเวอร์ครุยส์"ของนายวีระ บำรุงศรี ที่ไม่ใช่นักร้องเสียงแพรไหม(แต่ร้องเพลงฝรั่งเพราะดี) มีที่นั่งสองกราบเรือ  ตรงกลางตั้งโต๊ะอาหารพร้อมเก้าอี้

              เรือเริ่มเคลื่อนตัวจากฝั่ง สื่อทุกค่ายคว้ากล้องจ้องถ่ายภาพธรรมชาติและวิถีชีวิตสองฟากฝั่งอย่างตั้งอกตั้งใจ ได้ภาพงดงามตามเวลาและจังหวะของแสง 

เจ้าของเรือล่องแม่น้ำสะแกกรังE-mail:riverlakeman@yahoo.com

              อาหารลงโต๊ะก็พอดีสื่อเริ่มวางกล้อง เสียงมัคคุเทศน์สองสาวเล่าแจ้งแถลงไขเรื่องราวมากมายของแม่น้ำสะแกกรัง ภาพและกลิ่นกระเทียมเจียวจากจานปลาแรดโชยมาเตะจมูก น้ำลายรื้นขึ้นคอ น้ำพริกปลาร้าลงมาอีกถ้วย โอย อดใจไม่ไหว โซ้ยดีกว่า ว่าพรางก็ไม่รอช้า แม้อาหารจะเริ่มทะยอยลงมาอีกหลายอย่าง กินพลางก็เหลือบชะแล "แหงะ" ไปดูสองฝั่งที่เรือแล่นผ่าน ลมเย็นโชยมากับละอองฝนประปราย

ไกด์หน่อง รักแม่น้ำสะแกกรัง โทร.087-1975115

              สองฝั่งแม่น้ำสะแกกรังที่ได้เห็น บนฝั่งมีร่องรอยปล่องโรงสีไฟเหลืออยู่ บ้านเรือนใต้ถุนสูงเพื่อเตรียมพร้อมหนีน้ำท่วม และในแม่น้ำก็มีเรือนแพทอดตัวเป็นระยะ หน้าเรือนแพมักปล่อยว่างให้ได้สัมผัสแม่น้ำ ท้ายหรือหัวแพมักจะเป็นกระชังปลาลอยน้ำ "เลี้ยงปลาแรด" บางแพก็ปลูก "เตยหอม" ลอยน้ำอยู่ข้างๆ มีเรือลำเล็กๆจอดพร้อมใช้ ด้านหลังเรือนแพเป็นดงไม้บ้าง กอไผ่บ้าง มองดูเพลินตาจริงๆ 

ไกด์ตุ๊ย รักบ้านเกิด โทร.087-1985320

              อาหารที่อยากแนะนำคือ ปลาแรดทอดกระเทียม ทอดได้กำลังดี เนื้อนุ่มในแต่นอกแห้งไปนิดๆ กระเทียมเจียวเจียวใหม่ๆตามแบบอย่างที่แม่เคยทำให้กิน จึงหอมและชวนกินมากกว่ากระเทียวเจียวถุง ร้านอาหารใดๆก็ตามหากใช้กระเจียวถุงโรยมาบนปลาทอดละก้อ ผมคนหนึ่งจะไม่กินเลยสักชิ้น มันเสียรสชาติและบรรยากาศการกินปลาทอดกระเทียมเจียวครับ

ปลาดรอทอดกระเทียม

              น้ำพริกปลาร้า หรือปลาร้าสับ ห้อมหอม โรยมาด้วยกระเทียมเจียวเล็กน้อย พริกขี้หนูแห้งทอดจนหอม ผมตักเป็นคนแรกและมีคนตักตามอีกจนเกลี้ยงถ้วย    ทำเรทติ้งได้เร็วและชัดเจน ผักแกล้มเป็นผักสดๆใส่จานมากับน้ำพริกกะปิอีกถ้วยหนึ่ง น้ำพริกทั้งสองชนิดกินร่วมกับผักสดนานาชนิดได้อย่างกลมกลืน แต่ถ้าแกล้มด้วยผักลวกหรือต้มหรือเผาก็ได้ใกล้เคียงกัน 

   

