Old Bangkok Inn:จิ๋วแต่คลาสสิค โคตร
โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ
ผมเดินผ่านโรงแรมเล็กๆแห่งนี้หลายสิบครั้ง ด้วยภาระกิจไปทำข่าวหาข้อมูลคนเสื้อแดงที่แยกผ่านฟ้า แต่กลับไม่ได้เหลียวไปเห็นเลยว่า ณ ถนนพระสุเมร มีโรงแรมสุดคลาสสิคแต่มีขนาดเล็กๆเพียง 10 ห้อง เหนืออื่นใดเพิ่งทราบว่าล็อบบี้โรงแรมเป็นร้านกาแฟเนี๊ยบและน่ารักน่านั่ง ผ่อนคลายด้วยแมกไม้ที่ตกแต่ง ผสมผสานกับเครื่องเรือนโบราณซึ่งร้านนี้เข้าใจจัด
ที่นี่ Old Bangkok Inn ว่างๆไปแวะดื่มกาแฟได้ครับ
ต้นไม้ใบหญ้าหน้าโรงแรม
วันหนึ่ง สามพี่น้องวัยชราพากันไปชมการแสดงของเหล่านักเรียนนาฎศิลป์จากจังหวัดอ่างทอง ชมด้วยความเพลิดเพลินจำเริญใจจริงๆ เดินกลับไปลานจอดรถยนต์ที่หน้าวัดตรีทศเทพ จึงผ่านกระถางต้นไม้ริมฟุตบาท และไม้ห้อยจากราวเหนือหัว แหงะไปเห็นชุดนั่งดื่มกาแฟอยู่ในกระจกทึมๆ ตัดใจหันหาประตูจนเจอแล้วก็ชวนกันเข้าไป
ภายในที่ตกแต่งด้วยความงดงาม
"ผ่านมาหลายสิบครั้ง ไม่เคยสังเกตเลยว่า มีร้านนี้ตั้งอยู่" ผมกล่าวขึ้นเบาๆเหมือนจะบอกความแปลกใจ
"มาทำไมแถวนี้ล่ะ" หญิงชรานางหนึ่งซึ่งเป็นพี่สาวถาม
"ก็มาทำข่าวหาข้อมูลเสื้อแดงลงเว็บไซต์น่ะซี"
หลังประตูแบบผลักเข้าสองบานเก๋ๆ ได้เห็นภายในที่ตกแต่งด้วยความละเมียดละไมเหลือ แต่ละมุมตั้งและแต่งแต้มด้วยวัสดุเก่าแก่ที่เก็บๆมาใช้ให้เกิดความรู้สึกได้อย่างน่าฉงน ทึ่งในฝีมือการตกแต่งมากๆ เราเดินวนไปมุมหนึ่งแล้วก็เดินไปอีกมุมหนึ่ง ผมถ่ายรูปไปด้วย นึกในใจ เอาไปฝากแฟนๆที่อาจจะเผอิญมาย่านนี้ ไม่มาเสื้อแดงก็อาจจะมาชมการแสดงที่ศูนย์สังคีตศิลป์ หัวมุมแยกผ่านฟ้าพอดี
พี่สาวเดินชมได้สักครู่ก็ถามพนักงานหนุ่มสาวน่ารักว่า ห้องสุขาอยู่หนใด แล้วก็ออกมาเล่าว่า สวยมาก ลองเข้าไปใช้บริการดูซิ
เดินชมกันทุกมุมแล้วก็นั่งชุดเก้าอี้ริมหน้าต่างกระจก ส่วนผมยังไม่เสร็จภาระกิจการถ่ายรูปก็ยังต้องทำงานต่อไป ปากก็ตะโกนสั่ง "เอสเปรสโซ่ร้อน 1 ที่นะหนู"
ส่วนพี่สาวกับน้องชายเขานิยมกาแฟเย็น 1 แก้วแต่แบ่งกันกินสองคน ด้วยว่า หากคนใดคนหนึ่งกินหมดแก้วเพียงคนเดียว เขาจะเกิดทุกข์หนัก "นอนไม่หลับ" จึงสมัคคีกันดื่ม 2 ต่อ 1 แก้วเสมอ
น่านั่งไหมล่ะ
หนุ่มสาวที่หน้าตาดีและยิ้มแย้มแจ่มใสรับสั่งแล้วก็ทำงานตามหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย พร้อมกับตอบข้อซักถามจากพวกเรา สามคนชรา จนได้รู้ว่า เจ้าของชื่อ คุณนันทิยา ตุลยานนท์ เธอเป็นผู้จัดการเองด้วย มีพนักงานวันละ 3 คน ปฏิบัติงาน 3 กะๆละ 8 ชม. ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับของโรงแรม 10 ห้อง ๆละ 3,600 บาท/คืน/2คน และเฝ้าเคาเตอร์บาร์บริการเครื่องดื่มตามสั่งไปด้วย
