มหัศจรรย์ "กัมพูชา"
เรื่อง-อึ้งเข่งสุง ภาพ-ธงชัย เปาอินทร์
ตอน1. โตนเลสาบ อู่ข้าวอู่น้ำ ฐานกำลังขอมในอดีต
วันหนึ่งพี่สาวคนหนึ่งในจำนวนพี่น้องกว่า1,000 คนของตระกูลผมโทร.มาหา ชักชวนว่าช่วงเข้าพรรษา 24-26 กค.53 นี้ มีพรรคพวกอุดมการณ์เดียวกันจัดทัวร์ไปท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา 7,900 บาท สนใจไหม ผมตรวจดูตารางชีวิตในใจแล้วตอบว่า "ไป" เท่านั้นเอง ผู้จัดการทริปทัวร์นี้โทรมาหาทันทีที่วางหูจากพี่สาว เสียงใสๆแจงรายละเอียดว่า Smot ของเธอร่วมกับบริษัท OSK Travel จัดทริปทัวร์ไปเที่ยว ปราสาทบันทายศรี ปราสาทตาพรหม ปราสาทนครธม ปราสาทนครวัด พนมกุเลน "1,000 ศิวะลึงค์" ใต้น้ำและ พักที่Empress Angor Hotel ระดับสี่ดาว
ผมฟังเสียงใสๆด้วยรอยยิ้ม นึกในใจ รายการนำเที่ยวแน่นเอี๊ยด ที่พักมีระดับ และร้านอาหารน่าพึงพอใจ ช่วยให้ผมตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แล้วก็รับปากว่าจะไปและนัดแนะการรับเงินและพาสปอร์ตโดยไม่ได้ขอตรวจสอบบริษัทที่ร่วมดำเนินการแต่อย่างใด ด้วยว่าเชื่อมั่นในคนร่วมอุดมการณ์เดียวกันคงไม่โกหกกัน แต่ยังไม่ถึงวันเดินทางคุณเธอก็โทรศัพท์มาหาแล้วมาหาอีก ไม่ได้เตะตาต้องใจชายชราอายุ 62 ปีหรอก เธอโทรมาเพื่อขอให้ชวนเพื่อนๆเพิ่มอีกสักหน่อย หน่อยหนึ่งน่ะ
ผมออกปากชวนเพื่อนรักสองคน แต่ได้ไปทั้งหมดรวมทั้งผมด้วยเป็น 5 คน บวกพี่สาวและเพื่อนรวมเป็น 7 คนพอดี เสียงโทรศัพท์เงียบไปจนถึงวันเดินทาง
เรือท่องเที่ยว เรือนแพชาวเวียตนาม
รถยนต์ปรับอากาศสองชั้น 35 ที่นั่งกำลังดี บึ่งไปชายแดนด่านโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว แต่ระหว่างทางนี้เอง ผู้จัดการทริปทัวร์ได้แนะนำมัคคุเทศน์ชื่อ โอภาส จริยพฤติ เจ้าของบริษัทท่องเที่ยวร่วมจัด แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามรายการ แวะรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมเมอร์เมดอรัญ อิ่มท้องแล้วก็เข้าสู่กระบวนการผ่านแดนอย่างเรียบร้อย แต่ถ้าต้องเดินทางโดยตนเองแล้ว น่าจะยุ่งยากไม่น้อย อาจเกิดปัญหาได้อย่างคาดไม่ถึง
ผมขอแนะนำว่า ในการไปท่องเที่ยวประเทศกัมพูชานั้นควรไปกับบริษัทนำเที่ยวเจ้าที่มีความเชี่ยวชาญและเชื่อถือได้เป็นดีที่สุด
นักท่องเที่ยวฝรั่ง เรือชาวน้ำ
เมื่อผ่านแดนเรียบร้อย รถปรับอากาศขนาด 20 ที่นั่ง 2 คันรับอาสาพาไปจนถึง "เสียมเรียบ" ซึ่งคนไทยชอบเรียกกันจนติดปากว่า "เสียมราฐ" เสียมเรียบเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศกัมพูชา อยูห่างจากชายแดนไทยตรงปอยเป็ตระยะทาง 156 กม. ถนนหนทางลาดยางเรียบสนิท ว่ากันว่า ถ้าเป็นในอดีตก่อนการทำทางเสร็จ ใช้เวลาเดินทางกว่า 8 ชม.แต่วันนี้ใช้เวลาเดินทางเพียง 3 ชม.เศษๆเท่านั้น บ่าย 02.15 น.ถึงโรงแรมเอ็มเพรส อังกอร์ เข้าที่พักแล้วเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน อิ่มท้องแล้วก็ถีงเวลาไปท่องทะเลสาบน้ำจืด "โตนเลสาบ"ตามกำหนดการ
เรือท่องเที่ยวและเรือสินค้า
ท่าเรือเป็นท่าที่ตั้งอยู่เชิงเขาลูกหนึ่ง มีบ้านผู้คนอยู่ริมฝั่งมากมาย ส่วนใหญ่เป็นกระต็อบเล็กๆ ในน้ำมีเรือท่องเที่ยวมากเหมือนกัน นับจำนวนไม่ถูกแต่ละลานตาไปทั้งสองฝั่งคลอง น้ำสีขุ่นข้นออกสีน้ำตาลเหลืองๆ เรือที่ใช้ล่องมีที่นั่งเป็นระเบียบเรียบร้อย กลางลำเรือเป็นเครื่องยนต์ บนหลังคาสามารถปีนขึ้นไปนั่งชมวิวและถ่ายรูปได้อย่างดี ท้องฟ้าโปร่งๆอยู่ชั่วเวลาหนึ่งเริ่มมีเมฆหนาตาขึ้นจนฟ้าลั๊ว ระหว่างที่เรือแล่นไปออกท้องทะเลสาบมีเรือท่องเที่ยววิ่งสวนไปมา
เมฆฝนกำลังตั้งเค้า
แต่ที่น่าสนใจ มีเรือเล็กๆติดเครื่องแล่นตามมาติดๆ เมื่อเรือเทียบชิดได้ ไม่น่าเชื่อว่าเธอเด็กหญิงตัวเล็กๆ หิ้วตะกร้าใส่สิ่งของมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งเธอเหนี่ยวกรงเรือกระโดดแผลวเดียวก็ขึ้นมาเดินป๋อแล้ว เรือของพ่อเธอวิ่งตามมาติดๆ เธอเดินนำเสนอสินค้าจำพวกเครื่องดื่มในตะกร้าเสร็จสิ้น ก็เดินมาที่เดิมทางท้ายเรือ พ่อของเธอเร่งความเร็วเรือจนเทียบเรือท่องเที่ยว เธอกระโดดกลับอย่างปลอดภัย ละอองฝนเริ่มโปรยปรายเบาๆ แต่ชีวิตของเธอและเพื่อนร่วมท้องน้ำต้องสู้ต่อไป
ครึ้มฟ้าครึ้มฝนงดงาม
เรือท่องเที่ยวยังมุ่งหน้าไปท้องทะเลน้ำจืดอันกว้างใหญ่ ใหญ่ไม่ใหญ่ก็ลองนึกภาพดูเถอะว่า ทะเลสาบแห่งนี้มีพื้นผิวน้ำเมื่อยามแล้ง 2,700 ตร.กม. ความลึกเฉลี่ย 2 เมตร แต่ถ้าเป็นฤดูมรสุมน้ำหลากเต็มที่ พื้นที่กว้างถึง 16,000 ตร.กม. ความลึกเฉลี่ย 10 เมตร เฉลี่ยแต่ละปีมีน้ำ 6,266.2 ล้าน ลบ.ม. ในทะเลสาบ ส่วนทรัพยากรในบึงนี้ มีปลาน้ำจืดมากกว่า 300 ชนิด แต่มีปลาตัวสำคัญๆ หายากและมีวงจรชีวิตที่ผูกพันกับโตนเลสาบ อยู่ 2 ชนิดคือ
