ทุเรียนกินให้อร่อยต้องไม่ร้อนใน
โดย น้ำ-รัชนี เปาอินทร์
ร้อน...ร้อน...อากาศร้อนแบบนี้ หันซ้ายก็ร้อนหันขวาก็ร้อน บ่นไปก็เท่านั้นมาหากิจกรรมทำแก้ร้อนกันดีกว่าค่ะ
กิจกรรมที่ว่าก็คือการเที่ยวค่ะ ต้องเที่ยวเพื่อดับร้อน น้ำขอแนะนำจันทบุรีบ้านน้ำเองค่ะ
จันทบุรี นอกจากมีชื่อเสียงในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้วยังมีชื่อเสียงเรื่องผลไม้ที่มีรสชาติอันแสนโอชา มีดีกรีเป็นถึงราชาของผลไม้เลยก็ว่าได้
เกริ่นมามากแล้ว เฉลยเลยแล้วกันนั่นคือ ทุเรียนค่ะ เจ้าผลไม้ที่มีหนามแสนคมไปทั้งลูก แต่ภายในนั้นบรรจุไปด้วยความหอม ความหวานของเนื้อสีเหลืองทอง ที่ใครๆต่างหลงใหลกับความอร่อยจนลืมไปเลยว่านอกจากความอร่อยแล้ว ถ้าเรากินอย่างลืมตัว อาจมีผลเสียต่อเราได้ วันนี้น้ำจึงมีวิธีกินทุเรียนให้อร่อยแล้วยังสุขภาพดีมาฝากค่ะ
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแป้งและน้ำตาลซึ่งจะให้พลังงานอย่างมาก ในทางการแพทย์จีนจะจัดทุเรียนอยู่ในอาหารประเภท หยาง ซึ่งก็คือ อาหารธาตุร้อน ซึ่งจะมีผลอย่างมากกับคนที่เป็นคนธาตุร้อน เพราะถ้ากินทุเรียนมากๆท่ามกลางอากาศที่ร้อนอาจจะทำให้เกิดอาการ"ร้อนใน" จนร่างกายไม่สบายได้
ซึ่งอาการร้อนในจากการกินทุเรียนมักจะทำให้เกิด"แผลในปาก" เจ็บคอ มีไข้ ปวดศีรษะ หน้าแดง ตาแดง รู้สึกผิวตัวร้อนผ่าวๆ ซึ่งน้ำก็เป็นอีกหนึ่งคนที่อยู่ในธาตุร้อนหรือธาตุไฟ ทำให้กินทุเรียนทีไรต้องมีอาการร้อนในตามมาทุกครั้ง และทุกครั้งก็จะได้ยินแม่บอกว่า
“กินทุเรียนแล้วก็กินน้ำเกลือตามไปด้วยนะ” หรือไม่ก็จะเป็น “กินมังคุดตามไปเยอะๆจะได้ไม่ร้อนใน” ซึ่งในตอนนั้นเรายังไม่เข้าใจความหมายของแม่ว่าทำไมต้องกินน้ำเกลือหรือกินมังคุด
ภายหลังจึงรู้ว่า น้ำเกลือ มีส่วนช่วยลดอาการร้อนในของเราได้ มาถึงมังคุดบ้าง คำถามเดิมตามมาคือ มังคุด ช่วยอะไรได้? จนมารู้คำตอบทีหลังว่า มังคุด "ราชินีของผลไม้" นี่แหละเป็นอาหารธาตุเย็น หรือ หยิน ที่สามารถลดอาการร้อนในได้เช่นเดียวกัน ซึ่งอาหารธาตุเย็น นอกจากมังคุดแล้วยังมี มะระ พวกสะเดา แตงโม บวบ รากบัว มะนาว ส้ม ซึ่งก็คืออาหารที่มีรสจืด เปรี้ยว ขม หรือ ผลไม้ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าน้ำตาล นั่นเอง
มาถึงตรงนี้แล้วเพื่อนๆที่ชอบทานทุเรียนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอาการร้อนในแล้วนะคะ แต่มีอีกหนึ่งอย่างที่น่ากลัวคือ ความอ้วนค่ะ ที่อาจมาเยือนคุณได้ถ้าหากกินทุเรียนเพลินจนลืมออกกำลังกาย
อย่าลืมออกกำลังกายนะคะจะได้มีสุขภาพดี พร้อมที่จะเดินทางเที่ยวท่องทั่วไทยไปกับเราชาวทองไทยแลนด์
ปล.ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต