ไหว้พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร
วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ
เรื่อง"พอแพง” ภาพ-ธงชัย เปาอินทร์
ลงรถไฟที่หัวลำโพง สะพายกระเป๋าเดินข้ามถนนไปฝั่งตะวันตก แป๊บเดียวเหลียวมองตึกรามท่ามกลางความจอแจของการจราจร สภาพปกติของกทม. พลันสายตาก็แลไปกระทบยอดมหามณฑปสูงเด่นพร่างพราวอยู่ตรงหน้า
มณฑปวัดไตรมิตรวิทยาราม
ณ ที่นั่นคือที่ตั้งวัดไตรมิตรวิทยาราม มหามณฑปสวยเด่นเป็นสง่านั้นคือ มหามณฑป เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ที่ประดิษฐาน พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อทองคำ) พระพุทธรูปองค์แรกของไทยที่ได้รับการบันทึกไว้ใน The Guinness Book เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๙๑ ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีหน้าตักกว้าง ๖ ศอก ๕ นิ้ว สูงจากฐานถึงพระเกศมาลา ๗ ศอก ๑ คืบ ๙ นิ้ว น้ำหนัก ๕.๕ ตัน
หลวงพ่อทองคำ
วัดไตรมิตรวิทยาราม แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร เดิมชื่อ วัดสามจีน เป็นวัดโบราณสร้างสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน ครั้งหนึ่งเมื่อบริเวณที่ตั้งวัดกลายเป็นชุมชนใหญ่มีโรงฆ่าสุกรอยู่ใกล้ๆวัด สภาพห้องแถวในวัดทรุดโทรม ทั้งพื้นที่เป็นที่ลุ่มเฉอะแฉะ ส่งกลิ่นเหม็น ทำให้สิ่งแวดล้อม ไม่น่าอยู่
ในปี พ.ศ.๒๔๗๗ นาวาโทหลวงศุภชลาศัย ร.น. อธิบดีกรมพละศึกษาสมัยนั้นได้เป็นประธานคณะกรรมการปรับปรุง ฟื้นฟูสภาพพื้นที่วัดสามจีนเสียใหม่ มีการรื้อห้องแถว และอาคารที่ทรุดโทรมอื่น ๆ แล้วสร้างใหม่ ทั้งกุฏิ วิหาร พระอุโบสถ อาคารเรียน ซึ่งใช้เวลาต่อเนื่องหลายปีกว่าจะแล้วเสร็จกลายเป็นวัดสวยงาม มีมหามณฑปเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร พระพุทธรูปล้ำค่าดังกล่าว
ภาพวาดแสดงการชะลอพระทองคำ
พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือหลวงพ่อทองคำนี้ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย เดิมมีปูนพอกไว้ให้ใครๆเห็นแต่ภายนอกว่าเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง เคยประดิษฐานอยู่ที่วัดพระยาไกร เช่นเดียวกับหลวงพ่อสัมฤทธิ์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่วัดไผ่เงินโชตนาราม
การชะลอพระทองคำด้วยรถยนต์
เล่ากันว่าในช่วงรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯให้มีการชะลอพระพุทธรูปจากหัวเมืองมาประดิษฐาน ณ กรุงเทพมหานคร หลวงพ่อทองคำที่มีปูนพอก ได้ไปอยู่หลายวัด สุดท้ายอยู่ที่วัดพระยาไกร
ต่อมาวัดพระยาไกรกลายเป็นวัดร้าง พ.ศ. ๒๔๗๔ ทางบริษัท อีสเอเชียติก จำกัด ได้เช่าที่วัดร้างนี้สร้างโรงเลื่อยขนาดใหญ่ ซึ่งบริษัทดำเนินการเกี่ยวกับสัมปทานป่าไม้อยู่ จึงได้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ทรุดโทรม อาคารสิ่งปลูกสร้างเก่าได้รื้อไปที่วัดไผ่เงิน พร้อมกับอัญเชิญ หลวงพ่อสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสุโขทัยที่สร้างด้วยทองสำริด ส่วนพระพุทธรูปปูนปั้นได้อัญเชิญมาวัดสามจีนซึ่งกำลังทำการบูรณะยังไม่เสร็จจึงประดิษฐานไว้ข้างเจดีย์
แบบจำลองการหล่อพระ
ต่อเมื่อสร้างวิหารเสร็จจึงทำการอัญเชิญขึ้นสู่วิหาร และนั่นเองปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เพราะเชือกที่รัดองค์พระขาดลง ทำให้องค์พระกระแทกลงพื้นอย่างแรง เนื้อปูนจึงแตกปริเป็นรอยให้เห็นเนื้อทองคำอยู่ข้างใน ครั้นกะเทาะปูนและล้างรักออกจึงเห็นเป็นทองทั้งองค์สุกปลั่งงดงามยิ่ง และที่ฐานยังพบกุญแจสำหรับไของค์พระแยกออกได้เป็นส่วน ๆ รวม ๙ ส่วนให้สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกอีกด้วย
พิมพ์หล่อ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันได้พระราชทานนามพระพุทธรูปว่า “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” มีผู้ศรัทธาหลั่งไหลมากราบไหว้จนวิหารดูจะคับแคบลงไปทุกวันต้องสร้างมหามณฑปขึ้นใหม่ให้เหมาะสม ควรค่านั่นคือมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา สร้างในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๔๙ และทรงเจริญพระชันษาครบ ๘๐ พรรษา ในปี๒๕๕๐ เป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ส่วนยอดเป็นทรงจัตุรมุขเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ซึ่งมีผู้ศรัทธาเลื่อมใสทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมากราบไหว้ไม่ขาดสาย
ส่วนชั้นสองเป็นศูนย์ศึกษาเยาวราช หรือพิพิธภัณฑ์ชาวจีนโดยเฉพาะชุมชนย่านเยาวราช ที่ได้ชื่อว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดแสดงเรื่องราวการเดินทางมาอยู่เมืองไทย การต่อสู้ชีวิต การทำมาหากินตั้งแต่ยุคแรก ๆ จนถึงปัจจุบัน จากผู้อพยพต่างชาติที่มีความขยัน อดทน สามัคคีจนกลายเป็นคหบดี ผู้ช่วยสร้างสรรค์ประเทศชาติที่สำคัญ ๆ และรู้จักกันทั้งประเทศหลายท่าน หลายอาชีพการงาน
ไปไหว้พระเป็นสิริมงคลแล้วอย่าลืมแวะเข้าไปศึกษาหาความรู้ในส่วนพิพิธภัณฑ์จะได้ทั้งกุศล และความรู้ทางประวัติศาสตร์ และข้อคิดในการดำเนินชีวิตด้วยนะคะ
๐๐๐๐