บ้านทุ่งแสนสุข
ตอน 21. ปลาแขยงข้างลาย
โดย มณีดิน
ผมเดินข้ามสะพานไม้ไปโรงเรียนวัดห้วยคันเหมือนทุกวัน ผมชอบเดินบนสะพานไม้นี้มาก ระหว่างที่เดินไปชอบมองลงไปยังท้องคลองที่วันนี้น้ำสีขุ่นๆยังไหลอ่อนๆ บางทีก็ยังเห็นปลาดำผุดดำว่ายอยู่บ้าง ถ้าเป็นปลาแขยงข้างลายจะได้เห็นหนวดไหวระริกๆอยู่ผิวน้ำ เขาขึ้นมาหายใจและว่ายไล่ไปเป็นกลุ่มใหญ่ๆ นี่คือปลาที่เหลือเมื่อยามน้ำขอดคลอง
ถึงโรงเรียนซึ่งเป็นศาลาการเปรียญหลังใหญ่ เสาไม้สีเข้มกลมมนตระหง่าน หลังคาศาลาสูงลิ่ว เด็กตัวเล็กๆอย่างผมเหมือนเห็นยักษ์ เสาศาลามีหลายสิบต้น ผมเคยเดินโอบเล่นกันเสมอ แต่โอบไม่มิด บางทีก็เป็นที่เล่นซ่อนแอบ ตัวพวกผมยังเล็กเด็กน้อยเสาบังมิดเลยทีเดียว เสาศาลาวัดเป็นภาพที่จดจำติดตรึงใจเสมอมา
ผมเดินตามหาเสริมและเฮี้ยง แต่ก็หามันไม่เจอ คงต้องรอตอนเข้าแถวชักธงชาติ ผมหันไปเห็นกะเต็นเพื่อนหญิงหน้าตาขาววอก กะเต็นเป็นลูกสาวตาหอมหัวล้านเศรษฐีคนหนึ่งแห่งบ้านห้วยคันเหนือ ผมเดินรี่เข้าไปหาแล้วยิ้มร่า กะเต็นถือด้ามไม้กวาดกวาดพื้นห้องอยู่
“เต็น วันนี้เอาอะไรมากิน” ผมมองสบตาใสๆ กะเต็นกระพริบตาถี่ๆแล้วตอบเบาๆเอียงอายในที
“ไข่ต้ม เธอล่ะ” เต็นตอบแล้วย้อนถามกลับ
“อื๊อ เดี๋ยววิ่งกลับไปกินบ้าน” ผมตอบแล้วถามต่อ
“เห็นเฮี้ยงกับเสริมไหม” ตายังจ้องหน้ากะเต็นไม่กระพริบ กะเต็นหลบตาแล้วตอบ
“ไม่เห็น เราเพิ่งมา มัวแต่ทำเวรอยู่” แล้วก็เดินไปวางไม้กวาดเข้าที่ ผมเดินจากมา แต่ยังเหลียวกลับไปมองกะเต็น ใช่แล้วครับ กะเต็นเป็นหญิงงามประจำชั้น แถมเป็นลูกตาหอมเศรษฐี สวยอะ
พอได้เวลาเข้าแถวเตรียมชักธงชาติ ผมจึงได้เจอเฮี้ยงกับเสริ ม ผมเดินไปกระซิบค่อยๆ
“เมื่อกี้ เดินมาบนสะพานกูเห็นปลาแขยงข้างลายยั้วเยี้ย เย็นนี้ยกยอกันไหม” พูดแล้วก็ทำเหมือนไม่สนใจนัก
“กูก็เห็น แต่ยกยอต้องจอ 4 ศอกนะ ยอกุ้งไม่ได้การแน่ๆ” เสริมกระซิบตอบ
“เดี๋ยวกูเอามาเอง เลิกเรียน เจอกัน อ้อ บอกเฮี้ยงด้วยเผื่อมันจะมาร่วมด้วย”
