http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,649,658
Page Views17,006,924
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

หลวงปู่หลิว ปัณณโก: ตำนานพญาเต่าเรือน วัดไร่แตงทอง นครปฐม โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

หลวงปู่หลิว ปัณณโก: ตำนานพญาเต่าเรือน วัดไร่แตงทอง นครปฐม โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

                              หลวงปู่หลิว ปัณณโก: ตำนานพญาเต่าเรือน

                                           วัดไร่แตงทอง นครปฐม

                                                   โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

 

             หากความเคียดแค้นทำลายคน หลวงปู่หลิว พระเกจิอาจารย์ดังผู้สร้างพญาเต่าเรือน แห่งวัดไร่แตงทอง คงไม่เกิด ด้วยสติสัมปชัญญะที่แน่วแน่ หลวงปู่หลิวจึงก้าวพ้นบ่วงกรรมเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ และเจริญด้วยญาณสัมปัญโณจนกระทั่งสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ทั้งทางโลกและทางธรรม หลวงปู่หลิวท่านเกิดและดับ ณ ถิ่นฐานบ้านเกิดของท่านตามปณิธานที่ได้ตั้งจิตมั่น

                          วัดไร่แตงทอง                                                     ประตูทางเข้าวัด

            คนทุกคนมีอดีต พระทุกองค์ก็มีอดีต หลวงปู่หลิว ปัณณโก ก็มีอดีต แต่อดีตของท่านน่าศึกษาเพื่อหาเหตุผลและผลที่เกิดจากอดีต จากประวัตที่ท่านเล่าว่า

             ท่านเป็นลูกชายคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 9 คนของชาวนา ชื่อเดิมว่า หลิว แซ่ตั้ง เกิดที่บ้านหนองอ้อ อ.พธาราม จ.ราชบุรี อาชีพครอบครัวทำนา แต่พ่อเป็นช่างไม้ฝีมือดี เมื่อมีนามีไร่ก็มีควายเป็นสัตว์เลี้ยงที่จำเป็น แต่แล้วก็ต้องเศร้าสะเทือนใจเมื่อโจรปล้นควายนไปหลายครั้ง นั่นเองที่ทำให้เกิดความคับแค้นใจให้กับหนุ่มน้อยที่ชื่อหลิว

                     

                                                           วิหารหลวงปู่หลิวขี่เต่า

            "สิ่งของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้"

             เป็นคติประจำใจของพ่อและพี่ชาย หลวงปู่หลิวโกรธครับ ทำไมไม่สู้ ทำไมยอมมัน ด้วยเหตุนี้เองหลวงปู่หลิวจึงชวนหลานชายสองคนเดินทางบุกป่าฝ่าดง ด้วยหวังจะไปหาแหล่งเรียนวิชาอาคมเพื่อนำมาปราบโจร ระหว่างทางหลานชายเป็นไข้ป่าเสียชีวิตไปหนึ่งคน อีกหนึ่งคนทดท้อใจขอกลับบ้าน แต่หลวงปู่หลิวหายอมไม่ ท่านได้บุกป่าฝ่าดงไปจนถึงถิ่นกะเหรี่ยง กาญจนบุรี ได้พบอาจารย์ หม่ง กะเหรี่ยงเฒ่าสอนวิชาคาถาอาคมให้อย่างเต็มใจ 

                     

                                                           หลวงปู่หลิวขี่เต่า

             "วิชาที่หลวงปู่หลิวเรียนคือวิชาฆ่าคน" ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะกลับมาปราบโจรที่รังแกชาวบ้านอยู่ทั่วไปให้เข็ดขยาด  

             "ถ้าไม่ถูกรังแก อย่าใช้วิชานี้นะ" อาจารย์หม่งสั่งเป็นครั้งสุดท้าย  ก่อนที่หลวงปู่หลิวซึ่งได้ร่ำเรียนคาถาอาคมจนแม่นยำจะเดินทางกลับบ้านเกิด ได้ใช้เวลาไปกว่า 3 ปี ขณะนั้นหลวงปู่หลิวอายุ 21 ปีพอดี เมื่อกลับมายังบ้านเกิด ก็ได้ประกอบสัมมาอาชีพเช่นที่พ่อแม่ทำมาคือทำนา รับจ้างสร้างบ้าน และได้รับความเชื่อถือทั่วไปว่าเป็นช่างฝีมือดี

