ซิวกิมกระเพาะหมู อ.เมือง จ.ตาก
โดยลุงดำ คำโต เรื่อง-ภาพ
ลุงดำกินอาหารเช้าไปทั่ว แต่ส่วนใหญ่เป็นต้มเลือดหมูหรือไม่ก็เป็นเกาเหลาเครื่องในหมู เพิ่งจะพบและติดใจจนต้องมาบอกกล่าวกันว่า ที่กลางถนนตากสินใกล้ๆวัดพร้าว มีร้านอาหารเล็กๆเจ๊กๆธรรมดา แต่ขายในสิ่งที่ลุงดำสะใจสมใจได้กินสมอยาก ชื่อร้านซิวกิมกระเพาะหมู เปิดร้านในบ้านไม้สักสองชั้นทรงปั้นหยา หน้าร้านเหมือนร้านขายก๋วยเตี๋ยวทั่วไป ธรรมดาๆ
แต่มีรายการอาหารเด็ดๆจนต้องเบิ้ล โฮกฮือจริงๆ
เห็นหน้าร้านอย่างนี้ ส่วนใหญ่เก๋า
เช้าหนึ่ง ลุงดำแล่นรถยนต์ผ่านไปตามถนนตากสิน เห็นหน้าร้านและเชิงชามที่เรียงซ้อนๆกันก็นึกรู้เลยว่าต้องอร่อย รู้แต่ว่าขายเช้าถึงกลางวันเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไป แต่ร้านนี้เน้นเฉพาะตามชื่อร้าน ซิวกิมกระเพาะหมู ลุงดำหมายตาไว้แล้วก็เลยไปกินร้านหน้าเมือง ผิดหวังอะ บ่นๆๆ แล้วก็คาดหวังถึงเช้าวันรุ่ง ต้องไปทดลองร้านที่ว่านั้นให้ได้
ตุ๋นร้อนตลอดเวลา ควันฟุ้งหอมชวนกิน
ลุงดำตระเวณเก็บหาข้อมูลเมืองตากจนค่ำ หาอาหารรองท้องแล้วก็นอนๆๆ นอนเต็มที่เพราะว่าไม่ได้ดูทีวีดาวเทียมสารพัดช่อง
ตื่นขึ้นมาแต่เช้าก็ออกเดินท่อมๆไปตามดงไม้ใบหนาของที่พักแรม มองหาและฟังเสียงนกร้อง จ้องจะถ่ายให้ได้สักตัวสองตัว แต่ก็ได้แต่เดินเหยาะย่างไปหว่างทางใต้ร่มไม้ยามเช้า
ก็โอเคนะ ได้ออกกำลัง ได้สูดอากาศยามเช้าเข้าปอด ได้พักสมองเรื่องต่างๆที่บ้านเมืองยุ่งเหยิง
บ้านไม้สักเก่าแก่
ได้เวลาที่ท้องร้องเรียกความสนใจ ก็ขับรถไปยังเป้าหมายที่คาดโทษไว้แต่วันก่อน ถนนตากสิน ใกล้วัดพร้าว เลขที่ 339 ถนนตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดตาก ร้านซิวกิมกระเพาะหมู ที่จอดรถว่างตรงหน้าร้านพอดี ลงไปเดินดูซ้ายดูขวาหามุม แล้วก็นั่งที่โต๊ะกลางร้าน
ว่าง เพราะว่าเพิ่งจะมีก็แต่ลุงดำกับพวกนี่แหละที่เข้ามาในร้านเป็นรายแรกแหกขี้ตา
ขนมจีบในซึ้งนึ่งร้อนๆ
หน้าร้านมีตู้โชว์ไก่และอุปกรณ์ต่างๆเล็กๆ มีชามเปลเรียงซ้อนกันหนาตา มีหม้อใบเขื่อง 3 ใบตั้งอยู่บนเตาถ่าน ควันฉุยๆ เป็นกระเพาะหมูหั่นยาวๆตุ๋นไว้ไอพุ่งขาวโพลน อีกหม้อใส่ตือฮวนพอเห็นไส้ใหญ่ลอยล่อตาน่ากินก็นึกอยาก หม้อที่3 เป็นหม้อตุ๋นไก่ไทยฉีกเนื้อเป็นเส้นๆ ซึ้งที่ 4 เป็นซึ้งนึ่งขนมจีนทำเอง
มองดูแล้วน่ากินลองท้องระหว่างรออาหารโปรด
หม้อตุ๋นกระเพาะหมู โอย น้ำลายจะไหล
ร้านนี้ใช้ถ่านไม้เป็นพลังให้ความร้อน ไม่ได้กลิ่นแก๊สเหมือนร้านในกรุงเทพ พนักงานสาวใหญ่ 3 คนแบ่งหน้าที่กันเหมือนว่าชำนาญการ หลังร้านเป็นนายซิวกิม แซ่ฉั่ว นั่งล้างไส้ คัดกระเพาะหมูเตรียมตุ๋น อาซ้อกำลังทำกับข้าวเป็นอาหารเช้า ปล่อยให้พนักงานจัดการหน้าร้านเสหมือนลูกหลาน ก็ไว้ใจขนาดให้หยิบจับเงินจากลูกค้าและทอนคืนเบ็ดเสร็จ
"อยู่กับอาเจ๊กมากว่า 30 ปีแล้วเจ้า" คือคำตอบ
หม้อตือฮวนก็ชวนกิน ฮ้อเจี๊ยะ