ปลาแขยงข้างลายเป็นปลาขนาดเล็ก หัวแหลมและมีหนวดเหมือนปลากด แต่ตัวเล็กกว่ามาก เป็นปลาไม่มีเกล็ด หูมีแต้มสีดำมีลายทางตามยาวลำตัว หางแตกเป็นพัด มีเงี้ยงยักแล้วปวดเอาเรื่องเหมือนปลากด ปลาดุก ปลาเทโพ และปลาสวาย ยักแล้วเลือดก็ไหลซิบๆ
ผมไม่รู้ว่าปลาแขยงมาจากไหน ไม่เคยเห็นปลาลูกคอกเหมือนปลาช่อน หรือปลาหมอกลม ปลาแขยงจะปรากฏตัวก็ตอนติดแหเมื่อน้ำเริ่มลด และเห็นมากเมื่อน้ำขอดคลอง โดยปกติก็ไม่ค่อยมีใครตกปลาแขยงหรือติดแหมาก็มักโยนให้เป็ดในเล้า หรือสับต้มให้ข้าวหมา
ปลายน้ำขอดคลอง ปลาแขยงจึงมีค่า ด้วยผมเคยกินปลาแขยงแกงคั่วฝีมือแม่ ถ้าเป็นพี่เจนก็จะได้กินปลาแขยงทอดน้ำปลาจนกรอบ แกล้มข้าวสวยร้อนๆ พี่เจนควักท้องแคะเอาไส้ทิ้ง แล้วก็แช่น้ำปลาชั่วครู่ จึงทอดจนกรอบในน้ำมันท่วมกระทะ อร่อยจนติดใจ
ครูแจ่มสอนวิชาประวัติศาสตร์เล่าให้ฟังว่า เมื่อพม่าบุกมารุกรานพระนครศรีอยุธยาครั้งสุดท้ายนั้น พระเจ้าแผ่นดินองค์นั้นถูกเรียกกันว่า ขุนหลวงขี้เรื้อนอ่อนแอ ชอบมัวเมาในความบันเทิง จัดการแสดงละเม็งละครในวังเป็นที่สนุกสนาน แม้ยามมีศึกมาประชิดก็ยังไม่ตระเตรียมกำลังไพรพลเพื่อออกไปปกป้องพระราชอาณาจักรแต่อย่างใด ผมนั่งฟังด้วยความสนใจ สนใจจนลืมไปว่า ต้องรีบกลับบ้านหลังระฆังเลิกเรียนแล้วแบกยอขนาด 4 ศอกมาด้วย เพื่อไปยกยอปลาแขยง
หลังเลิกเรียน ผมวิ่งตืดเดียวก็เหวี่ยงกระเป๋าเข้าที่ แล้วก็ผลัดกางเกงออกใส่หูรูดตัวเก่ง เสื้อถอดได้โยนเข้ากองสุมกับกระเป๋านักเรียน ย่องไปยกยอพร้อมกะลาลูกตุ้มแล้วแว๊บไปหิ้วถังน้ำใบย่อมติดมือมาด้วย รีบแบกเดินขึ้นไปบนสะพาน แม่หันมาจากชานเรือน ตะโกนถาม
“เฮ้ย ไอ้ดำ มึงจะไปยกยอที่ไหน”
“ในคลอง”
ผมตอบแล้วก็ไม่เหลียวหลังมามองแม่อีกเลย วิ่งแจ้นไปอย่างรวดเร็ว ผมไปที่ริมคลองฝั่งบ้านเจ๊ผิว เสริมกับเฮี้ยงนั่งรออยู่ตามนัดหมาย กระเป๋านักเรียนกองสุมอยู่คันคลอง เสริมลุกขึ้นมาช่วยผมกางยอ แล้วก็เริ่มต้นวางยอลงในคลองห้วยคัน ผมโยน “ลูกตุ้ม”ซึ่งเป็นดินเหนียวปั้นกลมคลุกรำข้าวลงไปลูกหนึ่ง เป็นเหยื่อล่อปลาและกุ้ง ผมพาดคันยอไว้ริมตลิ่ง แล้วก็นั่งคุยกันตามประสาเด็ก เสียงเฮี้ยงดังก้องคุ้งน้ำ แต่ก็ฟังสนุกดี
