อาบน้ำแร่ร้อนๆเมืองใต้: จังหวัดระนอง
โดย ป่าน ศรนารายณ์ เรื่อง//ภาพ-ธงชัย เปาอินทร์
การอาบน้ำแร่ที่เกิดจากน้ำพุร้อนๆ โด่งดังมากในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมากกว่า 2,000 แห่ง ญี่ปุ่นเรียกการลงอาบน้ำแร่ร้อนๆ ในบ่อเดียวกันว่า ออนเซน(Onsen)
ทุกคนที่ร่วมอาบต้องร่วมเปลือย เป็นสังคมหนึ่งที่เสวนากันไปพลางก็แช่น้ำร้อนไปพลางค่ะ ส่วนใหญ่อยู่แถวๆเมือง เบบปุ(Beppu) และเมือง ยูฟูอิน(Yufuin)
แต่ก็มีการอาบน้ำแร่ของชาวญี่ปุ่นอีกอย่างหนึ่งคือ เซ็นโต(Sento) แบบนี้อยู่ในห้องหับมิดชิดโดยมีท่อนำน้ำแร่ร้อนๆและเย็นมาให้อาบ เข้าใจว่าก็ต้องเปลือยเดี่ยวแล้วละค่ะ
นั่นคือต้นแบบการอาบน้ำแร่ร้อนๆของชาวญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในเขตอบอุ่นของโลก อยู่บนภูเขาไฟมากมายเหลือคณานับ เหมือนตั้งอยู่บนเตาไฟยังไงยังงั้นละค่ะ
แม้แต่เมื่อเข้ามาที่เมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นยังไปพบและสร้างบ่ออาบน้ำแร่ที่ น้ำพุร้อนห้วยหินดาด เมืองกาญจนบุรี ทุกวันนี้ก็มีนักนิยมอาบน้ำแร่ร้อนๆไปผ่อนคลายกันตรึม
แต่ที่เมืองระนอง เชื่อไหม พระเจ้าแผ่นดินของสยามประเทศ ไปอาบน้ำแร่ร้อนๆ มาก่อนแล้วตั้งแต่รศ.112 (พ.ศ.2433) รัชกาลที่ 5 นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงโปรดตั้งชื่อถนนทางเข้าบ่อน้ำแร่ร้อนๆแห่งนี้ว่า ถนนชลระอุ แต่น่าเสียดายมากที่จังหวัดระนองกลับไม่เห็นคุณค่าแห่งประวัติศาสตร์ดังกล่าว ถ้าติดป้ายชื่อให้สวยสง่างามน่าจะชวนเชิญให้นักท่องเที่ยวสนใจมากยิ่งขึ้นหรือไม่
ชาวเมืองระนองคะ คิดเห็นเช่นไรหรือคะ
บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้เดิมทีมีอยู่ 3 บ่อคือ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เกิดอยู่ใกล้ๆห้วยหาดส้มแป้นที่ไหลผ่านลงไปยังทะเลอันดามัน สองฝั่งเป็นทิวเขาสูงชันที่เต็มไปด้วยป่าดงดิบ แมกไม้หนาตาน่าชม แต่ปัจจุบันนี้ ได้พัฒนาพื้นที่รอบๆบ่อน้ำพุร้อนทุกขุมจนอยู่ในสภาพสะดวกสบาย และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปเข้าไปใช้บริการได้
น้ำพุร้อนอันเป็นน้ำแร่แห่งนี้ร้อนขนาดต้มไข่สุก อยู่ในระดับ 65 องศาเซลเซียสค่ะ
เทศบาลเมืองระนองเป็นองค์กรท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ได้พัฒนาบ่อแช่และอาบน้ำแร่อีกหลายบ่อ เช้าตรู่จะมีชาวบ้านหรืออาจเป็นนักท่องเที่ยวมาแช่เท้าและอาบน้ำแร่ร้อนๆมากมาย สอบถามคุณป้าคนหนึ่งได้ความว่า
มาจากกรุงเทพ มาพักโฮมสเตย์ราคาถูกๆ แล้วพาสามีซึ่งเป็นอัมพฤกษ์ มาอาบน้ำแร่และแช่น้ำร้อน แล้วดูดีขึ้นๆ อยู่มาเป็นอาทิตย์แล้ว
นอกจากนั้นยังมีโรงเรือนขนาดใหญ่ครอบบนบ่อน้ำแร่ร้อนๆ มีหลังคาสูงกันแดดและฝน พื้นเทราดด้วยปูนซีเมนต์ฉาบเรียบ พื้นโรงเรือนนี่ละค่ะ ชาวบ้านใช้เป็นที่นอนแผ่-ผึ่ง-อบไอร้อนๆ
เทศบาลแห่งนี้มีรายได้จากบ่อน้ำแร่ร้อนๆแห่งนี้มากก็เลยตกแต่งสวนหย่อมร่มรื่นสวยงาม หินเรียงสวย ดูมีราศีกับบ่อน้ำร้อนมากเชียวค่ะ ที่พิเศษยิ่งขึ้นคือมีโรงเรือนอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนแบบสปาหรูๆเกิดขึ้น เสาร์อาทิตย์ต้องจองกันเชียวค่ะ