                     

             แต่แล้ว โจรปล้นควายก็ตามมารังควาญอีกจนได้ หลวงปู่หลิวจึงได้ใช้วิชาคาถาอาคมที่ได้ร่ำเรียนมา ด้วยการปั้นควายด้วยดินเหนียว มีเขาแหลมโง้งสองเขา และนั่นคือ ควายธนูที่ไล่โจรจนหนีกันกระเจิงในค่ำคืนที่เข้าปล้น โจรร้ายร้องเสียงดังด้วยความตระหนกตกใจ เทื่อรุ่งเช้าหลวงปู่หลิวได้ลงไปเก็บควายดินเหนียวคืน ก็พบว่าที่เขาแหลมมีเลือดติดอยู่ นับแต่นั้นมาโจรปล้นควายก็ไม่มีกล้ามาต่อกรอีกเลย

                     ลายดอกไม้รอบวิหาร                                                   เล็บเต่า

            หลวงปู่หลิวก็เหมือนหนุ่มเหน้าชาวบ้านทั่วไป เมื่อประสบพบนางหยดหญิงม่ายถูกใจจึงอยู่ร่วมกัน มีบุตรชายหนึ่งคนคือนายกาย นามถาวร แต่แล้วด้วยความที่มีจิตใจใฝ่ธรรมะและวิชาอาคม เมื่ออายุได้ 27 ปีจึงได้อุปสมบทเป็นพระที่วัดโบสถ์ ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม แต่ได้กลับไปจำพรรษที่วัดหนองอ้อบ้านเกิด เมื่อปีพ.ศ.2475 ตรงกับปีวอก

               

                                                   กลองเพลและระฆังที่วัดนี้ยังย่ำ

            หลวงปู่หลิวได้ช่วยสร้างศาลาวัดบ้านหนองอ้อด้วยฝีมือช่างจนแล้วเสร็จในพรรษแรก ต่อมาสร้างกี่กระตุกเครื่องทอผ้าถวายให้กับวัด 50 ตัวเพื่อให้ชาวบ้านได้มีกี่ทอผ้าไว้ใช้สอย  ท่านได้ศึกษาธรรมปริยัติธรรมและวิปัสนากรรรมฐานจนแตกฉานแล้วได้ออกธุดงค์ไปยังดินแดนกะเหรี่ยงที่เคยร่ำเรียนคาถาอาคม คราวนี้หลวงปู่หลิวได้วิชามหามนต์   และมหาเวทย์ของมอญ เพิ่มวิชาติดตัวอีกหนึ่งแขนง  ต่อมาก็ธุดงค์ไปกราบหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี 

                

                           พระย่ำระฆังดังตะลุ่มตุ้มเม้ง......ตะลุ่มตุ้มเม้ง........ตะลุ่มตุ้มเม้ง

           แค่นั้นยังไม่พอ ท่านได้ธุดงค์ไปอีกหลายวัดหลายสถานที่ ได้พบเหตุการณ์แปลกๆ และได้เพิ่มพูนวิชาอาคมมากยิ่งขึ้น  ไปจำพรรษาที่วัดไหนก็ซ่อมสร้างด้วยเจตนาบริสุทธิ์แก่เขตแดนแผ่นดินธรรม เช่นไปจำพรรษาวัดท่าเสา จ.สุพรรณบุรี วัดสนามแย้ กาญจนบุรี วัดไทรทอง กาญจนบุรี ล้วนมีอนุสรณ์ปรากฎอยู่

           แล้วกลับมาสร้างวัดไร่แตงทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่วัดนี้แหละครับ หลวงปู่หลิวเป็นเจ้าอาวาสครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเมื่อปีพ.ศ.2535 พรรษา 60 เป็นหลวงปู่หลิวของพุทธศาสนิกชนที่ไม่มีชั้นยศพระแต่อย่างใด

