อาจารย์....อาจารย์....วลีแห่งเกียรติยศจากขอทานในอินเดีย
โดยอึ้งเข่งสุง เรื่อง /ธงชัย เปาอินทร์-ภาพ
ทันทีที่รถจากสนามบินจอดส่งที่หน้าโรงแรมในเมืองพุทธคยา เหล่าขอทานบานเบิกทั้งลูกเล็กเด็กแดงกรูกันเข้ามาหา "อาจารย์...อาจารย์ อันเป็นวลีแห่งเกียรติยศจากขอทานในอินเดีย ประเทศเดียวที่ขอทานทุกคนเรียกขานนักท่องเที่ยวต่างถิ่นที่พานพบ พร้อมกับแบมือขอ บางคนถือขันพลาสติกดำเขรอะ ส่งสายตาวิงวอน ใบหน้าเศร้าจับใจ และก้าวตามกันเป็นโขยง
คำว่า อาจารย์ ในบ้านเรา หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถจนได้เป็นครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนศิษยานุศิษย์
แหม่มใจดี...ซื้อๆ วานิชหนุ่ม......ยิ้มเริงร่า
ก่อนอาหารค่ำมีการเสนอให้ทุกคนแลกเปลี่ยนเงินตรา ด้วยความอนุเคราะห์ ณ ล๊อบบี้โรงแรม เพื่อจะได้สะดวกซื้อและสะดวกทาน ผมแลกเพียง 1 พันบาท ก็ได้เงินรูปีติดกระเป๋า 1 พันรูปี หลังอาหารค่ำ ไม่มีที่ย่ำราตรีเฉกเช่นเมืองไทย ทุกคนเข้าที่ห้องใครห้องมัน แอร์เย็นดี ทีวีดูได้แต่ฟังไม่รู้เรื่อง จึงตัดสินใจปิดไฟฟ้าและทีวี
ค่ำคืนแห่งความสุขผ่านไปไวเหมือนโกหก ผมได้นอนหลับมากกว่าที่เคยนอน ตื่นแต่เช้ามืด แต่พระอาทิตย์ซี ยังไม่ยอมตื่น
พระสงฆ์..ในบวรพุทธศาสนา
ผมคว้ากล้องประจำกายคล้องคอ หวังในใจ อาจได้ภาพวิถีชีวิตชาวอินเดีย ยามรุ่งอรุโณทัย แต่พอผมโผล่หน้าไปนอกประตูโรงแรม สิ่งแรกที่ผมพบคือเด็กๆขอทานนั่งกันหน้าสลอน ด้วยกริยาอาการเช่นเดิม ยื่นมือขอ พร้อมเปล่งวลี อาจารย์ อาจารย์ ผมส่ายหน้าแสดงอาการปฏิเสธ จนเด็กๆถอยห่างออกไป บางคนพยายามเดินตาม แต่ด้วยความอดทน ผมไม่ยอมให้ทาน แม้สักคนเดียว คาถาที่ผมท่องจนคล่องปากคือ "โนมันนี่"ๆๆ
ด้วยว่า ผมปฏิบัติตามที่คุณน้ำฝนคนสวย ผู้จัดการภาคสนามประจำประเทศไทยของสายการบินเจทแอร์เวย์แนะนำ "ให้คนเดียวจะต้องให้เป็นโขยง"
คุณน้ำฝนคนใจดีมีน้ำใจ.จอมซื้อและแจก
ผมหลุดรอดออกไปเดินริมถนนหน้าโรงแรมได้ ไอหมอกยังฟุ้งกระจายบางๆ บ้านเรือนหลังเล็กๆ ไม่มีรูปทรงแน่นอน เป็นสไตล์ใครอยากสร้างอย่างไรก็สร้างได้อย่างใจหมาย วัสดุผสมผสานกันอย่างกับงานศิลป์ เลยไปอีกนิดเป็นทุ่งนากว้างใหญ่ไม่น้อย มีตึกรามบ้านช่องกระจายเป็นจุดๆ เป็นเมืองระดับ "ชนบท" ที่ยังคงวิถีชีวิตเรียบง่าย คนขี่สามล้อผ่านไปทางซ้าย แล้วก็มีรถยนต์รับจ้างเล็กๆ วิ่งผ่านไปทางขวา นานๆมีรถบรรทุกคันใหญ่ๆผ่านมาบ้าง
ใกล้รถ ก็ขอ ฤษี..........ริมแม่น้ำคงคา
ผมเดินไปได้ชั่วครู่ วิวทิวทัศน์ก็เหมือนๆกัน ผมตัดสินใจเดินกลับโรงแรม ทันทีที่ถึงประตูโรงแรม ผมต้องเผชิญหน้ากับขอทานน้อยๆ ที่ปนเปกันทั้งหญิงและชาย แต่คราวนี้เพิ่มแม่ลูกอีกคู่หนึ่ง ผมกลับขึ้นไปบนห้องแล้วเล่าให้พี่แดง คู่นอนที่เป็นสื่ออาวุโส ผมเล่าให้ฟังว่า เช้านี้ ผมได้เป็นอาจารย์อีกแล้ว พี่แดงหัวเราะ
ตา-ยายลากจูงกันมาขอ สายตา.....บ่งบอก
หลังอาหารเช้า หลายคนเดินออกไปชมบรรยากาศหน้าโรงแรมบ้าง ผมได้ยินเสียงเรียกขานดังเข้ามาถึงในโรงแรม "อาจารย์ ๆๆ" ผมตามไปสมทบเพื่อขึ้นรถยนต์ไปทำงานตามหน้าที่
