อุ้มผาง1.
รหัสลับ แผ่นดินดอยลอยฟ้า
ฟันฝ่า 1,219 โค้ง 168 กม.
โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ
ผมไปตากมากกว่า 50 ครั้ง เคยไปแม่สอดกว่า 20 ครั้ง แต่ต้องขอบอกว่ายังไม่เคยไปอุ้มผางเลยสักครั้งเดียว ต้นมีนาคม 2555 ปีนี้โชคดีมหาศาลเมื่อ ททท.ตาก กรุณาจัดหารถยนต์และนำพาไปจนถึงเมืองที่ได้ชื่อว่า "แผ่นดินดอยลอยฟ้า ฟันฝ่า 1,219 โค้ง" เพื่อไปร่วมกันเสวนาหาทางให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แถมพาไปช่วยกันเก็บขยะด้วยการล่องแพยางไปตามลำน้ำแม่กลอง และทำโป่งเทียมให้สัตว์ป่าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันออก บนเส้นทางมันส์ โหด เฮ้ว กระเด้งกระดอนไปตลอดทาง ประทับใจจัง
บางดอยก็หมดจริงๆ
ผมอายุมากแล้วแต่กล้าท้าทายด้วยใจหาญ แต่ความจริงไม่เคยไปเลย อยากมานานแสนนาน ก็ไม่เคยได้โอกาสงามๆอย่างนี้สักที เพื่อนชื่อจำลอง บุญสอง บก.ท่องเที่ยวโพสท์ทูเดย์รายวันก็เลยแนะนำให้ได้ไปกับเขาด้วย มีเพื่อนดีก็ดีอย่างนี้แหละ
ผมเปิดหาข้อมูลจากกูเกิ้ลบ้าง เว็บอื่นๆบ้าง บวกการกดดูความสูงของดอยสูงแต่ละดอยว่าที่ผ่านมานั้นสูงเท่าไร สภาพพื้นที่ป่าไม้ที่เห็นอยู่ "ไร่เลื่อนลอย"ที่เกิดจากการแผ้วถางป่าทำกิน และที่น่าสังเกตมากคือ"ไร่หมุนเวียน" ของชาวกะเหรี่ยง เพียงเพื่อจะเล่าให้รู้ว่าผมไปมาแล้วจริงๆ จึงมีภาพมาประกอบให้ชมด้วย เรื่องที่ท่านอ่านต่อไปนี้อาจไม่ใช่วิทยานิพนธ์ โปรดอ่านตาม
บางดอยเหลือต้นไม้อยู่บ้าง
เดิมทีเดียว เมืองอุ้มผางหรืออำเภออุ้มผางเรียกว่า อุพะ(กระบอกไม้ไผ่ที่ใช้ใส่เอกสาร) แต่บ้างก็ว่าเป็น อูกีพะ ซึ่งแปลว่า ไฟไหม้ไปทั่ว อันเป็นภาษาปกาเกอญอ หรือ กะเหรี่ยง แต่ในที่สุดก็เพี้ยนมาเป็น "อุ้มผาง" แปลก ไพเราะ และสลักไว้ด้วยมนต์เสน่ห์ที่ชวนให้หลงไหล ฉงนกันว่า เมืองอะไรกันนะ ค้นต่อไปอีกจึงพบว่า เดิมเป็นป่าดงพงไพรที่มีป่าไม้หนาทึบ ป่าเยอะมากๆ ส่วนคนมีน้อยมากๆ สัดส่วนความหนาแน่นจะเท่าไรไม่รู้แต่ปัจจุบันนี้ 6.21 คน/ตร.กม. ทั้งอำเภอมี 6 ตำบล 38 หมู่บ้าน รวมประชากร 26,862 คน(สถิติ2552) แต่มีพื้นที่กว้างขวางถึง 4,325.4 ตร.กม.ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 40-2,000 เมตร แตกต่างครับแตกต่าง
หมอกยามเช้า แน่ใจไม่ใช่หมอกควัน
ที่ต้องรู้ไว้เลยก็คือพลเมืองอุ้มผางส่วนใหญ่เป็นชาวปกาเกอญอ หรือ กะเหรี่ยง ซึ่งไทยเหนือเรียกว่า ยาง ปัจจุบันบัญญัติกันว่าเป็นกะเหรี่ยงดอย (แต่เขาเรียกตัวเองว่าจือก่อ) อยู่อาศัยไปทั่วอุ้มผาง รองลงมาเป็นชาวไทยพื้นเมืองซึ่งอพยพเข้ามาอยู่อาศัยและทำกินจากจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก แถวๆตำบลอุ้มผาง แม่กลองใหม่ เผ่าพันธุ์อันดับต่อมาคือ ม้ง หรือ แม้ว ซึ่งแท้ที่จริงคือ มองโกล แถวๆบ้านแม่กลองใหม่ บ้านทุ่งนาน้อย และบ้านหนองหลวง สุดท้ายที่ชาว "โพล่ว" แถวๆบ้านหม่องคั้ว ถูกเรียกว่ากะเหรี่ยงน้ำ (แต่เขาเรียกตัวเองว่า ฉู)
