http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,649,672
Page Views17,007,230
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

เกาะเกร็ด :มนต์เสน่ห์ไม่มีวันจาง โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

เกาะเกร็ด :มนต์เสน่ห์ไม่มีวันจาง  โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

                                               เกาะเกร็ด :มนต์เสน่ห์ไม่มีวันจาง 

                                                                                                       โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

                    ต้นเหตุที่เกิดเกาะเกร็ดคือพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ หรือพระสรรเพชญ์ที่ 9 พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 31 แห่งกรุงศรีอยุธยา  พระองค์ทรงเป็นโอรสองค์โตของพระเจ้าเสือ หรือพระสรรเพชญ์ที่ 8 มีพระนามเดิมว่าเจ้าฟ้าเพชร  มีพระอนุชาชื่อเจ้าฟ้าพร (พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) ทรงพระนามาภิไธยเต็มๆว่า สมเด็จพระภูมินทรมหาราชาท้ายสระ  ราชวงศ์บ้านพลูหลวง ทรงขึ้นครองราชระหว่างปีพ.ศ.2251-2275 รวมเวลา 24 ปี  พระอัครมเหสีมีนามเดิมว่าเจ้าฟ้าทองสุก (กรมหลวงราชานุรักษ์) พระองค์ทรงมีพระสมัญญานามว่า พระเจ้าทรงปลา ด้วยว่าทรงโปรดรับประทานปลาตะเพียนมากเป็นพิเศษ

                                   

                                                                พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ                                                            

               พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระทรงโปรดเสวยปลาตะเพียนมากจนตราพระราชกำหนด ห้ามราษฎรจับหรือรับประทานปลาตะเพียน หากมันผู้ใดขัดขืนฝ่าฝืนมีบทลงโทษปรับเป็นเงินถึง 20 บาท หรือ 5 ตำลึง  แต่พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระนี้เป็นผู้ทรงปราดเปรื่องเรื่องการค้าขายกับชาวต่างชาตินัก พระองค์ทรงแต่งราชฑูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้ากรุงจีนถึง 4 ครั้ง แต่งเรือสำเภาออกไปค้าขายกับชาวมะริด จนถึงแอฟริกาตอนเหนือ

                   

                                                  เกาะเกร็ด เกาะพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระทรงสร้าง

               ด้วยเหตุผลในการแต่งสำเภาไปค้าขาย จึงได้พบว่าแม่น้ำเจ้าพระยานั้นคดเคี้ยวหลายแห่ง ทำให้การเดินเรือสำเภาชักช้าและเกิดเหตุขัดข้อง ด้วยเหตุดังกล่าว พระองค์จึงทรงให้ระดมไพร่ทาสถึง 10,000 คน ไปขุดคลองลัดหลายแห่ง เพื่อให้การเดินเรือสำเภาออกไปค้าขายได้สะดวกยิ่งขึ้น เช่นขุดคลองมหาไชยเรียบร้อยแล้ว จึงได้ให้ขุดคลองลัดบ้านบางบัวทอง กว้าง 3 วา ลึก 6 ศอก ระยะทางยาวถึงกว่า 29 เส้น(1 เส้น 80 เมตรหรือ 40 วา) เรียกชื่อคลองนี้ว่า "คลองลัดเกร็ดน้อย" แล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ.2265 แต่ด้วยกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางแรงขึ้น คลองลัดเกร็ดจึงกว้างและลึก พื้นที่ดินตรงบ้านแหลมจึงกลายเป็นเกาะเกร็ดตราบเท่าทุกวันนี้

                                                       เตาเผาแบบหลังเต่า

               เกาะเกร็ด(บ้านแหลม) มีพื้นที่ 2,498 ไร่ ประชากร 5,781 คน เชื้อสายไทย 50% (ม.2-3-4-5)เชื้อสายมอญ 42%(ม.1-6-7 และม.5 บางส่วน) และเชื้อสายอิสลาม 8%ชุมชนตามชายน้ำ หมู่บ้าน 7 หมู่ ได้แก่ บ้านมอญ บ้านศาลากุล บ้านคลองศาลากุล  บ้านคลองสระน้ำอ้อย  บ้านท่าน้ำ บ้านเสาธงทอง บ้านโอ่งอ่าง วัดสำคัญมีหลายวัดเช่นวัดปรมัยยิกาวาส วัดฉิมพลี วัดศาลากุล วัดป่าเลไลย์ วัดไผ่ล้อม และวัดเสาธงทอง 

                    

