http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,653,442
Page Views17,012,036
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

เมื่อกรุงเทพกลายเป็นหลี่ผี โดย

เมื่อกรุงเทพกลายเป็นหลี่ผี โดย

เมื่อกรุงเทพกลายเป็นหลี่ผี

 “พอแพง”

 

            หลี่  บางคนเขียนภาษาไทยเป็น  “ลี่”  แต่สำเนียงอีสานที่ถูกต้อง คือ “หลี่”

            เป็นสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นสำหรับจับปลา  นับเป็นเครื่องมือจับปลาที่ใหญ่ที่สุดของคนอีสานโบราณ  สร้างด้วยไม้ขวางลำน้ำไว้  โดยยกคันดินขึ้นสูงสองข้างระหว่างสองฟากฝั่งแม่น้ำ  เพื่อบังคับน้ำให้ไหลกระโจนลงตรงกลางที่สร้างหลี่ขวางลำน้ำไว้นั้น  ซึ่งตัวหลี่มีลักษณะเป็นโรงยาวเรียว  ยกทำมุมเอียงขึ้นไปรองรับสายน้ำกับทุกสิ่งที่น้ำพัดพามา   พื้นหลี่ปูด้วยฟากไม้ไผ่ที่แข็งแรงทนการกระแทกกระทั้นของสายน้ำมหาศาลที่ถูกบังคับให้ไหลมารวมกันที่เดียวได้  ปลาทั้งหลายที่ล่องลอยระเริง หรือพลัดหลงมากับสายน้ำจะติดแหง็กดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่ที่พื้นนี้เอง  น้ำผู้พาปลามาจะไหลลอดพื้นฟากไม้ไผ่ลงไปด้านล่างเสียงดังซ่า ๆ ได้ยินไปไกลหลายผืนทุ่ง  ส่วนสองข้างก็ทำเป็นฝาไม้ไผ่กั้นไว้ไม่ให้ปลาออกไปได้  ส่วนด้านหางหลี่คือส่วนที่ยาวเรียวออกไปนั้นจะยกสูงขึ้นน้ำจึงไม่เคยไปถึง  พายุมาห่าใหญ่ที่สุดน้ำก็ไปได้แค่กลาง ๆ หลี่

ปกป้องด้วยกำแพงเพื่อชาวกรุง ?

            ขนาดของหลี่อาจมีแตกต่างกัน  แล้วแต่ความกว้างใหญ่ของสายน้ำ  หลี่บางแห่งเป็นที่พักนอนของคนที่ไปคอยจับปลาได้ที่ละหลาย ๆ คนเลยทีเดียว   นับเป็นความฉลาดของคนโบราณ  หากฝนไม่ตกหนักเกินไป น้ำไหลไม่แรงนัก  หลี่ก็กลายเป็นที่สนุกสนานของเด็ก ๆ ได้เล่นน้ำจับปลากัน  ส่งเสียงตะโกนดังสนั่นแข่งกับเสียงน้ำตก  ยิ่งเวลาปลาตัวใหญ่ ๆ ถูกพัดเข้ามาแล้วมันพยามยามกระโดดกลับทวนสายน้ำ  แข่งกับความไวของเด็ก ๆ ที่คอยจ้องอยู่  เสียงเด็ก ๆ จะยิ่งดัง ชนะเสียงแห่งสายน้ำไปเลย

ทะเลนั้นเป็นเหมือนถิ่นของเรา

            หลี่ใหญ่ ๆ ส่วนมากจะเป็นหลี่ถาวร  ในหน้าแล้งที่น้ำแห้งขอดลงไปจะมีการซ่อมเสริมด้วยไม้ที่สอดสานกัน  และมัดผูกให้แน่นด้วยเครือเถาวัลย์   หลี่บางแห่งตั้งอยู่ประแม่น้ำชั่วนาตาปี  เป็นที่อาศัยหาปลาของผู้คนทั้งตำบล  จึงมีเรื่องราว มีตำนานความรัก  ความเศร้า ๆ เคล้าความน่ากลัวไว้เล่าให้เด็ก ๆ กลัว เช่น ตำนานผีก่องก่อย  และตำนานหลี่ผี  ที่ผีสร้างขึ้นไว้ดักเอาผู้คนไปกิน หรือไปเป็นบริวาร

            แท้ที่จริง หลี่ผี  เป็นตำนานที่น่ากลัวเพื่อเบรกเด็ก ๆ ไม่ให้เข้าไปจับปลาในหลี่โดยลำพัง  เพราะหากน้ำมาแรง ๆ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้นั่นเอง  แต่ก็ได้ผลเพราะเด็ก ๆ ไม่อยากให้ผีก่องก่อยจับตัวไป  แม้จะจับไปเลี้ยงเป็นลูก เป็นผัวก็ตามเถอะ

