http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,649,653
Page Views17,006,820
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

อาบน้ำแร่ร้อนๆเมืองใต้: จังหวัดระนอง โดย ป่าน ศรนารายณ์ เรื่อง//ภาพ-ธงชัย เปาอินทร์

อาบน้ำแร่ร้อนๆเมืองใต้: จังหวัดระนอง   โดย ป่าน ศรนารายณ์ เรื่อง//ภาพ-ธงชัย เปาอินทร์


                                   อาบน้ำแร่ร้อนๆเมืองใต้: จังหวัดระนอง   

                                                                โดย ป่าน ศรนารายณ์ เรื่อง//ภาพ-ธงชัย เปาอินทร์

               การอาบน้ำแร่ที่เกิดจากน้ำพุร้อนๆ โด่งดังมากในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมากกว่า 2,000 แห่ง ญี่ปุ่นเรียกการลงอาบน้ำแร่ร้อนๆ ในบ่อเดียวกันว่า ออนเซน(Onsen)      
               ทุกคนที่ร่วมอาบต้องร่วมเปลือย เป็นสังคมหนึ่งที่เสวนากันไปพลางก็แช่น้ำร้อนไปพลางค่ะ ส่วนใหญ่อยู่แถวๆเมือง เบบปุ(Beppu) และเมือง ยูฟูอิน(Yufuin) 
               แต่ก็มีการอาบน้ำแร่ของชาวญี่ปุ่นอีกอย่างหนึ่งคือ เซ็นโต(Sento) แบบนี้อยู่ในห้องหับมิดชิดโดยมีท่อนำน้ำแร่ร้อนๆและเย็นมาให้อาบ เข้าใจว่าก็ต้องเปลือยเดี่ยวแล้วละค่ะ 

                        

               นั่นคือต้นแบบการอาบน้ำแร่ร้อนๆของชาวญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในเขตอบอุ่นของโลก อยู่บนภูเขาไฟมากมายเหลือคณานับ เหมือนตั้งอยู่บนเตาไฟยังไงยังงั้นละค่ะ
               แม้แต่เมื่อเข้ามาที่เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นยังไปพบและสร้างบ่ออาบน้ำแร่ที่ น้ำพุร้อนห้วยหินดาด เมืองกาญจนบุรี ทุกวันนี้ก็มีนักนิยมอาบน้ำแร่ร้อนๆไปผ่อนคลายกันตรึม

                     

                แต่ที่เมืองระนอง  เชื่อไหม พระเจ้าแผ่นดินของสยามประเทศ ไปอาบน้ำแร่ร้อนๆ มาก่อนแล้วตั้งแต่รศ.112 (พ.ศ.2433) รัชกาลที่ 5 นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงโปรดตั้งชื่อถนนทางเข้าบ่อน้ำแร่ร้อนๆแห่งนี้ว่า ถนนชลระอุ แต่น่าเสียดายมากที่จังหวัดระนองกลับไม่เห็นคุณค่าแห่งประวัติศาสตร์ดังกล่าว ถ้าติดป้ายชื่อให้สวยสง่างามน่าจะชวนเชิญให้นักท่องเที่ยวสนใจมากยิ่งขึ้นหรือไม่ 
                ชาวเมืองระนองคะ คิดเห็นเช่นไรหรือคะ  

                        

                บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้เดิมทีมีอยู่ 3 บ่อคือ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เกิดอยู่ใกล้ๆห้วยหาดส้มแป้นที่ไหลผ่านลงไปยังทะเลอันดามัน สองฝั่งเป็นทิวเขาสูงชันที่เต็มไปด้วยป่าดงดิบ แมกไม้หนาตาน่าชม แต่ปัจจุบันนี้ ได้พัฒนาพื้นที่รอบๆบ่อน้ำพุร้อนทุกขุมจนอยู่ในสภาพสะดวกสบาย และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปเข้าไปใช้บริการได้ 
                น้ำพุร้อนอันเป็นน้ำแร่แห่งนี้ร้อนขนาดต้มไข่สุก อยู่ในระดับ 65 องศาเซลเซียสค่ะ