                                     ริมถนนแคบในเส้นทางจากสะพานพระราม 4 ไปวัดสนามเหนือ

               ทีนี้ก็จะเล่าว่า ประชากรไทย,มอญและอิสลามที่อยู่ร่วมกันมาอย่างผาสุกในเกาะเกร็ดนั้น ชาวมอญเป็นผู้อพยพมาตั้งแต่ครั้งพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรี  และพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยต้นเหตุเกิดแต่ พระเจ้ามังระ พระเจ้ากรุงหงสาวดีทรงกริ่งเกรงว่า พระเจ้าตากสินสามารถกอบกู้แผ่นดินคืนได้ก็เกรงว่าจะกล้าแกร่งมากขึ้น จึงทรงบัญชาให้ ปะกันหวุ่น เจ้าเมืองเมาะตะมะ  นำทัพพม่า 500 คน เกณฑ์ชาวรามัญ(มอญ)อีก 3,000 คน

                           

                                                               เจดีย์มุเตาจำลองมาจากเมืองหงสาวดี

                   โดยให้ แพกิจจา เป็นนายทัพคุมทหารเพื่อเข้ามาจัดหาเสบียงและเบิกทางให้ทัพใหญ่ที่จะยกมาตีกรุงธนบุรีอีกครั้ง โดยผ่านเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ส่วนปะกันหวุ่นนั้นอยู่ที่เมาะตะมะ  แต่ในการเกณฑ์ผู้คนและเสบียงของปะกันหวุ่นและแพกิจจาสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับชาวมอญมาก แม้ว่าจะตั้งให้ชาวมอญ ได้แก่พระยาเจ่ง เป็นผู้นำในการเกณฑ์

              ในที่สุดพระยาเจ่งและพวกมอญทั้ง 3,000 คน ได้ฆ่าพม่า 500 ตายสิ้น แล้วยกทัพ 3,000 คนเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระเจ้าตากสิน จึงทรงโปรดให้มอญเหล่านั้นมาอยู่ที่นนทบุรีและสามโคก ปทุมธานี 

                         

                                                                  พระประธานในโบสก์วัดปรมัยฯ                                       

               มอญเกาะเกร็ดคือเชื้อสายชาวมอญพระยาเจ่ง ครั้งที่สองอพยพมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินธ์ ภายใต้ร่มเศวตฉัตรมวลชนชาวรามัญ ไทย และอิสลามอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขสืบมา

              วันนี้ เกาะเกร็ดกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรมประเพณีหลากสีสัน หลากวิถีชีวิต หลากความเชื่อที่ชวนให้ศึกษาหาความรอบรู้ เป็นเกาะมหัศจรรย์ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมากที่สุด เป็นเกาะที่ถ้าได้เดินท่อมๆท่องเที่ยวไปไม่มีเดียวดาย

                                                             ภาพทรายมีขายกลางเกาะเกร็ด

              ผมนั่งรถแท็กซี่ไปลงที่ใต้สะพานพระรามสี่ อันเป็นสะพานใหม่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นสะพานที่เชื่อมต่อมาจาก 5 แยกปากเกร็ด ที่เคยตีบตัน ถ้าจะข้ามฟากตรงข้ามต้องลงเรือ  แต่วันนี้มีสะพานทอดยาวสะดวกยิ่ง  เสน่ห์ที่เพิ่มขึ้นคือ ใต้สะพานพระรามสี่ ได้กลายเป็นลานนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือชั้นดี ลมพัดเย็นสบายด้วย ผมนั่งบนเสื่อกกกินก๋วยเตี๋ยวไปสองชาม อิ่มแปร้ นั่งผึ่งพุงดูหนุ่มๆตกปลาอยู่ที่ท่าน้ำ พอคลายท้องก็ตัดใจลุกเดินไปตามถนนแคบๆในตลาดปากเกร็ด มีเรื่องราวน่าสนใจให้ชมตลอดทาง จนไปทะลุวัดสนามเหนือ  จึงลงเรือข้ามฟากไปเกาะเกร็ด 

                  ก๋วยเตี๋ยวเรือใต้สะพานพระราม 4                                      ในเส้นทางเดินตลาดปากเกร็ด

              ขึ้นฝั่งวัดปรมัยยิกาวาส จ่ายเงินไป 2 บาทเป็นค่าเรือโดยสาร พลันสายตาผมพุ่งไปเห็นความวุ่นวายจากปริมาณ นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนเกาะเกร็ด มีตั้งแต่คนแก่คนเฒ่า คนหนุ่มสาวสมัยใหม่ และแม่บ้านพ่อเรือน อุ้มลูกจูงหลานมาท่องเที่ยวกันมาก    เดินไปหน้าวัดปรมัยยิกาวาส เข้าไปกราบพระประธาน แล้วบันทึกภาพไว้ชม ได้โอกาสเมื่อไร จะเล่าเรื่องวัดบนเกาะเกร็ดอีกสักตอนหนึ่งให้ได้ความกระจ่างแจ้งครับ

                                เรือข้ามฟาก                                                                    วัดปรมัยยิกาวาส