หลากวิถีที่เลือกได้

            คนที่เติบโตมาจากชนบทอีสานเมื่อกว่าสิบปีมาแล้วต้องรู้จัก  และประทับใจในบรรยากาศความสุข  สนุกสนานเมื่อได้ไล่จับปลาในห้องหลี่กันเป็นส่วนมาก  ในวันที่มีน้ำออกแก่ง(น้ำเจิ่งนอง)หลังพายุมา  เราก็หาบ หาม คอน ข้องปลา  ตะกร้าปลากลับบ้านไปทำปลาร้าปลาจ่อมกันหลังแอ่นเลยหละ

            เราลืมภาพนั้นไปนาน เนื่องจากยุคเหมืองฝายเฟื่องฟูเพราะมีรถขุด รถตักมาช่วยให้สายน้ำที่ผ่านแต่ละทุ่งถูกปิดกั้นตื้นเขิน บ่อปลา  สระ  หนอง ผุดขึ้นมาแทน  และปลาที่เหลืออยู่คือปลาโง่ที่ไม่รู้จักทำมาหากิน คอยแต่อาหารที่เขาหว่านลงไปให้  และเราก็ได้กินแต่ปลาเนื้อฟ่ามปนไขมัน มีสารเร่งและสารเคมีสะสมในทุกอณูตัวปลา   แทนกินปลาเนื้อแน่น ๆ ที่เคยแล่นตามสายน้ำ  และบางครั้งก็พลั้งเผลอไปติดค้างที่พื้นหลี่

เรือกับรถ

            เราเองก็พลั้งเผลอลืมบรรยากาศในหลี่ไปนาน  จนกระทั่งปีนี้น้ำจากเขื่อนใหญ่มาก ๆ ที่เราเคยถูกคุณครูสอนให้ท่องจำชื่อ ที่ตั้งของมันจนติดปาก  (เพื่อทำข้อสอบ) และสอนให้ภูมิอกภูมิใจว่าไทยแลนด์แดนที่ได้ชื่อว่าไม่เคยตกเป็นอาณานิคม  หรือเมืองขึ้นของชาติใด ได้มีเขื่อนใหญ่กักกันน้ำไว้ใช้ประโยชน์โภชย์ผลมหาศาล เราจะอยู่ดีกินดี  เราจะศิวิไลซ์ 

            แล้วเราชาวไร่ชาวนาก็เลิกสร้างหลี่  มาเป็นลูกจ้าง สร้างผลผลิตทันสมัยในโรงงาน  ในเมืองศิวิไลซ์  เพื่อหาเงินซื้อปลาโง่กินแทนปลาในหลี่ 

            ไม่นึกเลยว่าเมืองศิวิไลซ์ที่ภูมิอกภูมิใจ  จะกลายเป็นหลี่ไปซะแล้ว

            และดูไปก็คล้ายหลี่ผีที่คอยดักเอาชีวิตผู้คนนั่นแหละค่ะ

 

ชนชั้นหมามีเจ้าของ           

            จะต่างก็แต่ว่า  สายน้ำที่ไหลกระโจนลงหลี่พกพาเอาน้ำสะอาด  และปู  ปลา กุ้ง หอยจากธรรมชาติบริสุทธิ์มาให้   ผีเจ้าของหลี่ของกรุงเทพก็ไม่ใช่ผีก่องก่อยที่มาคอยกินปลา  แล้วแบกเอาคนไปได้เพียงคนเดียว  แต่ผีที่กรุงเทพเกิดจากคนกรุงเทพเองที่พยายามปิดกั้นทางน้ำไหล กันกรุงเทพไว้โดยไม่รู้ว่านั่นคือการสร้างหลี่ให้น้ำไหลรวมมีพลังกระโจนกลบกลืนเอาเมืองกรุงสร้างความเสียหายให้ชีวิตและทรัพย์สินมากมายประเมินค่าไม่ได้

            แรก ๆ ที่แม่มวลน้ำมหาศาลจากทางเหนือโหมกลิ้งลงมาจ่อกรุงเทพปะทะกำแพงที่กีดขวางพังทลายไปมากมาย ทุกวัน ๆ น้ำก็ไม่ยอมแพ้  เพราะจุดหมายปลายทางของน้ำอยู่ที่ทะเล ซึ่งมีกรุงเทพมหานครขวางกั้นไว้ และน้ำก็ไม่ไว้ไมตรีทั้ง ๆ ที่ผู้คนพยายามประนีประนอม ขอออมชอมให้เลื้อยไหลไปในทิศทางที่ถูกที่ควรจะไป   แต่แม่มวลน้ำก็ไม่รับรู้ใด ๆ ยังคงกระโจนเชี่ยวไหล ทำให้  ผู้คนเดือดร้อน  ผู้คนจัดการน้ำ  ผู้คนช่วยเหลือกัน ผู้คนอพยพ  ผู้คนกักตุนอาหารและน้ำ  ผู้คนทำข่าวเสนอผู้คนเรื่องน้ำ  ผู้คนเสพข่าวจนเครียด และเคียดแค้น ผู้อยู่เมืองนนท์  เมืองปทุมฝั่งตะวันตก  ตะวันออกถึงกับตั้งคำถามว่า  “กรุงเทพเป็นเมืองเทวดาหรือ  เราไม่ใช่คนหรือจึงผันน้ำไปท่วมเรา เพื่อหลีกกรุงเทพ”