                เทศบาลเมืองระนองเป็นองค์กรท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ได้พัฒนาบ่อแช่และอาบน้ำแร่อีกหลายบ่อ เช้าตรู่จะมีชาวบ้านหรืออาจเป็นนักท่องเที่ยวมาแช่เท้าและอาบน้ำแร่ร้อนๆมากมาย  สอบถามคุณป้าคนหนึ่งได้ความว่า
                มาจากกรุงเทพ มาพักโฮมสเตย์ราคาถูกๆ แล้วพาสามีซึ่งเป็นอัมพฤกษ์ มาอาบน้ำแร่และแช่น้ำร้อน แล้วดูดีขึ้นๆ อยู่มาเป็นอาทิตย์แล้ว 
                นอกจากนั้นยังมีโรงเรือนขนาดใหญ่ครอบบนบ่อน้ำแร่ร้อนๆ มีหลังคาสูงกันแดดและฝน พื้นเทราดด้วยปูนซีเมนต์ฉาบเรียบ พื้นโรงเรือนนี่ละค่ะ ชาวบ้านใช้เป็นที่นอนแผ่-ผึ่ง-อบไอร้อนๆ 

            

                เทศบาลแห่งนี้มีรายได้จากบ่อน้ำแร่ร้อนๆแห่งนี้มากก็เลยตกแต่งสวนหย่อมร่มรื่นสวยงาม หินเรียงสวย ดูมีราศีกับบ่อน้ำร้อนมากเชียวค่ะ ที่พิเศษยิ่งขึ้นคือมีโรงเรือนอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนแบบสปาหรูๆเกิดขึ้น เสาร์อาทิตย์ต้องจองกันเชียวค่ะ 
                ที่โรงแรมใกล้ๆกันชื่อ จันทร์สมธารา ก็พัฒนาเป็นสปาหรูมานานแล้ว  โรงพยาบาลระนองก็ไม่น้อยหน้าค่ะ เปิดสปาหรูอยู่ริมถนนสาย 4 (ชุมพร-ระนอง) ให้บริการเช่นกันค่ะ 



                 เมืองระนองมีน้ำพุร้อนๆขนาดใหญ่อีกหลายแห่งเช่น น้ำพุร้อนบ้านพรรั้ง ซึ่งมีบ้านพักให้พักค้างอ้างแรมได้มีน้ำแร่ร้อนๆให้อาบด้วย ตั้งอยู่บนยอดเขาเตี้ยๆ  บ่อน้ำพุร้อนค่ายรัตนรังสรรค์  บ่อน้ำพุร้อนหาดยาย  บ่อน้ำพุร้อนทุ่งยอ  และบ่อน้ำพุร้อนพรุหลุมพี ค่ะ  แต่ขนาดเล็กๆจะมีหรือไม่ ไม่มีข้อมูลค่ะ 
                  น่าสนใจเมืองระนองไหมคะ ไปทั้งทีก็ได้อาบน้ำแร่แช่น้ำพุร้อนๆ สบายๆ น้ำแร่เมืองระนองนี่เป็นแห่งเดียวนะคะที่ไม่มีกำมะถันเจือปนอยู่เลย ดังนั้น น้ำแร่ร้อนๆเมืองระนองจึงใช่ดื่มได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลค่ะ 



                  ป่านไปท่องเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนเมืองระนองครั้งนี้ได้พบมัคคุเทศก์อาสาของชุมชนคนใกล้บ่อ นส.ลัดดาวรรณ เพชรอาวร(หนิง) เรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ปีที่ 3 ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตทับแก้ว นครปฐม โทร.084-1829702 และนส.เสาวลักษณ์ ไอยราพัฒนา(นุช) เรียนอยู่วิทยาลัยเทคนิคระนอง ปี3 ช่วยกันแนะนำและเล่าเรื่องราวของเมืองระนอง  บ่อน้ำพุร้อน  ตลาดน้ำวัดหาดส้มแป้นที่ประดิษฐานอัฐิหลวงปู่คล้าย เกจิอาจารย์ดังเมืองระนอง

