หลวงปู่หลิว ปัณณโก: ตำนานพญาเต่าเรือน
วัดไร่แตงทอง นครปฐม
โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ
หากความเคียดแค้นทำลายคน หลวงปู่หลิว พระเกจิอาจารย์ดังผู้สร้างพญาเต่าเรือน แห่งวัดไร่แตงทอง คงไม่เกิด ด้วยสติสัมปชัญญะที่แน่วแน่ หลวงปู่หลิวจึงก้าวพ้นบ่วงกรรมเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ และเจริญด้วยญาณสัมปัญโณจนกระทั่งสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ทั้งทางโลกและทางธรรม หลวงปู่หลิวท่านเกิดและดับ ณ ถิ่นฐานบ้านเกิดของท่านตามปณิธานที่ได้ตั้งจิตมั่น
วัดไร่แตงทอง ประตูทางเข้าวัด
คนทุกคนมีอดีต พระทุกองค์ก็มีอดีต หลวงปู่หลิว ปัณณโก ก็มีอดีต แต่อดีตของท่านน่าศึกษาเพื่อหาเหตุผลและผลที่เกิดจากอดีต จากประวัตที่ท่านเล่าว่า
ท่านเป็นลูกชายคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 9 คนของชาวนา ชื่อเดิมว่า หลิว แซ่ตั้ง เกิดที่บ้านหนองอ้อ อ.พธาราม จ.ราชบุรี อาชีพครอบครัวทำนา แต่พ่อเป็นช่างไม้ฝีมือดี เมื่อมีนามีไร่ก็มีควายเป็นสัตว์เลี้ยงที่จำเป็น แต่แล้วก็ต้องเศร้าสะเทือนใจเมื่อโจรปล้นควายนไปหลายครั้ง นั่นเองที่ทำให้เกิดความคับแค้นใจให้กับหนุ่มน้อยที่ชื่อหลิว
วิหารหลวงปู่หลิวขี่เต่า
"สิ่งของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้"
เป็นคติประจำใจของพ่อและพี่ชาย หลวงปู่หลิวโกรธครับ ทำไมไม่สู้ ทำไมยอมมัน ด้วยเหตุนี้เองหลวงปู่หลิวจึงชวนหลานชายสองคนเดินทางบุกป่าฝ่าดง ด้วยหวังจะไปหาแหล่งเรียนวิชาอาคมเพื่อนำมาปราบโจร ระหว่างทางหลานชายเป็นไข้ป่าเสียชีวิตไปหนึ่งคน อีกหนึ่งคนทดท้อใจขอกลับบ้าน แต่หลวงปู่หลิวหายอมไม่ ท่านได้บุกป่าฝ่าดงไปจนถึงถิ่นกะเหรี่ยง กาญจนบุรี ได้พบอาจารย์ หม่ง กะเหรี่ยงเฒ่าสอนวิชาคาถาอาคมให้อย่างเต็มใจ
หลวงปู่หลิวขี่เต่า
"วิชาที่หลวงปู่หลิวเรียนคือวิชาฆ่าคน" ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะกลับมาปราบโจรที่รังแกชาวบ้านอยู่ทั่วไปให้เข็ดขยาด
"ถ้าไม่ถูกรังแก อย่าใช้วิชานี้นะ" อาจารย์หม่งสั่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่หลวงปู่หลิวซึ่งได้ร่ำเรียนคาถาอาคมจนแม่นยำจะเดินทางกลับบ้านเกิด ได้ใช้เวลาไปกว่า 3 ปี ขณะนั้นหลวงปู่หลิวอายุ 21 ปีพอดี เมื่อกลับมายังบ้านเกิด ก็ได้ประกอบสัมมาอาชีพเช่นที่พ่อแม่ทำมาคือทำนา รับจ้างสร้างบ้าน และได้รับความเชื่อถือทั่วไปว่าเป็นช่างฝีมือดี
แต่แล้ว โจรปล้นควายก็ตามมารังควาญอีกจนได้ หลวงปู่หลิวจึงได้ใช้วิชาคาถาอาคมที่ได้ร่ำเรียนมา ด้วยการปั้นควายด้วยดินเหนียว มีเขาแหลมโง้งสองเขา และนั่นคือ ควายธนูที่ไล่โจรจนหนีกันกระเจิงในค่ำคืนที่เข้าปล้น โจรร้ายร้องเสียงดังด้วยความตระหนกตกใจ เทื่อรุ่งเช้าหลวงปู่หลิวได้ลงไปเก็บควายดินเหนียวคืน ก็พบว่าที่เขาแหลมมีเลือดติดอยู่ นับแต่นั้นมาโจรปล้นควายก็ไม่มีกล้ามาต่อกรอีกเลย
ลายดอกไม้รอบวิหาร เล็บเต่า
หลวงปู่หลิวก็เหมือนหนุ่มเหน้าชาวบ้านทั่วไป เมื่อประสบพบนางหยดหญิงม่ายถูกใจจึงอยู่ร่วมกัน มีบุตรชายหนึ่งคนคือนายกาย นามถาวร แต่แล้วด้วยความที่มีจิตใจใฝ่ธรรมะและวิชาอาคม เมื่ออายุได้ 27 ปีจึงได้อุปสมบทเป็นพระที่วัดโบสถ์ ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม แต่ได้กลับไปจำพรรษที่วัดหนองอ้อบ้านเกิด เมื่อปีพ.ศ.2475 ตรงกับปีวอก
กลองเพลและระฆังที่วัดนี้ยังย่ำ