สั่งขนมจีบมารองท้องจานหนึ่ง โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ผักชีสี่ห้าเส้นเรียงข้างจาน แตงกวาหั่นเฉียงสี่ชิ้น ซ่อมเล็กๆเสียบมาให้ใช้กิน จิ๊กโช่วถ้วยเล็กแต่ของจริง โอเค กินได้สนิทใจ ไร้กลิ่นพิเศษที่พึงรังเกียจเหมือนขนมจีบหลายร้านที่เคยกินมา
อยากสั่งเพิ่มอีกสักจานแต่ก็เสียดายต้องเผื่อกระเพาะไว้สำหรับเกาเหลากระเพาะหมู
ลุงดำสั่งเกาเหลากระเพาะหมูมากินกับข้าวสวยร้อนๆ 1 ชุด สาแก่ใจจริงๆเล้ย คาดไว้ไม่ผิดหวังทีเดียว กระเพาะหมูนุ่ม ตุ๋นจนเปื่อย เคี้ยวได้อร่อยจริง รสชาติน้ำซุปไม่ต้องว่ากันเลย ปรุงเปรี้ยวตามชอบ โรยพริกไทยตามอยาก แค่นี้ก็กินจนเกลี้ยง หมดแม้แต่น้ำซุปก้นชาม
ความลับ ลุงดำชอบซื้อกระเพาะหมูจากตลาดมาทำกินเอง แต่ตุ๋นยังไงก็เคี้ยวเหนียวไปทุกที คราวนี้ได้กินสมอยากเสียที
หลังเสร็จสิ้นการกินเกาเหลากระเพาะหมูไปชุดหนึ่งแล้ว เห็นไส้ใหญ่หมูลอยฟ่องอยู่ในหม้อตุ๋นตือฮวน น้ำลายยังสออยู่ สั่งมากินอีกชุดหนึ่ง ชิมแล้วไม่อยากปรุงอะไรเลยเว้นแต่โรยพริกไทยป่นเท่านั้น ตับ ปอด ไส้ใหญ่ ไส้เล็ก แปะบะ และผักกาดดองที่หั่นชิ้นเล็กๆ กินรวมกันแล้วไม่ควรต้องปรุง
รสชาติกำลังดีชวนกิน เป็นอันว่าเช้านั้นลุงดำกินรวบสองชุด
ส่วนเพื่อนร่วมโต๊ะสั่งสุกี้กระเพาะหมู สุกี้ไก่ไทยมากินกัน ได้ความตามท้องเรื่องว่า อร่อย หอมกลิ่นเต้าหู้ยี้โบราณตามตำรับ เครื่องเคราก็ครบถ้วน แถมใส่ไข่ลวกแทนการตีไข่ให้เละเสียด้วย น่ากินไปอีกแบบ ย้ำว่า ไม่ต้องปรุงรสเพิ่มเติมเลย อร่อยเลิศแล้ว
ลุงดำฟังแล้วก็อยากจะกินอีกชุด แต่เกรงใจเพื่อนร่วมโต๊ะจะมองหน้า เอาเป็นว่าถ้าได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดตากอีกเมื่อไร ไม่มีพลาด
สุกี้ไก่ไทยฉีก อร่อย ไม่ต้องปรุงรส
เดินไปถ่ายรูปแล้วก็ได้คุยกับอาเจ๊กซิวกิม ได้ความว่า
"ผมเดินทางมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ มาตั้งรกรากที่นี่ เปิดร้านขายกาแฟ แต่พอได้อาซ้อแต่งมาจากพิษณุโลก มีลูกด้วยกัน 5 คน ขายกาแฟอย่างเดียวไม่พอให้ลูกๆกิน และเรียนหนังสือ จึงต้องเพิ่มรายการขายหน้าร้าน ก็ได้วิชามาจากพ่อเรื่องทำเกาเหลากระเพาะหมู สุกี้กระเพาะหมู ก๋วยเตี๋ยวไก่ไทยฉีกเป็นฝอย ถึงได้มีสตางค์พอส่งให้ลูกๆได้เรียน" พูดจบก็ยิ้มเหมือนว่าภูมิๆ
แอบถ่ายอาเจ๊กซิวกิม
"ลูกผม 5 คน เรียนสำเร็จเป็นข้าราชการทั้ง 5 คน ไม่มีใครสืบทอดกิจการเลย ได้สามสาวมาช่วยตั้งแต่เด็กๆ ก็อยู่ด้วยกันเหมือนลูกหลาน แต่ตอนนี้ ลูกชายผมเป็นมะเร็งตายไปคนหนึ่ง" อาเจ๊กพูดถึงตรงนี้แววตาก็สลดลง
"อาเจ๊กเก่งนะครับ ลูกตั้ง 5 คน ทำกินกันแค่สองคนส่งลูกจนลูกๆเป็นฝั่งเป็นฝาได้เป็นถึงข้าราชการหมด อาเจ็กเป็นพ่อดีเด่นทีเดียวนะครับ"
ผมให้กำลังใจแล้วก็กล่าวลา ก็เลยไม่ได้เคล็ดวิชาการตุ๋นกระเพาะหมูจนเปื่อยมาฝาก
ล้างจนเกลี้ยง สะอาดจนดมดูได้
ถึงรู้ผมก็จะเก็บไว้ทำกินเองคนเดียว อิอิ
คราวหน้าถ้าได้ไปตาก ผมจะไปกินสุกี้กระเพาะหมูอีกชาม ทริบเบิ้ลกันเลยพี่น้อง
กระเพาะที่ล้างแล้วเตรียมตุ๋น
อยู่ด้วยกันมากว่า 30 ปี
ความภูมิใจของอาเจ๊กซิวกิมและอาซ้อ