พักหนึ่ง เสริมลุกไปยกยอ พอขอบยอโผล่พ้นน้ำก็ได้ยินเสียงน้ำแตกซ่า ปลาแขยงรวมอยู่กับลูกตุ้มก้อนเหยื่อ 5-6 ตัว กุ้งฝอยตัวโตคาอยู่ด้วย 10 กว่าตัว มันดีดขึ้นลงด้วยการงอหางเข้าแล้วเหยียดออก กุ้งฝอยขนาดใหญ่นี่มี “กรี” แหลมเป็นอาวุธประจำกาย หนวดยาวๆ เสริมใช้กะลาที่หาได้ใกล้มือตักรวมกันออกมาใส่ถังน้ำขนาดย่อม แล้วแยกลูกตุ้มไปคลุกรำในกะลาพร้อมกับโยนมันลงไปกลางยออีกครั้ง
ตะวันโรยตัวลงไป ท้องฟ้าเปล่งประกายของแสงสีส้ม “ผีตากผ้าอ้อม” เงาสะท้อนลงไปในน้ำ ดูเข้มขลัง วังเวง และระห้อยหา ผมกับเสริมผลัดกันยกยอและโยนลูกตุ้มเป็นเหยื่อล่อ ได้ปลาแขยงข้างลายมากที่สุด กุ้งฝอยตัวโตอีกกองใหญ่ ปลาอื่นๆเช่นปลาขาว ปลาตะเพียนขนาดเท่าเหรียญ ผมยกยอแล้วม้วนขัดคันยอ เตรียมยกขึ้นบ่า เสริมยกถังน้ำใส่ปลาและกุ้ง เฮี้ยงหิ้วกระเป๋านักเรียน พอถึงบ้านผมๆเก็บยอแล้วมานั่งยองๆดูเสริมแบ่งปลาแขยงข้างลายและกุ้ง ออกเป็น 3 กอง แล้วใส่กะลามะพร้าวให้แต่ละคน
“เฮี้ยง เอาปลาขาวไปด้วยนะ”
เสริมถามแล้วเพิ่มปลาขาวให้เฮี้ยงมากหน่อย เฮี้ยงรับแล้วเดินจากไปบ้านห้วยคันใต้ เสริมหิ้วกระเป๋าด้วยมือขวาแล้วใช้มือซ้ายถือกะลาใส่ปลาและกุ้ง ผมยกถังที่มีปลาและกุ้งเหลือก้นถังเดินเข้าบ้าน แม่เดินมาชะโงกดูก้นถังแล้วหัวเราะ พี่เจนเดินมาหิ้วถังไปนั่งทำปลาแขยงข้างลายและเด็ดหนวดกุ้งทิ้ง ผมแบกยอไปกางออกแล้วค่ำตากที่ข้างเล้าหมู
พี่เจนทอดปลาแขยงจนกรอบหอมชวนน้ำลายไหล กุ้งเปลี่ยนสีแดงส้มคั่วเกลือ ผมตักข้าวสวยร้อนๆจากหม้อแล้วก็นั่งกินข้าวกับปลาแขยงทอดกรอบและกุ้งเค็มที่นอกชานบ้าน ทุยไม่มาตอแยแต่อย่างใดด้วยว่ากำลังไปนั่งอยู่หน้าจอทีวีเสียก่อนแล้ว พี่เจนแบ่งไปสองสามตัว แล้วก็นั่งกินไปคุยกันไปตามประสาพี่น้องท้องเดียวกัน
ปลาแขยงข้างลายตัวผอมๆขนาดนิ้วชี้พี่เจน ไม่ชวนให้เอาไปแกงคั่วเหมือนปลาแขยงธง ซึ่งเป็นปลาแขยงตัวเขื่องกว่า เนื้อนุ่มหนานิ่มน่ากินกว่า แต่ยามน้ำขอดคลองมีปลาแขยงข้างลายเหลือให้กินก็ถือว่าโชคดีเหลือแสน
พรุ่งนี้เช้า จะยังมีปลาแขยงข้างลายลอยหัวอวดหนวดอีกไหมหนอ