บะหมี่เกี๊ยวหมูย่างซีอิ๊ว
ร้านบุญเลิศ นางเลิ้ง
โดยลุงดำ คำโต เรื่อง-ภาพ
บ้านเกิดลุงดำอยู่ในทุ่งห้วยคันแหลน ห่างจากตลาดศาลเจ้าโรงทอง ราวๆ 6 กม. ช่วงเวลาที่ตื่นเต้นและมีความสุขมากเมื่อแม่พาไปซื้อของที่ตลาด แล้วแม่ก็จะพาไปกินบะหมี่เกี๊ยวร้านตากว้าง ตลาดใต้เจ้าเก่าแก่ ส่วนอีกช่วงเวลาหนึ่งก็ตอนที่ต้องเดินจากบ้านทุ่งไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนวิเศษไชยชาญมูลนิธิชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1) ได้เรียนที่ใต้ถุนโบสถ์วัดวิเศษฯ จำได้แม่นว่าครูประจำชั้นชื่อดวงเดือน วุฒิไวย อยู่ตลาดกลาง เมื่อมาเรียนหนังสือกรุงเทพ กลับไปบ้านก็แวะไปกินบะหมี่เกี๊ยวตากว้างทุกที เดี๋ยวนี้กินไม่ได้แล้ว ตากว้างไปเปิดขายบนสวรรค์ครับ
ผมติดใจเกี๊ยวน้ำร้านตากว้างมากที่สุด ชอบที่แผ่นเกี๊ยวห่อหมูบะช่อ หวาน หอม อร่อยที่สุด รองลงมาก็เป็นบะหมี่หมูแดงที่ย่างหอม แต่เมื่อผมโตเป็นหนุ่มและแก่ถึงวันนี้ ผมเกือบไม่กินบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงอีกเลย กินทีไรก็ไม่อร่อยเท่าร้านตากว้าง โดยเฉพาะเกี๊ยวน้ำกินแล้วเจ็บลึก เขาใช้แผ่นเกี๊ยวม้วนๆแล้วยัดไส้ในแผ่นเกี๊ยวกับเศษหมูบดเท่าปลายตะเกียบ ซ้ำน้ำซุปส่วนใหญ่ปรุงด้วยซี่โครงไก่กับหัวผักกาดขาว(หัวไชโป๊ว) นอกจากนั้นก็สูตรใครสูตรมัน
วันหนึ่ง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จังหวัดสิงห์บุรี มาชวนไปงานสำคัญที่ท้องสนามหลวง โดยไปจอดรถไว้ที่วังไชยานุชิตแล้วเดินทอดน่องล่องไปจนถึงตลาดนางเลิ้ง ถิ่นเก่าสมัยที่พวกเรามาเรียนระดับเตรียมอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพ เขาพาเข้าทางปากซอยนครสวรรค์ 8 ตลาดนางเลิ้ง ปากซอยมีร้านบะหมี่เกี๊ยวเปิดขายอยู่คูหาหนึ่ง(เป็นที่นั่งแอร์) แต่เขาเคยเข้าไปกินร้านดังในตลาดแล้ว แต่ไม่ประทับใจ เขาก็เลยชวนนั่งร้านปากซอย ชื่อร้านบุญเลิศ
วันนั้นเราสองสั่งคนละชาม โดยชามแรกผมกินเกี๊ยวน้ำ ประธาน กกต.สิงห์บุรีกินบะหมี่น้ำ แล้วก็สั่งเบิ้ลด้วย ผมสั่งบะหมี่น้ำเพิ่ม ประธาน กกต.สั่งเกี๊ยวน้ำ สลับกัน สรุปได้ว่า บะหมี่เกี๊ยวน้ำร้านนี้อร่อยถูกใจ เหมือนว่าได้กลับไปกินเกี๊ยวน้ำร้านตากว้างตลาดศาลเจ้าเลย ถูกใจ ถูกใจ ผมเองนั้นติดใจเกี๊ยวน้ำหมูย่างของเขามากไม่ใช่แค่ว่าเขาห่อหมูบะช่อก้อนโตขนาดหัวนิ้วโป้งด้วยแผ่นเกี๊ยวแผ่นเดียว แต่หมูย่างหอมชวนกินจริงๆ ส่วนท่านประธานกกต.บอกว่าบะหมี่นุ่มน่ากิน หอมและเครื่องปรุงเช่นน้ำซุปหวานอร่อยจัง