บ้านและเรืออยู่อาศัยกลางโตนเลสาบ
ปลาบึก(Giant Cat Fish) อันเป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปลาชนิดนี้จะว่ายน้ำมาตามฤดูมรสุม(ฝน)เพื่อมาวางไข่ในโตนเลสาบ และเมื่อเติบโตพอที่จะเผชิญโลกได้ ลูกปลาบึกก็จะว่ายทวนน้ำไปสู่แม่น้ำโขง มุ่งสู่ช่วงประเทศลาว ไทย และจีน ครั้นครบรอบวงจรชีวิตก็ว่ายกลับลงมาวางไข่ในโตนเลสาบอีกคำรบหนึ่ง นักวิชาการประมงของไทย ได้ทำการทดลองผสมเทียมปลาบึกจนสามารถเพิ่มปริมาณปลาบึกในแม่น้ำโขงและแหล่งน้ำทั่วไปได้เป็นรายแรกของโลก เฮ!!
ชีวิตที่แตกต่าง ชวนสนใจ
ส่วนปลา เตรเรียล(Trey Riel) มีวงจรชีวิตที่ตรงข้ามกับปลาบึกกล่าวคือ เมื่อใกล้วัยเจริญพันธุ์มันจะว่ายน้ำจากโตนเลสาบไปยังต้นแม่น้ำโขงเป็นระยะทางถึง 1,000 กม. เพื่อวางไข่ในช่วงฤดูแล้ง เมื่อลูกปลาเตรเรียลแข็งแรงพอก็จะว่ายน้ำกลับมายังโตนเลสาบในฤดูน้ำหลาก หากินจนเติบโต ครั้นถึงเวลาผสมพันธุ์ก็ว่ายทวนน้ำโขงขึ้นไปวางไข่อีกคำรบหนึ่ง ปลาสองชนิดนี้ แตกต่างอย่างตรงกันข้าม ช่างน่าขำ
วิถีชีวิตที่ต้องพึ่งพาเรือและแพสัญจร
ในโตนเลสาบยังมีพืชน้ำที่อาศัยอยู่มากกว่า 200 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 46 สายพันธุ์ สัตว์ปีก(นก)กว่า 225 สายพันธุ์ ไบรอัน สจวร์ต บันทึกไว้เมื่อปี 1999-2000 ว่ามีประชากรงูน้ำถูกจับไปขายเป็นอาหารถึง 8,500 ตัว/วัน ประชากรที่อยู่อาศัยในทะเลสาบนี้มีจำนวนประมาณ 1.2 ล้านคน กลุ่มหนึ่งเป็นชาวกัมพูชาพื้นบ้าน อีกส่วนหนึ่งเป็นชาวเวียตนามที่เข้ามาช่วงปีพ.ศ.2522 ระหว่างสงคราม แล้วไม่ยอมกลับ แต่กลับตั้งถิ่นฐานอยู่ในทะเลสาบ ด้วยว่าอาหารการกินอุดมสมบูรณ์นั่นเอง ชาวเวียตนามจะปลูกเรือนแพที่สำแดงความเป็นเวียตนามด้วยจั่วเป็นรูปแสงอาทิตย์ แต่บางคนก็อยู่ในเรือเช่นเดียวกับชาวกัมพูชา อาชีพส่วนใหญ่ทำการประมง
แปลกนะ ทำไมชอบอยู่กลางน้ำเวิ้งว้าง
เรือท่องเที่ยวของเราแล่นออกไปสู่ท้องทะเลน้ำจืดอันกว้างใหญ่ มันช่างดูเวิ้งว้างเสียนี่กระไร แต่สุดขอบฟ้าสีฟ้าอมเทามีเรือและแพของชาวน้ำจอดอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบนัก เมฆฝนกำลังรั่วทะลุลงมาเป็นบางจุด มองเห็นรำไรว่ากำลังกลบกลืนเรือนแพอยู่ทั่วไป แต่อีกบางกลุ่มบ้านและเรือฝนยังก้าวไปไม่ถึง มีเรือสัญจรขวักไขว่ วิ่งสวนกันไปบ้าง ตามกันไปบ้าง แต่ทุกลำมีผู้คนอาศัยอยู่และอาศัยโดยสาร ข้างๆเรือท่องเที่ยวของเรามีเรือเล็กๆวิ่งประกบทั้งกาบซ้ายและกาบขวา
