ตำนาน ปราสาทหิน วัดสระกำแพงใหญ่
วัดสระกำแพงใหญ่ และปราสาทหินวัดสระกำแพงใหญ่ ตั้งอยู่บ้านกำแพงใหญ่ เขตอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากสถานีรถไฟอุทุมพรพิสัยไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๑ กิโลเมตร
วัดสระกำแพงใหญ่
ก่อนหน้านี้วัดไม่ได้รวมอยู่กับปราสาทหินกำแพง และปราสาทนี้ไม่ใช่โบราณวัตถุของชาวพุทธศาสนาโดยตรง เป็นเทวสถานเนื่องในศาสนาฮินดู ในสมัยขอมเรืองอำนาจแผ่ครอบคลุมดินแดนอีสานใต้ ภายหลังพุทธศาสนารุ่งเรืองขึ้น จึงได้ย้ายวัดไปสร้างรวมกันไว้กับปราสาทหิน ปัจจุบันวัดสะกำแพงใหญ่ถูกสร้างล้อมรอบ ปราสาทหินอีกชั้นหนึ่ง
วิหารใหม่วัดสระกำแพงใหญ่
ปราสาทหินนี้สร้างด้วยศิลาแลง กำแพง ๒ ชั้น เป็นรูปสี่เหล่อมผืนผ้า ด้านกว้าง
๖๐ เมตร ด้านยาว ๘๖ เมตร ตรงกลางกว้างประมาณ ๒ เมตร มีประตูยื่นไปทางทิศตะวันออก ๓ แห่ง ตรงประตูกลางจะมีทางปูด้วยศิลาแลงทอดยาวสู่สระกำแพง ซึ่งเป็นสระน้ำขนาดใหญ่คู่กับคู่กับปราสาทหิน
ปราสาทขอม
กำแพงนี้สร้างด้วยฝีมือขอม และชั้นในมีรอยจารึกอักษรขอมโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างในพระเจ้าไชยวรมันที่ ๑ ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ในกำแพงหินนี้มีปราสาททั้งหมด ๕ หลัง แต่ละหลังเป็นมุขเรียงกันเป็นคู่ๆ คล้ายรูปเจดีย์หรือปรางค์โบราณ สำหรับบรรจุเทวรูป และมีอยู่ปรางค์หนึ่ง ที่แปลกกว่าปรางค์อื่นๆ คือมีรอยสลักเป็นลวดลายบนแผ่นหิน สวยงามมาก ปรางค์อยู่ทางทิศตะวันออก ๒ ปรางค์ องค์หนึ่งสลักรูปนารายณ์บรรทมสินธุบนแผ่นหินหน้าประตูซุ้ม อีกองค์แกะสลักเป็นรูปพระอิศวรทรงโค ที่หน้าประตูเช่นเดียวกัน
สลักลายพระนารายณ์บรรทมสินธ์
รอบปราสาทหินสระกำแพงใหญ่เป็นศาสนสถานของวัดสระกำแพงใหญ่ มีอาคารสิ่งปลูกสร้างทั้งโบสถ์ วิหาร กุฏิ ศาลา ล้วนอร่ามเรืองแสดงความศรัทธาของปวงชนจากทั้งใกล้และไกล ที่มุ่งมาเคารพบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือมาแต่โบราณจนปัจจุบัน
หลวงพ่อนาคปรก
ด้านทิศเหนือของปราสาทหินนั้นเป็นวิหารใหม่ สูงเด่นสง่างาม ในวิหารใหม่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์นาม “หลวงพ่อนาคปรก” ที่ประชาชนทั่วไปที่ได้ยินและบอกต่อกันมาถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน มีตำนาน กล่าวว่ามีอดีตเจ้าอาวาสของวัดนี้องค์หนึ่งได้ตั้งใจสวดมนต์ เจริญภาวนา รำลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่ภายในบริเวณปราสาทกำแพงหินอันปรักหักพังนั้น ท่านก็นิมิตปรากฏเห็นหลวงพ่อนาคปรก ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์ ปราสาทหลังกลาง เกิดอภินิหารอิทธิฤทธิ์มหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่