คราวนี้ได้เห็นว่า มีอีกกลุ่มหนึ่งมิใช่ขอทาน หากแต่เป็นพ่อค้าวานิช บางคนจูงจักรยานสองล้อถีบมีตะกร้าใส่ผ้างามระยับผูกไว้กับตะแกรงท้าย เขาเสนอขายผ้าชิ้นงาม คนแล้วคนเล่า บางคนหยิบขึ้นมาดูแล้วดูอีกแล้วก็ไม่ซื้อ แม้ขายไม่ได้ เขาก็ไม่เคยแสดงอากัปกริยาหยาบคายใส่ลูกค้าเลยสักคน บางคนยังเด็กแต่งตัวดี กางเกงขายาว ใส่เสื้อแขนยาวสีขาวมอๆ ดูเป็นหนุ่มน้อย
วิถีแห่งฤาษี..ริมฝั่งพระแม่คงคา เธอ.......ตื๊อ........ขอ........น่ารักมะ
ระหว่างนั้นเอง พระสงฆ์สองรูปเดินมาด้วยสงบงามในจีวรเหลืองสดใส ใบหน้าเรียบนิ่ง ก้มต่ำนิดๆ มือสองข้างอุ้มบาตรเหมือนพระบ้านเรา เท้าเปล่าดำๆเปื้อนฝุ่น
ผมมองดูด้วยความเลื่อมใส ท่านยืนสงบนิ่งรอใครสักคนใส่บาตร แต่ผมก็ไม่รู้มาก่อนและไม่มีการเตรียมการ ผมตัดสินใจใส่บาทด้วยเงินรูปี องค์ละ 20 รูปี ท่านเปิดบาตรรับด้วยกริยาสำรวม และสวดให้พรแก่ผม นี่ถ้ารู้ว่าจะมีพระสงฆ์มาบิณฑบาตรแล้วละก้อ คงได้ตักรบาตรกันแต่เช้า
คู่ขอสะท้านแผ่นดิน
หลังเสร็จสิ้นภาระกิจยามเช้า คณะขึ้นรถยนต์ไปยังเป้าหมาย "พุทธคยา" อนุสรณ์สถานแห่งการรู้แจ้งขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า(ตรัสรู้) ณ สถานที่แห่งนี้ รถยนต์ได้จอดส่งระยะทางห่างประมาณ 1 กม. ทันทีที่จะลงจากรถยนต์กองทัพขอทานดาหน้าเข้ามาประชิดประตูทางลง และเมื่อก้าวแรกแห่งการเหยียบย่างก็ได้ยินคำเรียกขานว่า "อาจารย์" เพรียกไปทั่ว
จากนั้นสายธารแห่งความน่าเวทนาก็เกิด กึ่งสังเวช ด้วยว่าเหล่าวณิพกที่มีทุกระดับได้เดินประกบตามไปตลอดระยะทาง 1 กม.อย่างหนาแน่น "ด้วยทุกขเวทนาเช่นนี้สิหนอ พระองค์จึงรู้แจ้งเห็นจริงแห่งสัจธรรม" ผมถูกเด็กผิวดำคล้ำสองอนงค์ตามติดๆ "อาจารย์ ไอ แฮฟโนฟู๊ด"ๆๆ
เกือบวางมวย โกรธ...แย่งเนื้อจากปากเสือ
ระยะทางสั้นนั้นมีสีสันของความสวยงามมากมาย แต่เมื่อถึงประตูทางเข้าวัดมหาเจดีย์
เพื่อชมพุทธคยาเจดีย์ และชมต้นโพธิ์ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ผมเดินวนรอบพุทธคยาเจดีย์ ได้เห็นภาพพระนานาชาติเช่น พระลามะชาวทิเบตกราบไหว้ตามแบบฉบับ พระไทยนั่งทำสมาธิ หญิงชาวทิเบตหมอบกราบแล้วคืบคลานด้วยพลังศรัทธา
พุทธศาสนิกชนคนเดินทางเพียบ ไม่รู้ว่ามาจากไหน หลากหลายเชื้อชาติจากทั่วโลก
ลอยเรือขาย.ของฝาก ขายกระทงลอยน้ำคงคา
เมื่อออกจากประตูทางเข้าวัด สิ่งที่ผมต้องเผชิญคือขอทานและเสียงตะโกนขายสินค้า
เด็กหญิงตัวดำๆ นุ่งสาหรีกระดำกระด่าง ตามประกบอีกเช่นเคย ระหว่างเดินไปนั่นเอง ผมตัดใจให้ทานด้วยเงินเหรียญคนละ 10 บาท ผมสะดุ้งทันทีที่เด็กๆ อุทานว่า "น้อยจัง" นี่มันอะไรกันหรือ
ขอทานชาวอินเดียเหล่านี้ รู้คำนี้ได้อย่างไรหรือ
เสียงขลุ่ย.....แววดัง
ขณะที่เรียงกันขึ้นรถยนต์ทีละคน เสียงเรียกอาจารย์ ๆ ยังดังไม่ขาดเสียง ขึ้นไปบนรถยนต์แล้ว ก็ยังได้รู้เห็นว่า เขาช่างอดทน ยังเพียรพยายามที่จะยื่นมือขอ
ไม่ว่าจะไปที่ไหนๆ ในอินเดีย การหลบหลีกกองทัพขอทานนั้นยากยิ่งกว่า เข็นครกขึ้นภูเขา แม้เมื่อไปยังสถานที่ทรงโปรดปัญจะวรรคีทั้ง 5 ก็ต้องเผชิญกับขอทาน ดูช่างเป็นภาพที่เจนตา แม้ไม่ให้แต่ก็ใจอ่อนระเนนระนาดไปด้วยความสงสาร ผมนั่งน้ำตาคลอ แล้วกดชัตเตอร์ แช๊ะๆ
ละครลิง..ต้นตำรับ รอผู้ใจบุญที่จะโผล่มาให้ขอ