ฤาษีแห่งเลตองคุ
ตอน 2.โรงเรียน ตชด.บ้านเลตองคุ
โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ
เช้าตรู่ ผมมุดออกจากเต็นท์ที่กางนอนหน้าสุขศาลาพระเทพ ไอเย็นโรยตัวอยู่รอบๆ หมอกไล้ยอดไม้ที่บนภูเขาเบื้องหน้า เป็นค่ำคืนที่เงียบสงบ ได้ยินเพียงเสียงหริ่งหรีดเรไรที่ขับขานกันก้องพงไพร แต่ไม่ได้ยินเสียงสัตว์กีบเช่นเก้ง กวาง “เห่า”เลย ไม่ได้ยินแม้เสียงไก่ป่าทำหน้าที่นาฬิกาปลุกทุกชั่วยาม ไม่มีแม้แต่ไก่บ้านขับขานด้วย เป็นดินแดนสงบงามตามพฤติกรรมของสังคมกะเหรี่ยงที่นับถือฤาษีเป็นสรณะ

เต็นท์ที่กางนอน
หมู่บ้านเลตองคุตั้งมาแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่เมื่อหมวดตำรวจตระเวณชายแดนที่ 611 ขึ้นไปปฏิบัติการเมื่อปีพ.ศ.2529 พบว่า มีกะเหรี่ยงที่พูดภาษไทยได้เพียงคนเดียว ชื่อหม่อเอหมี เดือนสิงหาคม พ.ศ.2529 หมวด ตชด.610 ขึ้นไปเปิดสอนหนังสือเพื่อให้พูดอ่านเขียนภาษาไทยได้ มีเด็กๆมาเรียนเพียง 7 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 3 คน แต่อายุขัยการเปิดสอนทำได้เพียง 1 เดือนก็ต้องเลิกล้มไป ด้วยว่าชาวกะเหรี่ยงกลัวว่าจะทำให้ความเชื่อเรื่องฤาษีเสื่อมสลายไป

ผอ.สุรินทร์ ติเพียร และตชด.
ความพยายามยังไม่สิ้น ปีพ.ศ.2532 พ.ต.อ.เทโพ ตรีชนะ และผบ.ร้อย ตชด. 347 ร.ต.อ.ไพศาล สุระวาศรี ไปพบว่ามีเพียงผู้ใหญ่บ้านคนเดียวที่พูดภาษาไทยได้ จึงได้ประสานงานกับ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนตาก ให้ครู 2 คน ครูอาสา 1 คน ตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนภาษาขึ้น เปิดสอนวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2533 สอนทั้งนักเรียนและชาวบ้าน

โรงอาหาร
พอถึงปีพ.ศ.2534 นำเข้าโครงการพระราชดำริ ปัจจุบันนี้ เป็นโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนบ้านเลตองคุ มีครูชาย 8 คน ครูหญิง 2 คน นักเรียนชาย 169 คน นักเรียนหญิง 144 คน รวมทั้งสิ้น 363 คน การสื่อสารสามารถติดต่อได้ที่ letongku_342@hotmail.com เท่ห์หยอกซะไม่มี จากอุ้มผาง-รร.บ้านเลตองคุ 105 กม. เป็นพื้นที่ตั้งของโรงเรียนที่ห่างไกลจากชุมชนคนฤาษี หากนักท่องเที่ยวหรือบุคคลภายนอกไปเยี่ยมยามต้องพักแรมบริเวณนี้ดีที่สุด เป็นพื้นที่ยกเว้นเรื่องอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์

รดน้ำผักทุกเช้าที่เข้าเวร
คณะครูที่สอนหนังสือนั้นมีทั้งครูจากตำรวจตระเวนชายแดน ครูอาสา ครูจาก สพฐ. ได้เห็นสภาพของโรงเรียนแล้วก็น่าเห็นใจ เป็นโรงเรือนเรียบๆ สีเก่าๆ มีโรงเรือนพิเศษเป็นโรงอาหารของนักเรียน มีแปลงปลูกผักไว้เป็นอาหารกลางวัน มีบ้านพักครูอยู่ริมฝั่งห้วยน้ำใสๆ มีอาคารเรียนตั้งอยู่กระจัดกระจาย และที่น่าเห็นใจมากก็คือ การติดต่อสื่อการกับบุคคลภายนอก ครูได้รับความยากลำบาก แต่ด้วยหน้าที่และอุดมการณ์จึงอดทนหรืออาจจะต้องทนทำ