                

           ท่านลาออกจากเจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง แล้วเดินทางกลับไปจำพรรษาที่วัดหนองอ้อ บ้านเกิด ตามที่ได้เคยตั้งปณิธานไว้

           ท่านมรณะภาพเมื่อปีพ.ศ.2543 สิริรวมอายุได้ 95 ปี 74 พรรษา

           หลวงปู่หลิวได้ใช้วิชาคาถา "มหามนต์และมหาเวทย์" สร้างวัตถุมงคลมากมายหลายรุ่น เพื่อแทนบุญให้กับผู้มีอุปการะคุณที่ช่วยท่านสร้างวัด ปฏิสังขรณ์ และสร้างตึกอาพาธสงฆ์ตามโรงพยาบาลต่างๆ เช่นที่โรงพยาบาลกำแพงแสน ฯลฯ

           วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงมากคือ พญาเต่าเรือน หรือหลวงปู่หลิวขี่เต่า ฯลฯ

                

                                       เจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง ศิษย์เอกหลวงปู่หลิว

           เมื่อท่านได้สิ้นไปแล้ว บรรดาศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกับเจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง ขอย้ำว่าเป็นวัดแรกและวัดเดียวที่หลวงปู่หลิวเป็นเจ้าอาวาส  ได้สร้างวิหารสลักเสลาปูนปั้นสวยงาม วิจิตรตระการตา ภายในเป็นรูปปั้น หลวงปู่หลิวขี่เต่า หรือที่เรียกกันว่า พญาเต่าเรือน รูปปั้นนั้นปั้นได้เหมือนองค์จริง ส่วนเต่ายักษ์ของหลวงปู่หลิวก็สง่างามและดูขลังค์อย่างมีมหาเวทย์สถิตย์

                           

           ท่านผู้อ่านครับ วิกฤตเป็นโอกาส และดังที่ได้เล่าไว้แต่แรก ความเคียดแค้นโจรได้สร้างพระดีเด่นดังองค์นี้อย่างมีค่าเกินพรรณนานัก ทุกวันนี้ วัดไร่แตงทองแม้นไร้หลวงปู่หลิว แต่วัตรปฏิบัติที่ญาติโยมศรัทธา ยังคงศรัทธาปฏิบัติธรรมสืบเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ นอนค้างอย่างผู้ปฏิบัติธรรมในภาพก็ได้ จะได้ฟังพระย่ำระฆังดังแต่วันวาน สะท้านใจ

           แต่อย่างไรก็ตาม หากท่านว่างเสาร์อาทิตย์ใด ผ่านไปมาทางถนนสาย ลาดหลุมแก้ว-พนมทวน จ.กาญจนบุรี ละก้อ เมื่อถึงอำเภอกำแพงแสนแล้ว วิ่งรถยนต์ต่อไปจนถึงบ้านหนองจิกหรือบ้านหนองกระทุ่ม มีป้ายบอกทางไปวัดไร่แตงทอง ก็เลี้ยวเข้าไปกราบไหว้หลวงปู่ให้เย็นกาย เย็นใจ หายเครียด และอิ่มบุญ ส่วนจะอนุโมทนาบุญด้วยปัจจัยหรือไม่ หลวงปู่ท่านคงไม่ว่า 

            อย่าไปทำให้ท่านแค้นก็แล้วกัน เดี๋ยวท่านปล่อยควายธนูเข้าให้จะร้องลั่นเหมือนฝันเห็นผีแหกอก ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ 

            บูชาพระเครื่องชุดหลวงปู่หลิวที่วัดนี้ได้ ถ้าเลือกพญาเต่าเรือนก็บูชาได้ง่ายๆ เต่าของท่านนิยมให้บูชาด้วยผักบุ้งครับ

            ศิษย์เอกหลวงปู่หลิว ท่านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พระใบฏีกาสายชล จิตตกาโร    


.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

Tags : วัดไร่แตงทอง หลวงปู่หลิว พญาเต่าเรือน กำแพงแสน นครปฐม ท่องแดนแผ่นดินธรรม

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view