หลวงปู่หลิวได้ช่วยสร้างศาลาวัดบ้านหนองอ้อด้วยฝีมือช่างจนแล้วเสร็จในพรรษแรก ต่อมาสร้างกี่กระตุกเครื่องทอผ้าถวายให้กับวัด 50 ตัวเพื่อให้ชาวบ้านได้มีกี่ทอผ้าไว้ใช้สอย ท่านได้ศึกษาธรรมปริยัติธรรมและวิปัสนากรรรมฐานจนแตกฉานแล้วได้ออกธุดงค์ไปยังดินแดนกะเหรี่ยงที่เคยร่ำเรียนคาถาอาคม คราวนี้หลวงปู่หลิวได้วิชามหามนต์ และมหาเวทย์ของมอญ เพิ่มวิชาติดตัวอีกหนึ่งแขนง ต่อมาก็ธุดงค์ไปกราบหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี
พระย่ำระฆังดังตะลุ่มตุ้มเม้ง......ตะลุ่มตุ้มเม้ง........ตะลุ่มตุ้มเม้ง
แค่นั้นยังไม่พอ ท่านได้ธุดงค์ไปอีกหลายวัดหลายสถานที่ ได้พบเหตุการณ์แปลกๆ และได้เพิ่มพูนวิชาอาคมมากยิ่งขึ้น ไปจำพรรษาที่วัดไหนก็ซ่อมสร้างด้วยเจตนาบริสุทธิ์แก่เขตแดนแผ่นดินธรรม เช่นไปจำพรรษาวัดท่าเสา จ.สุพรรณบุรี วัดสนามแย้ กาญจนบุรี วัดไทรทอง กาญจนบุรี ล้วนมีอนุสรณ์ปรากฎอยู่
แล้วกลับมาสร้างวัดไร่แตงทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่วัดนี้แหละครับ หลวงปู่หลิวเป็นเจ้าอาวาสครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเมื่อปีพ.ศ.2535 พรรษา 60 เป็นหลวงปู่หลิวของพุทธศาสนิกชนที่ไม่มีชั้นยศพระแต่อย่างใด
ท่านลาออกจากเจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง แล้วเดินทางกลับไปจำพรรษาที่วัดหนองอ้อ บ้านเกิด ตามที่ได้เคยตั้งปณิธานไว้
ท่านมรณะภาพเมื่อปีพ.ศ.2543 สิริรวมอายุได้ 95 ปี 74 พรรษา
หลวงปู่หลิวได้ใช้วิชาคาถา "มหามนต์และมหาเวทย์" สร้างวัตถุมงคลมากมายหลายรุ่น เพื่อแทนบุญให้กับผู้มีอุปการะคุณที่ช่วยท่านสร้างวัด ปฏิสังขรณ์ และสร้างตึกอาพาธสงฆ์ตามโรงพยาบาลต่างๆ เช่นที่โรงพยาบาลกำแพงแสน ฯลฯ
วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงมากคือ พญาเต่าเรือน หรือหลวงปู่หลิวขี่เต่า ฯลฯ
เจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง ศิษย์เอกหลวงปู่หลิว
เมื่อท่านได้สิ้นไปแล้ว บรรดาศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกับเจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง ขอย้ำว่าเป็นวัดแรกและวัดเดียวที่หลวงปู่หลิวเป็นเจ้าอาวาส ได้สร้างวิหารสลักเสลาปูนปั้นสวยงาม วิจิตรตระการตา ภายในเป็นรูปปั้น หลวงปู่หลิวขี่เต่า หรือที่เรียกกันว่า พญาเต่าเรือน รูปปั้นนั้นปั้นได้เหมือนองค์จริง ส่วนเต่ายักษ์ของหลวงปู่หลิวก็สง่างามและดูขลังค์อย่างมีมหาเวทย์สถิตย์
ท่านผู้อ่านครับ วิกฤตเป็นโอกาส และดังที่ได้เล่าไว้แต่แรก ความเคียดแค้นโจรได้สร้างพระดีเด่นดังองค์นี้อย่างมีค่าเกินพรรณนานัก ทุกวันนี้ วัดไร่แตงทองแม้นไร้หลวงปู่หลิว แต่วัตรปฏิบัติที่ญาติโยมศรัทธา ยังคงศรัทธาปฏิบัติธรรมสืบเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ นอนค้างอย่างผู้ปฏิบัติธรรมในภาพก็ได้ จะได้ฟังพระย่ำระฆังดังแต่วันวาน สะท้านใจ
แต่อย่างไรก็ตาม หากท่านว่างเสาร์อาทิตย์ใด ผ่านไปมาทางถนนสาย ลาดหลุมแก้ว-พนมทวน จ.กาญจนบุรี ละก้อ เมื่อถึงอำเภอกำแพงแสนแล้ว วิ่งรถยนต์ต่อไปจนถึงบ้านหนองจิกหรือบ้านหนองกระทุ่ม มีป้ายบอกทางไปวัดไร่แตงทอง ก็เลี้ยวเข้าไปกราบไหว้หลวงปู่ให้เย็นกาย เย็นใจ หายเครียด และอิ่มบุญ ส่วนจะอนุโมทนาบุญด้วยปัจจัยหรือไม่ หลวงปู่ท่านคงไม่ว่า
อย่าไปทำให้ท่านแค้นก็แล้วกัน เดี๋ยวท่านปล่อยควายธนูเข้าให้จะร้องลั่นเหมือนฝันเห็นผีแหกอก ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
บูชาพระเครื่องชุดหลวงปู่หลิวที่วัดนี้ได้ ถ้าเลือกพญาเต่าเรือนก็บูชาได้ง่ายๆ เต่าของท่านนิยมให้บูชาด้วยผักบุ้งครับ
ศิษย์เอกหลวงปู่หลิว ท่านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พระใบฏีกาสายชล จิตตกาโร
.