ขายยาก เซลแมนสะอื้น

            ถึงตอนนี้  น้ำก็คืบคลาน  กระโจนไหล  ฝ่าคันกั้น   ฝ่ากำแพงทราย  พังทลายกำแพงคอนกรีต เลื้อยไหลเข้ากรุงเทพหลายจุดแล้ว  ฝ่ายผู้จัดการน้ำก็ยังร้องหากระสอบทรายสักสิบล้านกระสอบอยู่  ท่านยังฝันจะกั้นกรุงเทพให้เป็นเช่นเมืองเทวดา โอ...

             ตื่นเถิดท่านที่รัก

             ณ เวลานี้  ที่ภัยธรรมชาติกำลังคุกคาม  เมื่อมาบวกกับฝีมือมนุษย์อย่างนี้จะต้องยอมรับความจริง  ท่านควรหันมองไปข้างหน้า เพื่อจะวางแผนรับน้ำใน ปีหน้า  ปีต่อไป  และปีไหน ๆ อย่าได้สร้างหลี่ผีอีกเลย  แต่ควรหันมามองพฤติกรรมคนกรุงเทพ  ขยะที่ล้นเมือง  ลำคลอง หนองบึงที่บรรพบุรุษขุดไว้ ชาวลาว ชาวเขมรที่ถูกเกณฑ์มาขุดก็มากหลาย อย่าให้เสียเปล่า กลายแหล่งน้ำเน่า ตื้นเขินเพราะขี้ขยะจากความมักง่ายของผู้คน  ตื่นเถิดท่านที่รัก

เปลี่ยนใหม่เป็นสอนขับเรือเน๊าะ

            ตอนนี้คนกรุงเทพไม่กลัวน้ำแล้ว  แต่กลัวผีที่มากับสายน้ำ  สารเคมีจากโรงงานขยะที่ท่วมท้นเน่าเหม็น  น้ำประปากลายเป็นสิ่งหลอกหลอนขณะอาบ  ขณะใช้  น้ำดื่มตอนนี้ต้องไปขนมาจากอุดร ขอนแก่น  แล้วถ้าอุดร ขอนแก่นเขาไม่ให้จะทำอย่างไรกันเราจะมิตายหมดทั้งเมืองฤา           

            ท่านที่รัก  น่าจะใช้วิกฤตนี้เป็นตัวบ่งชี้ สร้างมาตรการควบคุมพฤติกรรมเห็นแก่ตัวของคนทั้งหลาย   กระจายอำนาจลงสู่ชุมชน  ให้เขารู้จักคิดเอง  แก้ปัญหาช่วยกัน  สร้างสิ่งที่ดีแก่ตัวเขาและลูกหลานของเขา    ยุคสมัยนี้ไม่ใช่จะอาศัยผู้นำที่เก่งอยู่คนเดียวได้แล้ว  แบกเขาไม่ไหวหรอกเชื่อเถอะ  สู้บอกเขาไปเลยดีกว่า  ใช้กฎหมาย  บวกเหตุผลจากวิกฤตนี้แปลงโฉมเมืองกรุงเทพเสียเถอะ

เมื่ออ็อฟโรดท่องเที่ยวถูกต่อว่า แต่วันนี้เขามีคุณอนันต์

              เลิกทิ้งขยะ เลิกใช้ถุงพลาสติก (ใช้ปิ่นโตแทนถุงอาหารแบบพม่าไปเลย)

              บ้านใด  สวนใดฮุบเอาลำคลอง หนอง บึง ไปเป็นของตนปรับไหมไปเลย

             อยากเป็นเมืองศิวิไลซ์  แต่ความคิดยังติดหนึบอยู่กับความเชื่อเดิม ๆก็ช่วยไม่ได้

             ก็จงปล่อยให้กรุงเทพเป็นหลี่ผีต่อไปเถอะไม่ว่าปีหน้าหรือปีไหน ๆ

๐๐๐๐๐๐

              “พอแพง”.....ลูกยายแพง หลานยายพอค่ะ

 

Tags : พม่าไม่ไปไม่รู้

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view