ไหว้หลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน ชมส้วมไฮเทค
โดย พอแพง เรื่อง-ภาพ เป็นเรื่องไม่แปลก หากเราจะรู้จักวัดสักวัดหนึ่งด้วยชื่อเสียง ความศักดิ์สิทธิ์ หรือประวัติ ความเป็นมาของศาสนสถาน โบราณวัตถุ หรือของพระสงฆ์สาวกผู้มีวัตรปฏิบัติเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาของปวงชน แต่คราวนี้มาแปลก กลับได้รู้จักวัดนี้ด้วยชื่อเสียงเลื่องลือเป็นข่าวดังในสื่อต่าง ๆ ว่ามีส้วมไฮเทคสร้างด้วยงบหลายล้านทีเดียว ได้ยินมานานและตั้งใจไว้ว่าจะมาชมให้ได้หากมีโอกาส วัดบางพลีใหญ่ใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการนั่นเอง ตั้งอยู่บนถนนเทพารักษ์ ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก หลวงพ่อโต
แล้วก็มีโอกาสจนได้ เมื่อต้องไปธุระที่ร.ร.สาธิตบางนา ขากลับจึงปรารภกับลุงโสแท็กซี่ใจดีประจำครอบครัวว่า “ลุงโส แวะวัดที่มีส้วมไฮเทคหน่อยได้ไหม” “ได้เลยครับ” แล้วลุงโสก็เลี้ยวรถปั๊บ ข้ามคลองไปเดี๋ยวใจก็มองเห็นเจดีย์สีขาวพราวฟ้า ที่กำลังก่อสร้างสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ริมคลอง เป็นช่วงที่วัดกำลังมีงาน เตรียมการรับเสด็จเจ้านายอยู่พอดี หมู่เต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้จึงตั้งอยู่เรียงราย ผู้คนขวักไขว่ ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่เตรียมการ และผู้มีจิตศรัทธามาวัด เข้าใจว่าส่วนหนึ่งคงตั้งใจมาชมส้วมไฮเทคด้วย
แต่...แท้ที่จริงแล้ววัดนี้มีสิ่งสำคัญมากกว่าอย่างประเมินค่าไม่ได้ ด้วยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญทางประวัติศาสตร์ นั่นคือหลวงพ่อโตพระประธานในโบสถ์ที่มีผู้คนเคารพนับถือ เดินทางมากราบไหว้บูชากันไม่ขาดสาย เลยโชคดีได้ไหว้พระศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง
หลวงพ่อโตองค์นี้เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ สมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย(สะดุ้งมาร)เป็นทองสำริดทั้งองค์ หน้าตักกว้าง ๓ ศอก ๑ คืบ ลืมพระเนตร
มีตำนานเล่าขานถึงความเป็นมาที่ปาฏิหาริย์พิสดารร่วมกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกสององค์ คือหลวงพ่อโสธร วัดโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา และหลวงพ่อบ้านแหลมวัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม
ตามตำนานเล่าไว้ว่า นานมาแล้วมีพระพุทธรูป ๓ องค์พี่น้องได้ปาฏิหาริย์ลอยน้ำมาจากทางเหนือ ตามลำน้ำเจ้าพระยา มาผุดโผล่ที่โน่นที่นี่ให้ผู้คนได้พบเห็น และ ต่างใช้ความพยายามจะ อัญเชิญ ฉุดดึงท่านขึ้นจากน้ำแต่ทำไม่ได้ ช่วยกันกี่คน ๆ ใช้เชือกเส้นโตมัดแล้วฉุดดึงแต่เชือกขาดไป พระท่านก็ดำน้ำหายไป