ที่โรงแรมใกล้ๆกันชื่อ จันทร์สมธารา ก็พัฒนาเป็นสปาหรูมานานแล้ว โรงพยาบาลระนองก็ไม่น้อยหน้าค่ะ เปิดสปาหรูอยู่ริมถนนสาย 4 (ชุมพร-ระนอง) ให้บริการเช่นกันค่ะ
เมืองระนองมีน้ำพุร้อนๆขนาดใหญ่อีกหลายแห่งเช่น น้ำพุร้อนบ้านพรรั้ง ซึ่งมีบ้านพักให้พักค้างอ้างแรมได้มีน้ำแร่ร้อนๆให้อาบด้วย ตั้งอยู่บนยอดเขาเตี้ยๆ บ่อน้ำพุร้อนค่ายรัตนรังสรรค์ บ่อน้ำพุร้อนหาดยาย บ่อน้ำพุร้อนทุ่งยอ และบ่อน้ำพุร้อนพรุหลุมพี ค่ะ แต่ขนาดเล็กๆจะมีหรือไม่ ไม่มีข้อมูลค่ะ
น่าสนใจเมืองระนองไหมคะ ไปทั้งทีก็ได้อาบน้ำแร่แช่น้ำพุร้อนๆ สบายๆ น้ำแร่เมืองระนองนี่เป็นแห่งเดียวนะคะที่ไม่มีกำมะถันเจือปนอยู่เลย ดังนั้น น้ำแร่ร้อนๆเมืองระนองจึงใช่ดื่มได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลค่ะ
ป่านไปท่องเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนเมืองระนองครั้งนี้ได้พบมัคคุเทศก์อาสาของชุมชนคนใกล้บ่อ นส.ลัดดาวรรณ เพชรอาวร(หนิง) เรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ปีที่ 3 ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตทับแก้ว นครปฐม โทร.084-1829702 และนส.เสาวลักษณ์ ไอยราพัฒนา(นุช) เรียนอยู่วิทยาลัยเทคนิคระนอง ปี3 ช่วยกันแนะนำและเล่าเรื่องราวของเมืองระนอง บ่อน้ำพุร้อน ตลาดน้ำวัดหาดส้มแป้นที่ประดิษฐานอัฐิหลวงปู่คล้าย เกจิอาจารย์ดังเมืองระนอง
เธอยังพาไปเที่ยวตลาดเก่าเหมืองแร่บ้านหาดส้มแป้น มีร่องรอยการขุดแร่สมัยก่อน บางบ่อกลายเป็นแหล่งน้ำสวยงามให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชนเรียกกันว่า แคนยอนเมืองระนอง ด้วยว่ารอบๆอ่างน้ำแห่งนี้เป็นเขาที่ขรุขระ ร่องรอยการขุดแร่
และยังได้รู้ว่า เมื่อชาวระนองขุดแร่จนหมดแล้ว กลับยังขุดแร่ดินขาวไปขายให้กับโรงงานเซรามิค ลำปาง ได้อีกด้วย
นอกจากนั้นเธอพาไปร้านค้าเก่าแก่ที่อดีตเคยเป็นโรงรับซื้อแร่ดีบุก ได้ชมภาพเล่าเรื่องเหมืองแร่เก่าๆ ทุกแห่งหนบนพื้นดินเมืองระนองมีแต่แร่ แร่ที่พบมีมากมายหลายแร่ คัดแยกขายกันได้ทุกอย่าง แล้วแต่ราคาจะดีหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง
ในร้านนี้ยังมีของฝากพื้นบ้านขายมากมายหลายอย่าง เช่น เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ส้มแขกฝานตากแห้ง(ซึ่งชาวใต้นิยมใส่ในแกงเหลือง ช่วยระบายท้องอย่างดีเยี่ยม) ขนมบัวหิมะนุ่มนิ่มหอมอร่อยมาก
มีกระทั่ง มุก จากหอยมุกธรรมชาติ ราคาต่อรองกันได้ แต่ยืนยันได้ว่าเป็นมุกแท้ ไม่ใช่มุกเทียมแน่นอนค่ะ มันเบี้ยวนิดๆ เอียงหน่อยๆ ไม่กลมดิกอย่างกับปั๊มออกมาน่ะค่ะ
จบรายการท่องเที่ยวด้วยรถยนต์เท่ห์ เก๋ ได้อารมณ์สุนทรีกับบรรยากาศเก่าๆ ชาวเมืองระนองเรียกรถคอกหมูคันโก้นี้ว่า "รถไม้" ยังได้ชมการแสดงฟ้อนร่อนแร่จากเยาวชนท้องถิ่น น่ารักน่าชังซะไม่มี ถ้าจะไประนองนะคะ ป่านขอแนะนำเลยว่าควรไปพักค้างอย่างน้อย 2 คืนค่ะ ส่วนจะจัดรายการแยกแยะว่าไปท่องเที่ยวที่ไหนบ้างคงต้องปรึกษาบริษัทนำเที่ยวแล้วละค่ะ
อย่างไรก็ตาม แม้เมืองระนองจะมีฝนแปดแดดสี่ ก็ยังมีดีให้พักผ่อนหย่อนใจมากมายหลายสถานที่เชียวค่ะ เช่น ไปเมียนมาร์ ดำน้ำดูปะการัง ไปหาดสน ไปเกาะพยาม ไปหมู่เกาะสุรินทร์ หรือเดินเล่นในสถานีวิจัยป่าชายเลนระนอง เหนื่อยนักก็พักอาบน้ำแร่ค่ะ
ตลาดเก่าบ้านหาดส้มแป้น น่าพัฒนาเป็นถนนคนเดิน