              ผมเดินเลาะเลียบไปเรื่อยๆ ผ่านร้านรวงมากมายหลายหลาก ร้านหนึ่งอยู่ต้นทางขายประเภทดอกไม้ชุบแป้งทอด เช่นดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้า ดอกสลิด  ดอกแคบ้าน ดอกอัญชัญสีม่วง น้ำจิ้มออกรสหวาน ในจำนวนนี้มีการทอดมัน "หน่อกะลา" เหมือนทอดมันปลากรายทั่วไปเพียงแต่แทนที่จะผสมด้วยถั่วฝักยาวหั่นซอย ก็ใส่หน่อกะลา พืชอายุหลายปีประเภทเดียวกับขิงข่า กินแล้วช่วยให้ระบายท้องและขับลมได้ดี

                                              ทอดมันหน่อกะลาและดอกเข็มชุบแป้งทอด                                                             

             ผมซื้อมาลองกิน 20 บาท เดินไปก็จิ้มกินไปด้วย ใครจะว่าอะไรผมหรือ ในเมื่อผมเป็นนักท่องเที่ยวแก่ๆ ที่ปล่อยตัว ปล่อยใจ ปล่อยวางทุกอย่างให้สบายๆในวันว่าง  นี่คือสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องพึงระลึกว่า เรามาท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายหายเครียด อะไรที่เคยเก๊กๆ หรือเกร็งๆ วางท่าทำทีเป็นผู้ดีมากนักก็ปล่อยวางเสียบ้าง จะได้หายตึงเครียด อีกอย่างหนึ่งผมเดินจิ้มกินไปก็สอดส่ายสายตาดูสิ่งละอันพันละน้อย ได้จังหวะก็กดชัตเตอร์กล้องเก็บภาพไว้ในไฟล์ แต่ไม่ขว้างขยะใส่หัวใคร เว้นแต่โยนใส่ถังขยะเรียบร้อย ไม่ผิดเนาะ

                                                         ทองม้วนสด กับ สิ่งประดิษฐ์

            ถ้าไม่เชื่อว่าผมเดินไปกินไปแล้วก็ถ่ายรูปไปด้วย ก็โปรดพิจารณาจากภาพที่ลงประกอบเรื่อง ชายวัยกำลังดีคนหนึ่งท่าทางเหมือนคนมีความรู้ ใส่เสื้อผ้าสบายๆ คล้ายเสื้อหม้อฮ่อม กำลังทำขนมทองม้วนสดอยู่อย่างตั้งใจ เผลอคงไหม้ไปกับมือ อีกคนหนึ่งกำลังหยิบจับวัสดุที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเพื่อจำหน่าย

            แต่คุณยายคนหนึ่งเข็นรถใส่ผักมาขาย ให้หลานตัวเล็กๆน่ารักเป็นพรีเซ็นเตอร์ โบกไม้โบกมือทักทายนักท่องเที่ยว ขายได้วันหนึ่งสักกี่บาทก็คงไม่สำคัญเท่าได้ขาย

                         

                                                                        ช่วยยายขายของจ้ะ

            บ้านมอญในเกาะเกร็ดมีตรอกซอกซอยเล็ก แคบ เพียงเพื่อเดินหากันได้ รถยนต์ไม่มีให้วิ่ง รถจักยานยนต์ก็หนวกหูแล้ว ส่วนรถเข็นหรือรถจักรยานส่งเสริมได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ถนนหนทางคับแคบเช่นนี้ ถ้าถึงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยียนก็ควรจะเว้นสักระยะ ในจำนวนบ้านเรือนคนมอญบนเกาะเกร็ดส่วนใหญ่ปลูกด้วยไม้สัก เป็นเรือนไทย สวยงามมาก 

                    

                                                              เรือนไทยไม้สักมีมากมายใหชม

             บางช่วงผมเดินไปพบผู้หญิงสูงวัย ใส่เสื้อผ้าเรียบๆแบบชาวรามัญชราอยู่ที่หน้าบ้าน ข้างๆหล่อนมีโตกหวายใส่ขวดน้ำมันสมุนไพรชนิดหนึ่งเรียกว่า หนุมานประสานกาย นวดให้หายเมื่อย หอมดี เห็นทีท่าแล้วก็นึกว่าส่งเสริมคนแก่ด้วยกันก็เลยซื้อมาสองขวด 80 บาท เหวี่ยงใส่เป้สะพายหลังเพิ่มอีกหนึ่งชิ้นส่วน

                             

                                                           คุณยายขายน้ำมันนวดคลายเส้น 

               ขณะที่กำลังจะจากผู้สูงวัยก็พานพบกับนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง หนุ่มสาวรุ่นใหม่  กำลังตั้งท่าบันทึกภาพวิดิโอคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งยืนวางท่าเท่ "พูด" นั่นละพิธีกร 

