เขาวัง: อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี
โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ
รัชกาลที่ 4 ทรงผนวชเมื่อปีพ.ศ.2367 อายุ 21 ปี พระองค์บวชอยู่ 27 พรรษา 6 เดือน ในระหว่างที่ทรงผนวชอยู่นั้นได้เคยธุดงค์ไปจำวัดเขาสมน(สะหมน) อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี อันเป็นวัดตีนเขา 3 ลูกซึ่งอยู่กลางใจเมืองเพชรบุรี
ครั้นต่อมาเมื่อทรงครองราชย์ขึ้นเป็นพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4( เมื่อปี
พ.ศ.2394) พระองค์ได้ย้อนกลับไปสร้างพระราชวังฤดูร้อนบนเขาสมน เมื่อปีพ.ศ.2402 เพื่อใช้เป็นวังที่ทรงประทับและรับแขกบ้านแขกเมือง เยี่ยงประเทศที่เจริญทั่วไป
รัชกาลที่ 4 ทรงศึกษาภาษาต่างประเทศจนพูดได้ อ่านออกและเขียนได้อย่างเชี่ยวชาญ จึงทรงอักษรและเรียนรู้ตำราต่างประเทศได้อย่างถ่องแท้
วัดพระแก้ว
เขาสมนนี้สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 95 เมตร ลมพัดผ่านตลอดวันตลอดคืน อากาศบริสุทธิ์จากชายทะเลสดชื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขา
รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดให้ ช่วง บุญนาค (เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์)
พระนครคีรีประกอบด้วยพระที่นั่ง เพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหศวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระที่นั่งราชธรรมสภา พระตำหนักสันถาคารสถาน หอพิมานเพชรมเหศวร หอจตุเวทปริตพงษ์ และหอชัชวาลเวียงชัย
มองดูจากถนนเพชรเกษม(4) เห็นปราสาทสีขาวบนภูเขาโดดเด่น รถยนต์วิ่งเข้าไปจอดที่สถานีรถรางไฟฟ้า อาคารใหญ่โตเหมือนชานชาลาสถานีรถไฟ มีห้องสุขาบริการ ร้านค้าของที่ระลึกมากมายหลายร้าน
นอกจากนั้นยังมีภาพสื่อความหมายเรื่องราวหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพพระสนม(เจ้าจอม) 8 องค์ อันเป็นกุลสตรีสูงศักดิ์ของเมืองเพชร เป็นต้น
ยืนรอรถรางไฟฟ้าเหลียวมองไปรอบๆ มีภาพปูนปั้นฝีมือช่างเมืองเพชรสวยมาก นั่งรถรางไฟฟ้าเดี๋ยวเดียวก็ถึงสถานีบนเขา อันเป็นด้านหลังของพระนครคีรี เดินตามบันไดไปสบายๆ ต้องยอมรับนะครับว่า
สถาปนิกผู้ออกแบบปราสาทราชวังแห่งนี้สุดยอดฝีมือ เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิคผสมผสานสถาปัตยกรรมจีน การวางอาคารตำหนักต่างๆลดหลั่นกันอยู่อย่างลงตัว พระตำหนักต่างๆสวยงามและปราณีต ตะลึงๆๆ
จุดเด่นหนึ่งเดียวคือ หอดูดาว มีบันไดเวียนขึ้นไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ ก็บ้านเราทั่วไปมีบันไดตรงๆ ขึ้นลงก็ไม่หวาดเสียว
เมื่อขึ้นไปรับลมเย็นพัดตึงๆ ก็กดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปพระธาตุจอมเพชรได้อย่างอลังการ (สูง 40 เมตร) พระธาตุองค์นี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน
เขาอีกลูกหนึ่งไกลสุดสายตาเป็นวัดพระแก้ว ไม่มีพระจำวัดแต่อย่างใด เช่นเดียวกับวัดในวังทั่วไป
รอบๆพระราชวังปลูกด้วยต้นลั่นทมดอกสีขาวเป็นส่วนใหญ่ ส่งกลิ่นหอมระรวยมากับสายลมเย็น ตามตรอกซอกหินแซมแทรกด้วยพันธุ์พืชตกแต่ง มีระบบน้ำซ่อนอยู่ทั่วไป ไม่เกะกะรกลูกตาแต่อย่างใด
บางจุดเป็นฐานเล็กๆให้ทหารรักษาวังคอยยืนประจำการทุกด้าน
ที่แย่ก็เจ้าลิงจอมตากละและซุกซน ทำให้การท่องเที่ยวเสียวๆอยู่นิดๆ กลัวลิงกัดและแย่งของในมือ
ปีพ.ศ.2404 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเสด็จประทับอยู่หลายครั้ง ครั้นสิ้นรัชกาล ก็ได้ปล่อยไว้
จนถึงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดให้สร้างเป็นพิพิธภัณฑสถาน กรมศิลปากรประกาศเป็นอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี
เป็นสัญลักษณ์และความภาคภูมิของคนจังหวัดเพชรบุรี
ในจังหวัดเพชรบุรียังมีพระราชวังอีก 2 แห่งคือ พระราชวังบ้านปืนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ในตัวเมืองเพชรบุรี เป็นที่ราบเรียบ
ต่อมาถึงสมัยรัชกาลที่ 6 พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างพระราชวังมฤคทายวัน เป็นพระราชวังฤดูร้อนริมชายหาดแสนงาม
สรุปว่า จังหวัดเพชรบุรีมีพระราชวังสถิตย์อยู่ถึง 3 วัง ทุกวังเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ตามวันเวลาที่กำหนด เยี่ยมเลย
เดินเที่ยวและนั่งพักเป็นระยะ พลางก็คิดได้ว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ ชอบดูดาว และพยากรณ์ และก็ด้วยความชอบเรื่องดูดาวนี้เองที่ทรงไปยังบ้านหว้ากอ และได้รับเชื้อมาเลเรียจนสิ้นพระชนย์ไปในที่สุด
ในวโรกาสฉลองสมโภช 200 ปี แห่งการพระราชสมภพ เมื่อปีพ.ศ.2547 องค์การยูเนสโกได้ยกย่องในฐานะที่พระองค์ทรงปรีชาสามารถและมีอัจฉริยภาพสูงทางวิทยาศาสตร์
"พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย"
เดินวนกลับไปที่สถานีรถรางไฟฟ้าอีกครั้ง เพื่อรอลง ต้องแสดงบัตรขาลงด้วย ถึงชานฃาลาสถานีเบื้องล่าง มีร้านกาแฟเย็นกาแฟร้อนและเครื่องดื่มให้เลือกได้ตามใจชอบ
ต่อจากนี้ก็เดินทางต่อไปท่องเที่ยวหัวหิน และ.............ว่าก็ว่าเถอะนะ ถ้าวางแผนดีๆละก้อ วันเดียวก็ไปเที่ยววัง 3 แห่งได้สบายๆ แต่ถ้าเหนื่อยนักก็พักค้างในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี มีให้เลือกพักได้มากมายเชียว