ปลาร้าสับและเครื่องเคียง

              น้ำพริกปลาย่างแกล้มไข่ต้ม จัดจานมาสวย แต่ก็ต้องแยกแยะ จะเอาสวยแล้วกินไม่ได้หรือ อย่ากระนั้นเลย ตักไข่ต้มหั่นใส่จานบนข้าวสวยร้อนๆแล้วตักน้ำพริกปลาย่างวางแปะ พอเข้าปากก็รู้เลยว่า น้ำพริกปลาย่างอร่อยอย่างไร ที่แปลกคือใช้ไข่ต้มเป็นเครื่องเคียง ทำให้กับข้าวชุดนี้ชวนกิน เห้นทีจะต้องทำกินเองที่บ้านเสียแล้ว

     

น้ำพริกปลาย่างไข่ต้ม

              ผัดแห้งหน่อไม้ซอยใส่ไข่ แต้มด้วยใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง สำแดงความเป็นเมืองที่หยิบจับพืชอาหารจากธรรมชาติมาใช้ ก็อย่างที่เห็นๆ สองฝั่งแม่น้ำสะแกกรังมีไม้ไผ่หนาแน่น บนป่าพงดงดอยยิ่งแล้วใหญ่เลย มีทั้งไผ่สีสุก ไผ่ไร่ ไผ่รวก ไผ่บง ฯลฯ ที่ให้หน่อเก็บกินได้แทบทั้งปี ในตลาดสดมีจำหน่ายไม่เว้นวัน เขาซอยหรือจักหน่อไม้จนได้เส้นกำลังดี ต้มจนจืดสนิท เมื่อผัดแล้วปรุงรสจึงอร่อยลิ้นกินเกลี้ยง

   

ผัดแห้งหน่อไม้ใส่ไข่และทอดส้มปลาตะเพียน

              จานถัดมาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของอาหารแม่น้ำสะแกกรัง ทอดส้มปลาตะเพียน โรยด้วยหอมแดงซอย พริกขี้หนูสวนซอย เพียงเท่านี้ รสชาติปลาส้มที่เปรี้ยวในเนื้อกับความหอมของหอมซอย กระตุกรสชาติอีกนิดด้วยพริกขี้หนูสวนซอย ตักพร้อมข้าวสวยร้อน หอมชวนกินจริงๆ ผมกินไปจนแทบว่าจะหมดชิ้นปลา เหลือเพียงก้างวางไว้ขอบจาน 

แกงเขียวหวานปลากราย

              โดยวัฒนธรรมการกินอาหารของคนภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างเช่นอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง คล้ายคลึงกัน เมื่อมีกับข้าวประเภท ทอด ปิ้งย่าง ผัดแห้ง น้ำพริกแล้ว ก็ต้องมี กับข้าวประเภทซดน้ำหรือเป็นแกง เช่นคราวนี้ เขาแกงเขียวหวานรสชาติกรุงเทพๆ แต่ไม่หวานอย่างคนกรุงเทพกิน

               เป็นแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ใส่มะเขือยาวหั่นชิ้นกำลังกิน โรยด้วยใบโหระพา พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง น้ำแกงเป็นกะทิสดของแท้ ช่วยให้การกินมื้อเที่ยงคล่องคอขึ้นอีก

    

ร่องรอยโรงสีและแพปลูกเตยหอม

             ระหว่างทางการกินและเรือวิ่งทวนน้ำสะแกกรัง มัคคุเทศน์ ตุ๊ยกับหน่อง เล่าเรื่องราวให้ฟังตลอดเวลา เหมือนเปิดเพลงบรรเลงตลอดการกิน เพลิดเพลินกับรสชาติอาหารตรงหน้า ปิยะวาจาน่าฟังจากสาวสวยๆ และเหลือบแล แหงะ ชะแง้ไปตามสองฝั่งแม่น้ำ ได้จังหวะก็ลุกขึ้นไปกดชัตเตอร์ บันทึกภาพลงไว้ในไฟล์ทีละช็อต ๆ เพลินดีจริงๆ

   

ลอบยืนและวางเบ็ด

             "ฝั่งโน้น มีลอบยืนวางไว้ชายแม่น้ำค่ะ เขาจับปลามากินด้วยภูมิปัญญาที่ทำกันมานานแล้วค่ะ" มัคคุเทศน์ตุ๊ยกล่าว 

              "แม่น้ำสะแกกรังมีต้นน้ำคือปากแม่น้ำที่แยกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา มีประตูน้ำปิดกั้นไว้ ทำให้ระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง เป็นเมตร ธุรกิจเรืองล่องแกม่น้ำสะแกกรังรองรับได้ตลอดปี เพราะว่าควบคุมระดับน้ำได้และปลอดภัย" นายวีระ เล่าให้ฟัง