เด็กกับงูเหลือม เด็กกับลูกจรเข้
เรือลำหนึ่งมีผู้พ่อขับเรือ เด็กชายคนหนึ่งเปลื่อยล่อนจ้อน ไอ้จู๋หดเหลือกระจิดริดด้วยอาการหนาวสั่น แต่บนคอของเขาคล้องด้วยงูเหลือมลายพร้อย เป็นการแสดงสดเพื่อขอเพียงให้นักท่องเที่ยวพอใจแล้วให้ทิปเป็นเงินสกุลต่างๆ อีกกาบหนึ่งเป็นเด็กชายสองคน เด็กหญิงหนึ่งคน เด็กชายคนหนึ่งขับเรือ อีกคนหนึ่งจับลูกจรเข้ชูแล้วเขย่าอยู่บนไหล่ นักท่องเที่ยวส่งเงินให้ เด็กหญิงเป็นคนรับไว้หล่อนบรรจงจูบซับด้วยความดีใจ เป็นอีกภาพชีวิตหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องจากการท่องเที่ยวโดยแท้ ไม่เชื่อเชิญไปชมดูได้เลย
จากละอองฝนที่โปรยปรายบางเบา กลายเป็นฝนเม็ดโต เริ่มประพรมลงมาหนาเม็ดมากขึ้น มากจนผมทนไม่ไหว "กลัวกล้องดิจิตอลพัง" ผมรีบเก็บกล้องลงถุงพลาสติกที่เตรียมไว้ก่อนแล้ว หลังจากนั้นผมหลบฝนลงไปยังห้องโดยสาร เนื้อตัวเสื้อผ้าเปียกมะล้อกมะแล็กเหมือนลูกหมาตกน้ำ เพื่อนๆในเรือดูช่างเมตตา ถามและพูดด้วยความห่วงใย มีแต่เพื่อนรักของผมสองคนที่ขำกลิ้ง ผมตัดสินใจหยิบกล้องถ่ายใต้น้ำตัวเล็กๆออกมาใช้ เดินลุยฝนออกไปด้านหัวเรือ แล้วยื่นกล้องถ่ายภาพขณะฝนตก ได้ภาพที่สวยเนียนไม่เลว
ภาพชีวิตชาวน้ำ นักท่องเที่ยวขึ้นบนหลังคาเรือเพื่อชม
กลับเข้ามาแล้วก็ได้ฟังเรื่องเล่าจากไกด์ประจำทัวร์ ได้ความรู้ก็โน๊ตใส่สมุดพกพา สายตาสอดส่ายไปนอกเรือเป็นครั้งคราว ได้เห็นภาพต่างๆที่งดงามจับใจ และได้ฟังเรื่องเล่าจุใจ ได้ความว่า ต้นแม่น้ำโขงอยู่ในทิเบตยาวตลอดสาย 4,880 กม. มีน้ำที่ละลายจากหิมะและธารน้ำแข็งตลอดเวลา แม่น้ำโขงไหลผ่านประเทศกัมพูชาเป็นระยะทางถึง 500 กม. องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศให้โตนเลสาบเป็นเขต Biosphere Reserve (เขตสงวนชีวะมณฑล) เมื่อปีพ.ศ.2540 เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทุกชนิดในโตนเลสาบเอาไว้อย่างยั่งยืน
มนุษย์ พืช สัตว์ สิ่งแวดล้อม น้ำ และดิน สมดุล
เมฆดำทะมึนทึน แต่ก็สวยดี