ร่องรอยอารยะธรรมขอม
โดยเปล่งปลั่งรังสี มีรัศมีเป็นแสงทองส่องสว่างรุ่งโรจน์ทั่วไปตามบริเวณกำแพง พอเช้าตรู่ท่านพร้อมด้วยสามเณรน้อยลูกศิษย์ ก็ถืออุปกรณ์รีบไปขุดที่จุดหมาย ตรงทิ่นิมิตเห็นนั้น แล้วใช้กำลังขุดไปอย่างแรง ขุดไปถูกตัวนาคก่อน เกิดเสียงดังลั่นผิดปกติ เลยเอามือจี้ลงไปดู ปรากฏว่าเห็นสะเก็ดลวดลายเหมือนตัวงู จึงพยายามขุดลงไปอีกด้วยความระมัดระวังมากขึ้น แล้วก็ได้พบหลวงพ่อนาคปรก ที่กลายเป็นพระหินศิลาแลงองค์นี้ และได้อัญเชิญมาประดิษฐานด้านบน ในบริเวณภายในกำแพง
ศิวลึงค์
ยังไม่หมดความอัศจรรย์อันศักดิ์สิทธิ์อีก วันหนึ่งมีเด็กนักเรียนคนหนึ่งได้เอาชอล์กไปขีดเขียนด้านหลังของหลวงพ่อนาคปรกนั้น พอตกเย็นเด็กคนนั้นก็เกิดอุบัติเหตุ มีสติบ้าๆ บอๆ พลั้งๆ เผลอๆ ละเมอไป ร้องไห้ร้องห่ม ทำให้คนรอบข้างเกิดความกลัว บิดามารดาและญาติพี่น้องต่างปรึกษาหารือ แล้วพากันไปหาหมอคนทรงร่างตรวจดู
เขาก็บอกว่าเด็กคนนี้ เมื่อตอนกลางวันได้เอาชอล์กไปขีดเขียนด้านหลังหลวงพ่อนาคปรก จึงแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มหัศจรรย์ให้ประชาชน ได้รู้เคารพสักการะ บิดามารดาก็รีบนำดอกไม้ธูปเทียนมาเคารพสักการบูชาขอขมาโทษแล้ว เด็กนั้นก็หายวันหายคืนจนเป็นปกติ นอกจากนี้ก็ยังมีปลัดอำเภอคนหนึ่งมาขอพร ขอให้สอบได้บรรจุตำแหน่งนายอำเภอ ผลที่สุดท่านก็สอบบรรจุได้ตำแหน่งนายอำเภอสมใจ
นอกจากนั้นก็มีประชาชนต่างหลั่งไหลมากราบไหว้บูชานำเอาดอกไม้ธูปเทียนเข้านมัสการบนบานศาลกล่าว ขอบารมีท่าน ปัดเป่า เมื่อได้รับทุกข์ร้อนทางใจ เคราะห์หามยามร้าย เจ็บไข้ได้ป่วย เศร้าโศก เสียใจ เป็นที่ทำต่อๆ กันมาจนถึงปัจจุบัน และได้มีการสร้างวิหารสูงเด่นองค์ปัจจุบัน พร้อมอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้อย่างสวยงามและสูงส่ง
บาตรบริจาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก
วัดสระกำแพงใหญ่มีชื่อเสียงในด้านความศักดิ์สิทธิ์ เสมอมา และอีกอย่างหนึ่งที่ประชาชนต่างนิยม เมื่อมาถึงวัดสระกำแพงใหญ่ก็ต้องเสี่ยงท้ายด้วยเซียมซีที่ตั้งอยู่ในวิหารใหม่ และมีความเชื่อว่าถ้าได้ใบเซียมซีที่ทำนายออกมาไม่ดี ก็จะนำใบเซียมซีนั้นม้วนหรือพับเป็นเส้นแล้วนำไปผูกไว้ที่ต้นไม้ เพื่อเป็นการแก้เคล็ด เพื่อให้ที่ร้ายกลับกลายเป็นดี เพื่อความสบายใจ
พร้อมกันนั้นก็ทำบุญโดยบริจาคเงินหยอดใส่บาตรพระใบโตที่วางอยู่ด้านข้างหน้าวิหาร ว่ากันว่าเป็นบาตรบริจาครูปแบบนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ
ใบเซียมซีที่ผูกไว้
ส่วนผู้ที่ได้ใบที่ทำนายดวงชะตาดีก็จะนำกลับบ้านหรือพกติดตัวเพื่อเป็นสิริมงคล สร้างขวัญ เสริมกำลังใจ ให้สู้ต่อไป
QQQQ