อ้าว แล้วเรียกเสียโก้ว่า แผ่นดินดอยลอยฟ้านั้นเพียงว่าอยู่อาศัยบนพื้นที่สูง นั่นก็ใช่ส่วนหนึ่งครับ เพราะว่าตัวเมืองอุ้มผางสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางระหว่าง 300-600 เมตรแล้ว เห็นชาวเมืองเดินบนถนนที่ลาดเอียงเหมือนสบายๆ แต่ถ้าเป็นเราไปเดินก็คงเหนื่อยหอบเอาเรื่อง บ้านเรือนปลูกสร้างลดหลั่นกันไปตามไหล่ดอย หุบห้วย สูงๆ ต่ำๆ มีแมกไม้สารพัดชนิดขึ้นปกคลุมทั่วไป ที่เห็นมากคือต้นสัก ไม้แดง ไม้ประดู่ มะกอกป่า มะเกิ้ม ส่วนใหญ่เป็นไม้ป่าเบญจพรรณพื้นๆ สูงขึ้นไปก็เป็นป่าดงยางต้นสูงๆ
ของกินประเภทปิ้งย่างที่อุ้มเปี้ยม
ไม่ใช่เพียงแค่ว่าอยู่ในหุบเขาสูงๆต่ำ แต่ที่ได้ชื่อมานั้นก็ด้วยว่า ถนนจากเมืองแม่สอดไปจนถึงเมืองอุ้มผางนั้นสร้างไปบนไหล่เขาสูง ระหว่างการเดินทาง ผมตัดสินใจกดนาฬิกาให้วัดความสูงไปทุกช่วงแห่งความสูงต่ำ ทุกระดับน้ำทะเลที่เคลื่อนไหว ได้ใจเลยพี่น้อง นับตั้งแต่เมืองแม่สอดที่ความสูงอยู่ที่ระดับ200-300 เมตร แล้วก็ไล่เลียงไปอำเภอพบพระ จากนั้นแหละครับที่ระดับความสูงต่ำเปลี่ยนไปอย่างกับน้ำเดือด เป็นเวฟเลยก็ว่าได้ คละเคล้าไปกับถนนที่คดโค้ง ไต่ไปตามไหล่เขาบ้าง ไต่ไปบนสันเขาบ้าง มองไปข้างๆทางเห็นหุบเหวสลับซ้ายทีขวาที เสียวอะ
รถโดยสารจากแม่สอด-อุ้มผาง ล้น
บางยอดเขา รถต้องเร่งเครื่องแรงเพื่อไต่ไประดับความสูงถึง 1,200 เมตร แล้วไล่ขึ้นไปถึง 1,400 เมตร ช่วงยาวๆอย่างนี้รถเหนื่อย พลันก็ลดเลี้ยวลงไปที่ระดับ 850-1,100 เมตร โอย สนุกครับกับตัวเลขความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางที่ไต่ขึ้นแล้วก็ไต่ลง เพื่อนในรถบางคนเมาครับเธอแก้ด้วยการนั่งหลับตาไม่สนว่าสองข้างทางลอยฟ้าเส้นนี้มีความงดงามหรือไม่ การเดินทางที่ต้องใช้เวลามากกับการเลี้ยวๆแล้วก็ต้องระวังรถสวนตอนพ้นโค้ง แทบว่าจะต้องหักซ้ายแล้วก็หักขวาอยู่ตลอดเวลา
ม้ง ขายของที่อุ้มเปี้ยม
พอถึงระยะทางกว่า 80 กม.ผมก้มดูที่นาฬิกาได้ระดับความสูงจากน้ำทะเลปานกลาง 1,080 เมตร อากาศเย็นสบายด้วยว่าเป็นไหล่เขาสูงที่เป็นร่องลม พูดง่ายๆก็คือเป็นจุดที่อยู่กลางหุบเขากว้างมากๆ เรียกว่า บ้านอุ้มเปี้ยม มีร้านรวงขายของกินหลายอย่าง แต่ที่เราสนใจคือเข้าห้องสุขาแล้วดื่มกาแฟร้อน กาแฟเย็น ฯลฯ
แต่พอเดินไปเยี่ยมยามตามเพิงขายของก็ได้เห็นของกินจำพวกปิ้งย่างต่างออกไป เช่นปิ้งมัน ไข่ นอกจากนั้นยังมีส้มเขียวหวาน มะม่วง มะปราง ฯลฯ
สักวันหนึ่งไทยอาจต้องไปอยู่ศูนย์อพยพ ถ้า....
