สรงกรานต์ : บุญสรงน้ำ
“สาวภูไท”
เมื่อฤดูเดือนเคลื่อนมาถึงเดือน ๕ อากาศร้อนอบอ้าว ไทอีสานโบราณกำหนดเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๕ เป็นวันบุญสรงน้ำพระพุทธรูป โดยสร้างหอ หรือ ศาลาหลังเล็กไว้ภายในวัด อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญจากโบสถ์ หรือสิมลงมาประดิษฐานไว้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สรงน้ำ และทำบุญตุ้มโฮม สรงน้ำพระสงฆ์ สรงน้ำผู้ใหญ่ให้ชุ่มเย็นไปด้วย เลยกลายเป็นเทศกาลเล่นน้ำให้ชุ่มฉ่ำในช่วงเวลาร้อน ๆ อย่างนี้


จำได้ว่าสมัยเป็นเด็ก ผู้เขียนชอบกิจกรรมในบุญสรงน้ำเป็นที่สุด เราจะรอคอยบุญสรงน้ำแบบนับถอยหลังรอเลยทีเดียว เราเตรียมขมิ้น ว่านหอม และแป้งฝุ่นไว้ทำน้ำอบน้ำหอมสำหรับใช้สรงน้ำพระ และเล่นสาดใส่กันแบบสดชื่น และหอมกรุ่นกันไปทั้งหมู่บ้าน
กิจกรรมการแห่ดอกไม้ ขนทรายเข้าวัด และการเนาก็เป็นกิจกรรมที่ทำให้ระลึกถึงอยู่เสมอ แต่หวนหาก็ไม่เห็นแล้วในปัจจุบัน ความเจริญทางเทคโนโลยีมีส่วนอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงสังคม จะมีใครมัวเสียเวลามาทำบุญแห่ดอกไม้ไปไหว้พระ สรงน้ำพระอยู่ทุกเย็นตลอดช่วงเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ๆ จะมีใครชวนกันมาขนทรายเข้าวัดจัดสร้างเจดีย์ทรายเล็ก ๆ แล้วปักธง ปักดอกไม้ ไว้ถึงพรุ่งนีเช้าก็พังทลายลงแล้ว ในขณะจะขนทรายมาก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ในวัดได้ทีละหลาย ๆ ตันหากมีเงิน

ในวันเนาที่เรานิมนตร์พระทั้งวัดไปฉันเพลใต้ร่มไว้ ริมห้วย หนอง ห่างไกลจากหมู่บ้าน เราจะถือสวิง สะพายข้อง และกระติบข้าวเหนียวไปหาปู หาปลาเอาดาบหน้าด้วยกันทั้งหมู่บ้าน ได้ลงน้ำ เล่นน้ำ ได้ทำบุญ และเฮฮาไปด้วย ช่างสุขใจนักแม้เพียงรำลึกถึงเงาของมัน
แต่ถึงอย่างไร แก่นของบุญสงกรานต์ สรงน้ำก็ยังเหลืออยู่บ้างในบางหมู่บ้าน ลูกหลานที่อพยพไปหางาน หาเงิน ในต่างถิ่น ต่างแดนห่างไกล ยังได้ระลึกถึงบ้านเกิด ต่างจึงยังมุ่งหน้ากลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ บ้างทำผ้าป่าหาเงินมาเข้าวัด บ้างจัดงานตุ้มโฮมพี่น้องป้องปลาย ทำข้าวปุ้นข้าวปาด และที่ทั้งหลายทั้งปวงยังระลึกถึง และยังปฏิบัติสม่ำเสมอ คือ

ความสุขจากการได้เล่นน้ำฉ่ำเย็นร่วมกันในวันบุญสรงน้ำ สรงกรานต์ แม้ว่าการเล่นน้ำนั้นจะวิวัฒนาการไปมากจนกลายพันธุ์ อย่างที่หลาย ๆ คนรังเกียจ เพราะมีการนำน้ำแข็งมาสาดกัน หลายคนนำโอ่งมังกรมาตั้งหน้าบ้านพร้อมสายยางสำหรับสาด และฉีด จนถนนนองด้วยน้ำราวกับเดือนเก้าเดือนสิบ เล่นอยู่กับถนนหน้าบ้านยังไม่สะใจก็มีคนหัวใสขนโอ่ง ขนถังน้ำขึ้นรถยนต์ เคลื่อนย้ายไปได้ไกล ๆ หลายร้อยกิโลเมตรในแต่วัน บ้างเปิดเพลง เปิดหมอลำ แห่แหน ยกหางเครื่องขึ้นรถไปด้วยดังลั่นสนั่นเมือง มีการปาแป้ง สาดสีผสมน้ำใส่รถยนต์กันและกัน

นอกจากความสุขในการสาดน้ำ ในงานบุญสรงน้ำ หรือช่วงเทศกาลสรงกรานต์แล้ว ยังมีพวกพิสมัย โหยหา ความสุขจากการรวมกลุ่ม ตุ้มโฮมผอง พี่ผองน้อง รายการกิน ดื่ม จึงถูกวิวัฒน์มาจากสาโทเป็นเบียร์ ดื่มกินแล้วก็ขึ้นรถไปเล่นน้ำหน้าดำหน้าแดง ฝ่ายบ้านเมืองจึงต้องตั้งหน่วยเฉพาะกิจเฝ้าระวัง และลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์
เป็นความสุข สนุก ที่พ่วงเอาความทุกข์ตามมาโดยแท้
เมื่อไหร่หนอที่เทศกาลสงกรานต์จะกลับมาเป็นบุญสรงน้ำ
ให้หัวใจของใคร ๆ ชุ่มเย็นดังเช่นเมื่อวันวาน
๐๐๐๐


หน้าแรก
เว็บบอร์ด
บทความ
รวมรูปภาพ
ติดต่อเรา
ข่าวสาร