              "เป็นการถ่ายสารคดีเพื่อนำไปออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง" 

                     

                                                                            กำลังถ่ายทำสารคดี

             ผมเดินวนไปทางชายน้ำด้านทิศตะวันออกของเกาะ ผ่านบ้านหลังหนึ่งปลูกต้นไม้เลื้อยที่ไม่ใช่เถาวัลย์ในป่าแก่งกระจานแน่นอน มีดอกสีเหลืองสดใส ต้นไม้เลื้อยดอกสวยกับบ้านไม้ให้อารมณ์ความรู้สึกที่งดงาม อยากมีบ้านอย่างนี้ในเกาะเกร็ดสักหลัง แต่คงไม่มีปัญญามาซื้อแน่นอน "ขายกันแพงมากจ้ะ"

                    

             น้าอีกคนหนึ่งเล่าให้ฟัง "หลังที่เห็นใกล้กันนั่นแหละค่ะ เขาปลูกไว้พักผ่อน มาอยู่เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น"

             ผมได้ฟังแล้วก็เดินไปชมบ้านเรือนเขาฟรีๆดีกว่า

             ผมส่งสายตาสอดส่ายไปจนพบกับถ้วยรางวัลและเหรียญตั้งเรียงไว้กับผนังบ้านเพียบ อดใจไม่ไหวกดกล้องบันทึกไว้ มองหาเจ้าของบ้านหลังนี้ก็ไม่มีผู้คนจึงเดินไปสอบถามข้างบ้าน ได้ความว่า

              "ลุงเจ้าของบ้านเป็นนายท้ายเรือท่องเที่ยวรอบเกาะเกร็ด เขาเป็นนักวิ่งมาราธอนหรืออะไรนี่แหละ ได้ถ้วยก็วางๆไว้พร้อมเหรียญ ได้มาเยอะ  อย่างที่เห็นน่ะยังไม่หมดนะคะ"

                   

              แต่มีบ้านอยู่หลังหนึ่งครับ เขาดัดแปลงเป็นร้านอาหารประเภทสเต๊ก-กาแฟสด นั่งห้อยเท้าแช่น้ำ กลิ่นกาแฟสดลอยมาหอมชวนดื่ม เห็นบรรยากาศแล้วเสน่หาเลย อยากนั่งนานๆ ดูในภาพจะเห็นลูกค้ามานั่งเสวนากันไปดื่มกาแฟไป แถมมีปลั๊กให้เสียบคอมพิวเตอร์ นั่งทำงานสักครูท่าจะดี  เป็นแนวคิดที่แปลกแหวกแนวและสรรสร้างความน่าพิสมัยได้เยอะ เห็นเช่นนี้แล้วใครจะลอกเลียนแบบก็คงไม่มีใครว่ากันหรอก

                         ร้านเค้าสดชื่นได้ต้นไม้ร่มรื่น                                       บรรยากาศการนั่งแช่เท้า สุขสม

               บนเกาะเกร็ด ชุมชนชาวมอญ ยังยึดถือศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อเยี่ยงบรรพบุรุษอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะเรื่องธัมมะธัมโม เป็นสรณะเชียวครับ เขายังนิยมกินข้าวแช่  กินแกงกล้วยดิบ กินทอดมันหน่อกะลา และเมื่อเข้าพรรษา หรือออกพรรษา ชาวรามัญจะร่วมกันสืบสานตำนานความศรัทธาในบวรพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด

              เช่นประเพณีการตักบาตรพระร้อย  ตักบาตรดอกไม้  ตักบาตรน้ำผึ้ง  แห่หางหงส์ธงตะขาบ  ตามฤดูกาลที่ยึดถือสืบมา

                    

                                                     เจดีย์ริมน้ำเหนือวัดปรมัยยิกาวาส.จุดขายเกาะเกร็ด

              คนหนุ่มเมื่ออายุครบ 20 ปี นิยมอุปสมบททดแทนพระคุณบิดามารดรเสมอ ถ้าผมได้เรื่องและภาพงานบวชของชาวรามัญมาเมื่อไรก็จะนำมาโพสท์เล่าสู่กันฟังอีกครับ

              แต่สำหรับวันนี้ ด้วยวัย 62 ปีเศษๆ ผมเดินจนเมื่อยเหลือกำลัง หัวเข่า น่อง และไหล่ปวดหนึบๆ คงต้องกลับสู่เคหาให้ภรรยาทาถูทาถู ด้วยน้ำมันที่ซื้อมาสองขวด(กระปุก)

              "หนุมานประสานกาย"

              ให้หายเครียดเสียแล้ว สวัสดี

 

              

 

 

 

 

            

               

 

 

             

 

                

              

              

 

                 

Tags : วันเดียวเที่ยวที่ไหนดี one day trip Inbound Travel

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view