 

                  เธอยังพาไปเที่ยวตลาดเก่าเหมืองแร่บ้านหาดส้มแป้น มีร่องรอยการขุดแร่สมัยก่อน บางบ่อกลายเป็นแหล่งน้ำสวยงามให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชนเรียกกันว่า แคนยอนเมืองระนอง ด้วยว่ารอบๆอ่างน้ำแห่งนี้เป็นเขาที่ขรุขระ ร่องรอยการขุดแร่ 
                  และยังได้รู้ว่า เมื่อชาวระนองขุดแร่จนหมดแล้ว กลับยังขุดแร่ดินขาวไปขายให้กับโรงงานเซรามิค ลำปาง ได้อีกด้วย 



                   นอกจากนั้นเธอพาไปร้านค้าเก่าแก่ที่อดีตเคยเป็นโรงรับซื้อแร่ดีบุก ได้ชมภาพเล่าเรื่องเหมืองแร่เก่าๆ ทุกแห่งหนบนพื้นดินเมืองระนองมีแต่แร่ แร่ที่พบมีมากมายหลายแร่ คัดแยกขายกันได้ทุกอย่าง  แล้วแต่ราคาจะดีหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง 



                   ในร้านนี้ยังมีของฝากพื้นบ้านขายมากมายหลายอย่าง เช่น เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ส้มแขกฝานตากแห้ง(ซึ่งชาวใต้นิยมใส่ในแกงเหลือง ช่วยระบายท้องอย่างดีเยี่ยม)   ขนมบัวหิมะนุ่มนิ่มหอมอร่อยมาก 
                   มีกระทั่ง มุก จากหอยมุกธรรมชาติ ราคาต่อรองกันได้ แต่ยืนยันได้ว่าเป็นมุกแท้ ไม่ใช่มุกเทียมแน่นอนค่ะ มันเบี้ยวนิดๆ เอียงหน่อยๆ ไม่กลมดิกอย่างกับปั๊มออกมาน่ะค่ะ



                   จบรายการท่องเที่ยวด้วยรถยนต์เท่ห์ เก๋ ได้อารมณ์สุนทรีกับบรรยากาศเก่าๆ ชาวเมืองระนองเรียกรถคอกหมูคันโก้นี้ว่า  "รถไม้" ยังได้ชมการแสดงฟ้อนร่อนแร่จากเยาวชนท้องถิ่น น่ารักน่าชังซะไม่มี ถ้าจะไประนองนะคะ ป่านขอแนะนำเลยว่าควรไปพักค้างอย่างน้อย 2 คืนค่ะ ส่วนจะจัดรายการแยกแยะว่าไปท่องเที่ยวที่ไหนบ้างคงต้องปรึกษาบริษัทนำเที่ยวแล้วละค่ะ 



                   อย่างไรก็ตาม แม้เมืองระนองจะมีฝนแปดแดดสี่ ก็ยังมีดีให้พักผ่อนหย่อนใจมากมายหลายสถานที่เชียวค่ะ เช่น ไปเมียนมาร์ ดำน้ำดูปะการัง ไปหาดสน  ไปเกาะพยาม ไปหมู่เกาะสุรินทร์ หรือเดินเล่นในสถานีวิจัยป่าชายเลนระนอง เหนื่อยนักก็พักอาบน้ำแร่ค่ะ  

                     
                                                   ตลาดเก่าบ้านหาดส้มแป้น น่าพัฒนาเป็นถนนคนเดิน
       

Tags : น้ำแร่เมืองระนอง น้ำพุร้อน สวนรักษะวาริน จังหวัดระนอง

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view