ท่องไปในแดนธรรมตอน 59. หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า โดยมณี บันลือ เรื่อง-ภาพ ในแวดวงนักท่องไปในแดนธรรมและคาถาอาคมแล้ว ไม่มีใครที่ไม่รู้จักหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ด้วยวิทยาคมและบารมีของหลวงปู่แผ่ไพศาล จากวันที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่จนวันนี้ที่หลวงปู่สิ้นไปแล้วกว่า 164 ปี ยังมีอิทธิฤทธิ์สะท้านฟ้าสะเทือนดินยิ่ง หลวงปู่ศุขเกิดเมื่อปีพ.ศ.2390 บ้านดั้งเดิมอยู่ในพื้นที่คลองมะขามเฒ่า บิดาชื่อน่วม มารดาชื่อทองดี ครั้นอายุ 10 ขวบ ลึงเพ่งของท่านได้ขอไปเลี้ยงที่จังหวัดนนทบุรี พออายุ 18 ปีได้แต่งงานกับนางสมบุญมีบุตรชายหนึ่งคนชื่อนายสอน(เกษเวชสุริยา) ประกอบอาชีพทำสวนอยู่จนถึงอายุ 25 ปี จึงอุปสมบทที่วัดโพธิ์ทองล่าง จังหวัดนนทบุรี ได้สมญานามว่า เกสโร รูปปั้นด้วยขี้ผึ้งหลวงพ่อศุข ต่อมาท่านได้ออกธุดงค์ไปทั่วแคว้นแผ่นดินไทยเพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเจริญสมาธิ วิทยาอาคมไสยศาสตร์ จนแก่กล้า วันหนึ่งเกิดความคิดถึงบิดามารดาจึงเดินทางไปปักกลดอยู่ที่วัดหัวหาด พร้อมกับปลูกต้นพิกุลไว้ต้นหนึ่ง (ต่อมาวัดนี้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดพิกุลงาม) ท่านสืบหาบิดามารดาจนทราบว่า อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ท่านจึงได้ย้ายไปปักกลดที่ใต้ต้นโพธิ์ใกล้กับศาลเจ้าเก่าแห่งหนึ่ง เมื่อถามหาบิดารมารดาจึงได้พบกัน แต่บิดามารดาจำท่านไม่ได้เสียซ้ำ
เมื่อทราบว่าท่านเป็นบุตรของตน จึงได้นิมนต์ให้จำพรรษาเสียที่นั้น ต่อมาได้มีผู้ถวายบ้าน 4 หลังมาสร้างเป็นกุฏิถาวร หลวงปู่ได้ตั้งชื่อว่าวัดอู่ทองปากคลองมะขามเฒ่า ภายหลังตัดเหลือเพียงชื่อวัดปากคลองมะขามเฒ่า สร้างเป็นวัดเมื่อ พ.ศ.2434 รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ 13 มีค.2440 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 15 เมตรยาว 30 เมตร อาณาเขตวัด 57 ไร่ 69 ตารางวา คณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดราษฏร์ เลขที่ 49 ม.1 ต.ปากคลองมะขามเม่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท โทร.056-461010 ศาลางามสง่าหน้าวัดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หลวงปู่ศุขบริบูรณืด้วย อภิญญาญาณ และวิชชา 8 ซึ่งในพระพุทธศาสนาได้กล่าวไว้ในธรรมวิภาคปริจเฉทที่ 8 ดังนี้คือ วิปัสสนาญาณ คือปัญญาที่พิจารณาเห็นสังขาร ได้แก่ รูป นาม โดยพระไตรลักษณ์ มโนญิทธิคือฤทธิ์ที่สำเร็จได้ด้วยใจ อิทธิวิธีคือสามารถแสดงฤทธิ์ต่างๆได้ ทิพยโสต คือ มีหูทิพย์ เจโตปริญาณคือความรู้ที่กำหนกรู้ใจผู้อื่นได้ ปุพเพนิวาสานุสสติคือความระลึกชาติได้ ทิพยจักษุ คือมีตาทิพย์ อาสวักขยญาณ คือเป็นความรู้ที่สามารถทำให้สิ้นอาสวะ นอกจากนั้นท่านยังเก่งกล้าทางวิปัสสนาญาณ 9 ประการคือ อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ เห็นความเกิดและความดับ ภังคานุปัสสนาญาณ เห็นความดับ ภยตุปัฎฐานญาณ เห็นสังขารน่ากลัว ไม่มีแก่นสาร อาทีนวานุปัสสนาญาณ เห็นเป็นโทษ นิพพิทานุปัสสนาญาณ ความน่าเบื่อหน่ายในขันธ์ เกิดความยินดี มุจจิตกัมยดาญาณ เห็นความใคร่พ้นในกองขันธ์ 5 ปฏิสังขานุปัสสนาญาณ เห็นความไม่ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ปล่อยวางเสีย สังขารุเปกขาญาณ พิจารณาด้วยการปล่อยวางเสีย สัจจานุโลมิกญาณ กำหนดรู้อริยสัจ
หลวงปู่ศุขขะมังค์ในเรื่องอยู่ยงคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปราศจากภัยพิบัติ เปี่ยมไปด้วยปาฏิหาริย์ต่างๆ เช่น กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์(สมเด็จเตี่ย) ได้เคยเห็นหลวงปู่ศุขเสกใบมะขามให้เป็นกระต่าย ให้เด็กๆได้ไล่กวดกันเล่นได้ และเสกให้ทหารติดตามเป็นจรเข้จนกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เคารพและศรัทธาในพลังจิต จึงเสด็จมาเป็นศิษย์ เหรียญดังหลวงปู่ศุข ตลาดพระหน้าวัด นอกจากนั้นหลวงปู่ศุขยังได้สร้างวัตถุมงคลมากมาย เช่นครั้งเมื่อยังไม่มรณะภาพ ได้แก่ เหรียญหลวงปู่ศุขปีพงศ.2466 พระพิมพ์สี่เหลี่ยมประภามณฑล และพระปิดตาพุงป่องคลุกรัก หลังมรณะภาพได้แก่ เหรียญหลวงปู่ศุขหลักเมืองชัยนาท 2521 2518 และ 2519 ส่วนตำรายาสมุนไพรหลวงปู่ศุขนั้นเป็นที่ขจรขจายนักว่า ได้ผลทันตาเห็น มีศิษย์ที่รับเอาตำรายาสมุนไพรของหลวงปู่ศุขมาประกอบกิจการด้านยาสมุนไพรจนเป็นที่กระเดื่องเรืองนาม ได้แก่ ยารักษาโรคหัวใจหลายขนาน ยารักษาความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคเบาหวาน ฯลฯ ซึ่งต่อมาศิษยานุศิษย์หลวงปู่สุขได้ผลิตตำรับยาหลวงปู่ศุขออกเผยแพร่จนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ตราบถึงทุกวันนี้
การเดินทางไปวัดปากคลองมะขามเฒ่า ใช้ถนนสายเอเซียแล้วไปแยกเข้าจังหวัดชัยนาท ต่อไปด้วยถนนสาย 3183 อีกราวๆ 27 กม. วัดอยู่ระหว่าง กม.36-37 ติดแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นได้แต่ไกล และแม้นไปไม่ถูกก็สอบถามทางไปได้จากชาวบ้าน ใครๆก็รู้จัก วัดดังเด่นโดดๆ บริเวณวัดกว้างขวาง มีลานจอดรถยนต์ได้หลายสิบคัน มีตลาดนัดหน้าวัดเสาร์-อาทิตย์ จ่ายตลาดก่อนกลับบ้านได้เลย ปลา ผัก สมุนไพร ขนมโบราณ ฯลฯ
|