ล้อหมุนเมื่อหายเมื่อยขบและปลดทุกข์สุขโขแล้ว แต่พอวิ่งรถขึ้นเนินไปไม่ไกลก็ได้พบว่ามีศูนย์อพยพอุ้มเปี้ยม ทุกคนวิ่งลงจากรถยนต์เพื่อบันทึกภาพไว้ ผมก็ลงตามไปด้วย ได้เห็นเด็กๆเล่นกันอยู่ ได้ถ่ายรูปสภาพความเป็นอยู่เท่าที่ลวดหนามกางกั้นไว้ ได้เพียงภาพและคำอธิบายสั้นๆจากผู้รู้ แต่บนความงดงามที่เห็นมีความไร้เดียงสาของเด็กๆ แววตาที่ใสบริสุทธิ์ พวกเขามีเพียงกระต๊อบเล็กๆอยู่อาศัย หลบแดดฝนและห่ากระสุน ชีวิตนี้มีความปลอดภัยภายใต้ร่มธงไทยที่โบกสะบัดอยู่เหนือเสา
บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา เด็กชายชาวกะเหรี่ยงในศูนย์อพยพ
กะเหรี่ยงพุทธและกะเหรี่ยงคริสต์หยุดการต่อสู้ด้วยอาวุธ เพื่อความสงบสุขชั่วระยะหนึ่ง ซึ่งผู้รู้เล่าว่า ถ้าเดินออกจากศูนย์อพยพอุ้มเปี้ยมแล้วเข้าเขตประเทศเมียนมาร์เมื่อใด ก็หยิบปืนขึ้นยิงกันแหลก ผมเดินถ่ายรูปไปตามขอบถนนด้วยน้ำตาที่กำลังรื้นขึ้นจนเอ่อขอบตา
คิดในใจ หากแผ่นดินไทยลุกเป็นไฟ หากเกิดสงครามกลางเมืองที่ขยายวงกว้าง แล้วต้องแตกแยกจนอยู่ร่วมกันไม่ได้ ผมอาจจะตายไปในคราวนี้ด้วย แต่ลูกหลานเหลนผมจะอยู่อย่างไร อาจต้องไปอยู่ในศูนย์อพยพเยี่ยงที่กะเหรี่ยงสองค่ายนี้กระนั้นหรือ
เด็กๆในศูนย์อพยพอุ้มเปี้ยม หัวเราะร่า เพราะว่าเขายังไม่ประสา
รถยนต์ห้อตะบึงต่อไปตามไหล่เขา สมกับความป็นแผ่นดินดอยลอยฟ้า อีกกว่า 80 กม. จึงถึงซึ่ง "อุ้มผาง" เมืองในหุบเขาสูง เมืองที่อยากมาเหลือเกิน ถามว่าเหนื่อยไหม เมื่อยไหม ต้องสารภาพ "โคตร โคตร" ผมต้องฝ่าฟันมาตลอดเส้นทาง 168 กม. 1,219 โค้ง โฮ๊ะ โฮ๊ะ หมอกควันหรือมีน้อยมาก ไม่แสบตา ไม่แสบจมูก ไม่ไอ ไม่จาม อากาศยังบริสุทธิ์อยู่ระดับปลอดภัย ขนาดคนแก่อย่างผมยังเข้าถึง "อุ้มผาง" ได้อย่างทระนง แล้วคุณๆเล่า จะเข้าถึงได้บ่ คริ คริ
เส้นทางเข้าสู่อุ้มผาง
ป่ายางยังพอมีให้เห็นสองข้างทาง
กะเหรี่ยงที่เห็นเดินอยู่ริมทาง
ไร่นาในหุบเขาแต่ก็ยังสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางกว่า 300 เมตร
ทุกขุนเขามีต้นไม้บางตา