เรือแล่นกลับสู่ท่าเรือ แต่เป็นอีกท่าหนึ่งที่ขึ้นลงสะดวกกว่า การปรับเปลี่ยนเป็นไปด้วยกลไกของการจัดการนำเที่ยวอย่างมีไหวพริบ และเชี่ยวชาญ มิเช่นนั้นถ้าต้องกลับขึ้นที่ท่าเทียบเรือเดิมก็ต้องปีนป่ายกันอย่างทุลักทุเลน่าดู น่าเสียดายที่ฝนรั่วลงมาจนต้องรีบกลับ จึงไม่มีภาพพระอาทิตย์ตกทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ได้บรรยากาศกลางคืนท่ามกลางโตนเลสาบ หรือถ้าเป็นคืนเดือนหงาย จะงามสักเพียงไหนกันหรือ
ในโตนเลสาบมีหลายหมู่บ้าน
โตนเลสาบจึงน่าจะเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศกัมพูชามาแต่ครั้งอดีตกาล นี่เองละกระมังที่ทำให้ชนชาติกัมพูชาเข้มแข็ง และกล้าแกร่ง จนแทบว่า ครั้งหนึ่งนานแสนนานเขามีฐานะเป็นผู้ครองโลกฝั่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ย่อมทำให้ประชากรอิ่มเอมและมีพละกำลัง เมื่อต้องรบทัพจับศึกจึงพร้อมที่จะลุย ขอมในอดีตจึงสามารถขยายดินแดนออกไปได้อย่างกว้างขวาง และสามารถสร้างทรัพยากรสำคัญเยี่ยงปราสาทราชวังได้อย่างมั่นคงมานับพันๆปี
ลมฝน พริ้วน้ำ และหญ้าน้ำเขียวขจี
แต่โตนเลสาบในวันนี้ มิใช่เพียงเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ หรือเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรมสำคัญ(พื้นที่โดยรอบปลูกข้าวแบบนาอาศัยน้ำฝน 86%ของทั้งประเทศ นอกนั้นปลูกยางพาราและพริกไทย) เป็นแหล่งอารยะธรรม(มีการค้นพบเครื่องราชกุธภัณฑ์ พระขรรค์ชัยศรี) ที่สำคัญอันก่อให้เกิดวิถีชีวิตชาวน้ำได้อย่างกลมกลืน หากแต่วันนี้โตนเลสาบได้กลายเป็นทรัพยากรท่องเที่ยวที่สำคัญอีกประการหนึ่ง เป็นแหล่งอาหารรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเยี่ยมยอด และวันหนึ่งอาจจะเกิดโฮมสเตย์กลางโตนเลสาบก็อาจจะเป็นได้ ใครจะรู้ มีเมื่อไร อยากไปจังฮู้
โตนเลสาบ...แปรผันทุกนาที
คุณพี่นักท่องเที่ยวอายุ 72 ปีกับหลานอั้ม 6 ขวบ
เพื่อนรักของผม ผอ.ไกรลาศ พี่สาวคนหนึ่งในกว่าพันคนของผม
คุณยายทิพย์และนีออนขวัญใจเสื้อแดง..เอ้ย..นักท่องเที่ยวทริปนี้จากนอร์เวย์
เพื่อนร่วมเที่ยวของเรา
smot - www.smotthailand.com E-mail:smotthailand@gmail.com Tel.083-2983182
OSK Travel- www.oskangor.com E-mail:opas109@yahoo.com Tel.02-8915014-5