ผ่านไปสองสัปดาห์ผมได้รับโทรศัพท์จากประธานกกต.ให้เข้าไปรอจะพาพี่ๆน้องๆสี่คนไปกินเกี๊ยวน้ำและบะหมี่เกี๊ยวเจ้านี้ ได้ฤกษ์งามตอนเย็นพอดี ไปคราวนี้ ลูกสาวเจ้าของร้าน นส.สิริรัตน์ โชติเกียรติ จำได้ และจึงได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นว่า เดิมทีเดียวอาศัยอยู่ย่านราชวัตร ใส่บะหมี่เกี๊ยวในรถสามล้อถีบ จุดขายหลักคือสนามม้านางเลิ้ง ประมาณปีพ.ศ.2519 ขายดีมาก ต้องช่วยกันหมดทั้งครอบครัว ก็มีพ่อแม่ นายเลิศ นางสิรินันท์ โชติเกียรติ แล้วก็ลูกๆอีก 3 คน
เราย้ายร้านมาขายที่นางเลิ้งนี่สักสิบกว่าปีมานี้เอง ได้ตึกแถวเซ้งของทรัพย์สินส่วนพระมหากาตริย์ ตั้งแต่ค่าเช่าเดือนละกว่า 600 บาท เดี๋ยวนี้ 3,000 บาท ขายเฉพาะช่วงเย็นๆประมาณนี้แหละ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป แต่พอถึง สี่ทุ่มกว่าๆก็ขายจนหมดเกลี้ยง ป๋าเหรอคะ ขายพักเดียว ค่ำก็ถึงคิวลูกๆมาขายแทน อ๋อ ไม่ใส่เสื้อหรอก ขายมาด้วยชุดเสื้อหนังตลอดกาล
เคล็ดลับหรือคะ มีเพียงต้มน้ำกระดูกหมู 20 กก.กับรากผักชี และซีอิ๊วขาว ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใสหัวไชเท้า เคี่ยวจนน้ำซุปกลมกล่อมหอมอร่อยจึงพอ ส่วนเนื้อหมูย่างก็หมักจนได้ที่จึงจะค่อยๆย่าง กว่าจะสุกก็หอมเย้ายวนน้ำลายไหล
สนนราคาก็เดิมขายอยู่ที่ 20-25 บาท แต่เดี๋ยวนี้ขายอยู่ 35/45 บาท ส่วนใหญ่ลูกค้ามานั่งกินแล้วสั่งห่อกลับบ้านเกทือบทุกรายๆละ3-8 ห่อ ลูกค้าหน้าเก่าๆค่ะ ผู้ใหญ่ที่อาจเคยมีตำแหน่งหน้าที่การงานดีๆ
อยากแนะนำให้ตามไปกิน ไม่ผิดหวัง แต่ถ้าไม่ชอบรสชาตินี้ละก้อด้านในตลาดนางเลิ้งมีอีกหลายร้านให้เป็นตัวเลือก โทร.02-2812594//081-8451156 เผื่อไปไม่ถูกจะได้โทรสอบถามเส้นทางได้
ก่อนตาย นับแต่นี้ไปหากจะกินบะหมี่เกี๊ยวน้ำละก้อ จะไปที่ร้านบุญเลิศ ปากซอยนครสวรรค์ 8 ตลาดนางเลิ้ง อร่อยกว่า สะใจกว่า และได้กินเหมือนที่เคยกินร้านตากว้าง ตลาดศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง โอ้ คนแก่นึกถึงแต่ความหลังจริงๆ