แต่ในที่สุดก็มาโผล่ ณ บริเวณท่าน้ำใกล้วัดที่ประดิษฐานท่านไว้ในปัจจุบันซึ่งอยู่คนละที่ คนละสายน้ำ
หลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ในนั้นปาฏิหาริย์วกเข้าในคลองสำโรง ผู้คนพยายามอาราธนาจะนำท่านขึ้นที่ปากคลองสำโรงแต่ทำไม่ได้ จึงได้ช่วยกันต่อแพผูกชะลอท่านมาพร้อมร่วมกันอธิษฐานว่าถ้าท่านจะขึ้น ณ ที่ใดก็ขอให้แพไปหยุด ณ ที่นั้นเถิด ระหว่างแพลอยน้ำไปนั้นผู้คนทั้งหลายก็แหนแห่ ทั้งในทางน้ำ และบนบก มีการรำถวาย มีละคร การละเล่นต่าง ๆ ตลอดสายน้ำ
แล้วท่านก็ทำปาฏิหาริย์แพมาถึง ท่าวัดพลับพลาชัยชนะสงคราม หรือวัดบางพลีใหญ่ใน แพก็หยุด ประชาชนถึงอาราธนาท่านขึ้นบนฝั่งได้สำเร็จ วัดนี้จึงได้ชื่อว่าวัดหลวงพ่อโตอีกชื่อหนึ่งแต่นั้นมา ต่อมามีการสร้างอุโบสถเพื่อประดิษฐานหลวงพ่อโต ปรากฏว่าสร้างเสร็จ หลวงพ่อกลับมีองค์ใหญ่โตกว่าประตู ถึงขนาดปรึกษากันจะทุบประตู เพราะนำท่านเข้าไม่ได้ แต่ครั้นได้พากันตั้งจิตอธิษฐานอัญเชิญท่านขอให้ผ่านเข้าไปได้โดยดี ปรากฏว่าปาฏิหาริย์สามารถนำท่านผ่านได้โดยไม่ต้องทุบประตู
ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเป็นที่รู้จักกันดีในย่านนี้ ผู้มีศรัทธามากราบไหว้วอนขอมักได้ตามประสงค์ จนเป็นที่เลื่องลือ และขยายออกไปทั่วในปัจจุบัน ดูได้จากจำนวนผู้คน และเครื่องบูชามากมายจนแทบหาช่องทางเข้าไปไม่ได้
กราบท่านแล้วเป็นปลื้มแทบลืมจุดประสงค์ที่มาแต่ทีแรก ดีแต่ว่าป้ายบอกทางไปส้วมไฮเทคตั้งเด่นให้เห็นอยู่ซ้ายมือของประตูทางเข้านั่นเอง จึงได้แวะเข้าไปชม
ที่ตั้งของส้วมไฮเทค เป็นห้องโถงสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่ในศาลาอีกทีหนึ่ง ติดกระจกติดแอร์ เย็นฉ่ำ ก้าวแรกที่ผ่านประตูเข้าไปก็มีเสียงทักทายจากนกน้อยในเรือนไม้เล็ก ๆ ประดับที่หน้าประตูนั่นเอง
นี่ไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาหรอก เพราะภายในห้องแบ่งเป็นสัดส่วน ตกแต่งด้วยสวนหย่อมที่มีไม้ดอกไม้ประดับสะพรั่งสะพราว หลายคนเข้ามาแล้วอดจะขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไม่ได้ แม้แต่ลุงโสโชว์เฟอร์ใจดีของเราก็ยังขอแอ๊คกับเขาด้วย
ลุงโส แท็กซี่ใจดี โทร.081-2850502
ผนังสองด้านของห้องสี่เหลี่ยมนี้คือส่วนที่จัดไว้เป็นส้วม ชาย หญิง คนละด้าน แค่เห็นภาพที่ประตูของแต่ละห้องก็ตะลึงในความงามวิจิตรของภาพบนบานประตูแต่ละบาน แล้วละ
งามขนาดไหนไปดูกันเองนะคะ
อ้ออย่าลืมหยอดตู้ทำบุญบำรุงด้วยล่ะ
พระนอนวัดบางพลีใหญ่ใน
ออกจากวัดหลวงพ่อโตแล้ว หากยังมีเวลาสักเล็กน้อย ขอแนะนำให้แวะไปไหว้พระนอนที่วัดบางพลีใหญ่กลางกันต่อ เพราะอยู่ใกล้กันนั่นเองเป็นที่ประดิษฐานสมเด็จพระศากยมุณีศรีสุเมธบพิตร เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่มาก ยาวถึง ๕๓ เมตร ประชาชนนิยมมาปิดทองเพื่อเป็นสิริมงคล
๐๐๐๐๐