เสน่ห์แม่น้ำสะแกกรัง แตกต่างจากแม่น้ำอื่นๆ

              "เวิ้งว้างกว้างไกลหลายๆที่เห็นรอบๆตัวเราอยู่นี้ เรียกว่า บึงขุมทรัพย์ อันเป็นเหมือนแก้มลิงต้นแม่น้ำสะแกกรัง ส่วนพื้นที่บึงกว้างเท่าไรไม่ทราบ รู้เพียงว่า บึงนี้คือแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านรอบๆบึง ค่ำมาก็ลงข่ายลงเบ็ดราว เช้าตรู่ก็มาเก็บกู้ปลาเอาไปกินเป็นอาหาร เหลือก็ขายได้เงินมาจุนเจือครอบครัวค่ะ กลางคืนจึงวิ่งเรือไม่ได้เพราะว่าอาจไปพันเอาตาข่ายดักปลา"  

น่านั่งรับลมรับอาหารไหมครับ

              กินอาหารคาวอิ่มแล้ว อาหารหวานก็ลงมาเพละตรงหน้า เป็นขนมที่ทำกินกันประสาพื้นบ้านคนอุทัยธานี "ข้าวโปง" ดูข้างนอกเหมือนข้าวต้มไหว้เจ้า แต่ข้างในเป็นงาดำ หอมน่ากิน และที่มีชื่อเสียงมากคือ "ขนมปังไส้สังขยา" ถึงกับกล่าวกันว่ามาอุทัยธานีต้องซื้อไปฝากคนทางบ้าน ไม่เช่นนั้นโกรธกันเชียว

     

ขนมข้าวโปงและขนมปังไส้สังขยา

               เรือกำลังจะวนกลับ เพื่อส่งขึ้นที่ท่าเรือหน้ารีสอร์ทแห่งหนึ่ง แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ชวนสนใจ ด้วยว่าสื่อประเภทกอสซิบนางหนึ่ง   เธอเดินไปโพสท์ท่าบนหัวเรือราวกับตนเองเป็น "โรส" ในเรื่อง ไททานิก หนังดังระดับโลกที่เกรียวกราวกับท่าท้าลมคู่กับพระเอกของเรื่อง  แต่ละลีลาท่าทางชวนให้ชวนหัวและได้ยินเสียงหัวเราะด้วยความเอ็นดู 

"โรส" เอี่ยมจุ๊นล่องแม่น้ำสะแกกรัง

              ภาพนี้แหละที่ต้องนำมาขึ้นไว้หัวเรื่องหน้าเว็บ เพื่อท้าทายสายตาพี่น้องผองเพื่อนเว็บ อยากจะเปิดขึ้นมาอ่าน ขอบอก เธอไม่ได้ติดสินบนขอขึ้นหน้าเว็บนะ แต่ด้วยความน่ารักแกมน่าหยิกของเธอ มาสเตอร์เว็บชราก็เลยอดใจอ่อนตามใจเธอไม่ได้นั่นเอง สื่อนางนี้เมื่อตกค่ำคืนที่มีเลี้ยงต้อนรับ ได้ทำหน้าที่ "นางโชว์"และพิธีกรได้สนุกครึกครื้นยิ่ง โปรดพิจารณาจากภาพที่ลงไว้  "เปิดโชว์เดี่ยวเปลี่ยวใจของโรส คอนเซป สตรีมีไข่" เมื่อไร จอง 10 ที่นั่ง ฮ่ะ

 

 

 

น่ารักซะไม่มี

นางโชว์

                    รีสอร์ทที่ขึ้นจากเรือ เพื่อเดินทางต่อ เสียดายที่ไม่ได้สัมผัสมากกว่านี้ ซึ่งน่าจะเหมาะสำหรับครอบครัวที่มาพักผ่อนแล้วก็อยากจะพักนอนสักคืน บรรยากาศริมบึงขุมทรัพย์น่าจะปลอดโปร่งโล่งสบายหายใจคล่อง ฝากไว้ก่อน โอกาสหน้าถ้ามี .........

                     และที่อยากได้คือบทสัมภาษณ์ความรู้สึกจากคนทำรีสอร์ท มัคคุเทศน์ท้องถิ่นสาวที่บอกเพียงว่า รักบ้านเกิดจ้ะ อันเป็นแบบอย่างที่น่าสนใจ ทำไม เพราะว่าอะไร เพื่อใครกันหรือ

                     แต่ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไรจึงจะได้ไปอีก คงต้องรอ

Tags : ร้านอาหารและภัตตาคาร โรงแรมและรีสอร์ท

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view