ต้องขอชื่นชมเจ้าของกิจการที่ดัดแปลงตึกเก่าๆ จนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ตกแต่งด้วยความปราณีต ดูดีมีราคา วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่งก็เป็นของเก่าตามรูปลักษณ์ของอาคาร กิ๊บเก๋อย่าบอกใคร เส้นสายภายในใช้ต้นไม้เลื้อยกับไม้ใบได้ลงตัว ไม่รกเรื้อ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ส่วนสีที่ใช้ก็โทนสีไม้อันได้แก่เหลืองจนถึงสีน้ำตาล
อยากบอกว่า กล้าหาญจังที่เปิดโรงแรมขนาดนี้ จนสงสัยว่า เธอทำเพื่ออะไรนะ
ดื่มกาแฟไปพลางก็ซักถามพนักงานหนุ่มสาวว่า เป็นใครมาจากไหน ได้ความว่าหนุ่มกำลังต่อปริญญาโท ส่วนสาวน้อยน่ารักกำลังศึกษาอยู่ธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์ เป็นการทำงานพาร์ทไทม์ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวและช่วยตนเอง
"ลุงก็เคยเป็นรูมบอยโรงแรมนารายณ์ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่ลุงไม่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อกับแม่หรอก ทะเลาะกับแม่เลยโดนไล่ออกจากบ้าน"
ผมเล่าปนเสียงหัวเราะฮึฮึ เมื่อนึกถึงความหลังเล็กๆ ด้วยความดื้อด้านจึงต้องหางานทำตอนกลางคืน ไปเรียนก็เรียนแบบ "เรียนไปหลับไป" จากนั้นทำให้ผมอยากทำธุรกิจบริการห้องพักเสมอมา
แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่สมประสงค์
สองหนุ่มสาวนักศึกษาสองพนักงานน่ารัก
โรงแรมขนาดเล็กแห่งนี้ ตั้งอยู่เลขที่ 600 ถนนพระสุเมร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200โทร.02-629-1787 info@oldbangkokinn.com,www.oldbangkokinn.com เท่าที่ได้ข้อมูล ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติเสียส่วนใหญ่ และส่วนใหญ่ล้วนชอบพักที่นี่ด้วยเหตุผลเดียว "เงียบสงบดี" ลูกค้ามักค้างครั้งละ 2 คืนถึง 5 คืน ขึ้นอยู่กับภาระกิจของเขา
พี่น้องชราก็กลับมาร่วมเดินทางด้วยกัน
อยากรู้ว่าเล่ามานี้จริงไหม ก็ลองแวะไปนั่งแล้วสั่งกาแฟเอสเปรสโซ่ ดื่มไปชมไป ดูก็แล้วกัน อยากจะกล่าวว่า "จิ๋วแต่แจ๋ว" ตามสำนวนผู้เขียนที่ค่อนข้างบ้านนอกๆ
หลังจากดื่มจนเกลี้ยงแล้ว ได้ความรู้เล็กๆน้อยๆมาประกอบเป็นข้อเขียน ก็ออกเดินกันต่อเพื่อกลับไปรับรถยนต์ที่ลานจอดรถยนต์หน้าวัดตรีทศเทพ
เป็นอีกวันหนึ่งที่พี่น้องสามคนล้วนชรา หายเหงา