กระท่อมพักครู น่าเอ็นดู
ผมเดินตามคณะผอ.ททท.ตาก คุณสุรินทร์ ติเพียร ไปยืนคุยกับ ตชด.และครูที่หน้าโรงเรียน ยืนพูดคุยกันไปท่ามกลางไอหมอกจางๆ เหลียวไปเห็นบ้านกะเหรี่ยงมีต้นมะพร้าวและหมากขึ้นปะปนอยู่กับทุเรียน เดินไปชะเง้อดูเด็กนักเรียนทำหน้าที่เวรรดน้ำแปลงผัก แล้วก็ไปเยี่ยมยามบ้านพักครูหลังกระจิดริ๊ด เด็กนักเรียนคนหนึ่งเดินคัดเลือกหัวกะหล่ำแล้วตัดไปส่งโรงอาหาร ในโรงอาหารมีทีวีตั้งอยู่เครื่องหนึ่ง นี่คือความบันเทิงผ่านระบบดาวเทียม หนึ่งเดียว

แปลงผักนักเรียน ปลูกเองกินกันเอง
เด็กๆในหมู่บ้านยั้วเยี้ยยังกับมด วิ่งเล่นกันตามประสาอย่างร่าเริงและน่ารัก ดวงตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ปราศจากความเคลือบแฝงใดๆ แต่ละคนนุ่งห่มด้วยเสท่อทรงกระบอกสีขาวแถบสีบานเย็น แต่ทั้งสองสีที่เห็นผสมกับฝุ่นจนกลายเป็นสีโก้ซะมากกว่า เด็กชายเด็กหยิงแต่ด้วยชุดเดียวกัน ตัดผมสั้นๆกันทุกคน ยังไม่พ้นวัยเรียนก็ยังไม่ต้องไว้ผมยาวเยี่ยงฤาษี

จอมทะโมนมีทั้งหญิงและชาย ปีนป่ายไล่กวดกันตามประสา แต่ด้วยความคะนอง บางคนแก้ผ้าโชว์เพศให้เห็น ดูเหมือนเขาจะเริ่มชาชินกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะคนที่ถือกล้องถ่ายรูป บางกลุ่มเดินตามพวกเราไป บางกลุ่มยืนมองเฉยๆ ใบหน้าราบเรียบเหมือนเห็นตอไม้เคลื่อนไหวได้ แต่บางกลุ่มเริ่มเอียงอายกับสภาพของตนเอง

เด็กนักเรียนชายหญิงเมื่อจบการศึกษาภาคบังคับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ส่วนใหญ่เลิกไปเรียนต่อ และเริ่มไว้ผมยาวเยี่ยงฤาษี มัดผมยาวๆด้วยผ้าแถบสีสันตามชอบ ใส่เสื้อผ้าแบบคนนอก มีกระดุมกลัดร่องหน้าอก สีเสื้อผ้าเริ่มเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมใหม่กำลังคืบคลานเข้าถึง อาจจากการได้รับชมทางทีวีดาวเทียม อาจเพราะว่านักท่องเที่ยวนำเสื้อผ้าเข้าไปแจก หรืออาจเพราะว่าอยากเปลี่ยนแปลงให้เหมือนโลกภายนอก

ชุดขาวแถบชมพูเรียกว่า เชวา แต่หนุ่มน้อยนุ่งโสร่งกับเสื้อเชิ้ต
แน่นอนว่า ผลจากการศึกษาที่โรงเรียนจะทำให้เกิดพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ความเชื่อ และความศรัทธา น่าจะคงอยู่
“ทำไมไม่ไว้ผมยาวอย่างคนอื่นๆ” ผมถามจากหนุ่มกะเหรี่ยงคนหนึ่งซึ่งตัดผมรองทรง สวมเสื้อผ้าทั่วๆไป
“ผมเพิ่งกลับจากไปทำงานที่จังหวัดระยองครับ” ผมฟังเขาเฉลยแต่ก็ยังไม่เข้าใจ

ความน่ารักของเด็กๆ เล่นกันตามประสา
“ตอนจะออกไปหาประสบการณ์ชีวิตนอกหมู่บ้าน ผมตัดผมยาวออกเพื่อให้เหมือนกะเหรี่ยงที่อื่นๆ แต่เมื่อกลับมาอยู่บ้านเดิม ผมก็จะเลี้ยงผมให้ยาวอย่างฤาษีที่นี่ครับ”
นี่คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงชั่วคราว นี่คือทฤษฏีที่น่าทำการศึกษาวิจัยต่อไป

ฤาษีผสม ชุดเชวากับชุดสมัยนิยม


ผช.มาต้อนรับ นี่คือฤาษี

ถ่ายไว้ให้จดจำรำลึกถึงเสมอ


หน้าแรก
เว็บบอร์ด
บทความ
รวมรูปภาพ
ติดต่อเรา
ข่าวสาร

