http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,649,649
Page Views17,006,732
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

คึดฮอดเมืองลาว 13 ตอนหลวงพระบาง อัญมณีที่ปากคาน โดยเอื้อยนาง

คึดฮอดเมืองลาว 13   ตอนหลวงพระบาง อัญมณีที่ปากคาน  โดยเอื้อยนาง

คึดฮอดเมืองลาว ๑๓

                        โดยเอื้อยนาง 

                               ตอนหลวงพระบาง     อัญมณีที่ปากคาน

 

                 ลงจากยอดภูสีรถก็พาพวกเราอ้อมโค้งไปปากน้ำคานที่ไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำโขง  ผ่านวัดวาอารามมากมาย  ตั้งอยู่ติด ๆ กันจนดูเหมือนเป็นวัดเดียวกันก็มี  สังเกตเพียงประตูโขงและป้ายชื่อจึงรู้ว่าเป็นคนละวัด  คณะของเรามุ่งหน้าไปวัดเชียงทอง  ซึ่งเป็นวัดมีชื่อเสียงคู่กับเมืองเชียงทอง(หลวงพระบาง)มาแต่เดิม  ใครไปเที่ยวหลวงพระบางก็ต้องมาวัดนี้ให้ได้  นอกจากจะมีโบสถ์ วิหาร รูปทรงศิลปะลาวที่งามอ่อนช้อยแล้ว  ในวัดนี้ยังมีโฮงเมี้ยนโกฏิ(โรงที่เก็บโกฏิ)ของเจ้ามหาชีวิตลาวด้วย  ซึ่งพอผ่านประตูเข้าไปจะพบพญานาคห้าเศียรสีเหลืองทองชูคออะร้าอร่ามเหมือนจะป้องปรามใคร ๆ ที่เข้าไปเยือนให้ต้องสงบเสงี่ยมเจียมกิริยา  บนหลังของพญานาคคือโกฏิสีทองอร่ามเรืองสามโกฏิ

                         

              แม่น้ำโขงที่หน้าวัดแคบและดูลึกลิบลับ  บริเวณที่น้ำคานไหลลงมาบรรจบนั้นสายน้ำ

กลายเป็นสองสีเช่นกับบริเวณปากน้ำสาขาแห่งอื่นที่ไหลลงโขง  เช่นปากมูลที่อุบล  หรือ

ปากน้ำสงครามที่นครพนม  ช่างดูราวกับว่าแม่น้ำโขงนั้นเป็นสายเลือดที่เข้มข้นกว่าสาย

อื่น ๆ ที่เป็นสาขา 

              ขณะกำลังชมความงามตระการตาของอารามเชียงทองอยู่นั้น  ท่านเจ้าอาวาสเดินลงมาจากกุฏิพอดี  จึงได้นั่งลงแล้วยกมือพนมก้มเคารพตามธรรมเนียมลาว(ทั้งลาวในไทยและลาวในลาว)  พอรู้ว่าเป็นคณะมาจากอุบล สารคาม ท่านจึงหยุดสนทนาถามข่าวคราว  และยังกรุณาเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจให้ฟังไม่น้อย  ท่านเองเคยมาอีสาน  ลูกหลานหลายคนยังอยู่ในไทย  บ้างมีครอบครัวในอุบล  และกรุงเทพ  แม่น้ำโขงเป็นเพียงเส้นแบ่งประเทศเขตแดน  แต่ไม่เคยแบ่งแยกผู้คนเครือญาติให้ขาดจากกันได้สักทีไม่ว่าฝ่ายใดจะปกครองแบบไหน  ความเป็นสายเลือดเดียวกันไม่เคยถูกกีดกันแบ่งกั้น

                          

              เสียงระฆังบอกเวลาเพลดังแว่วมา  จึงได้ไหว้ลาจากท่านมาขึ้นรถท้าวเดชอารุณเพื่อไปไหว้ชมพระธาตุหมากโม  ยังวัดวิชุนราชต่อ  วิทยากรในคณะจากมหาวิทยาลัยมหาสารคามเล่าว่า 

             “แม้พุทธสีมาของวักวิชุนราชจะไม่งามพิสุทธิ์ดั่งวัดเชียงทองที่เพิ่งจากมา  แต่ที่นี่ก็เป็นสถาปัตยกรรมแห่งแรกของเมืองเชียงทองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบางโดยเฉพาะ

            “พระเจ้าวิชุนราชโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๐๔๖  เพื่อเป็นที่รับพระบาง  ซึ่งพระองค์ได้อัญเชิญขึ้นมาจากเมืองเวียงคำ  นอกจากนี้ความสำคัญของวัดนี้ก็คือ มี “เจดีย์ปทุม”  หรือ “พระธาตุดอกบัวใหญ่” ที่พระนางพันตีนเชียงพระอัครมเหสีของพระเจ้าวิชุนราชโปรดให้สร้างขึ้นในปี ๒๐๕๗ ชาวเมืองทั่วไปเรียก “พระธาตุหมากโม”

                        

             อัญมณีแห่งหลวงพระบางก็คือ โบสถ์ วิหาร วัดวาอารามนี้เอง  พระพุทธศาสนาในลาวยังใกล้ชิดกับผู้คนมากกว่าในบ้านเรา  บริเวณลานวัด  ใต้ร่มไม้ชายคามีเด็ก ๆ เล่นกันอยู่เป็นกลุ่ม ๆ เหมือนสังคมในบ้านเราเมื่อหลายสิบปีก่อนที่วัดไม่ใช่ที่จอดรถและตลาดดังปัจจุบัน     ออกจากวัดวิชุนเราก็กลับไปทานอาหารที่ร้านอาหาร “นางมาลี” ซึ่งอยู่ใกล้กับเฮือนพักหรือเกสต์เฮาส์แก้วปะทุม และเป็นร้านประจำของเราตลอดเวลาที่พักในหลวงพระบาง

              อาหารการกินของหลวงพระบางเท่าที่สังเกต  หลายอย่างหน้าตาและรสชาติออกจะคล้ายอาหารชาวเหนือของเรา  โดยเฉพาะพวกน้ำพริกและผักที่เคียงมา ข้าวเหนียวนุ่ม ๆ นั้นสีออกจะคล้ำเหมือนข้าวซ้อมมือ  หรือข้าวจากโรงสีเล็ก ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการขัดสีฟอกขาว  มีบางมื้อที่เจ้าของร้านใจดี  เห็นพวกเราเว้าลาวกันจ้อย ๆ และรู้ว่าเป็นลาวอีสาน  เธอก็ยกกระติบข้าวเหนียวขนาดใหญ่มาตั้งแถม  เป็นที่ประทับใจเพราะพอเปิดฝากระติบข้าวเท่านั้น 

                        

            กลิ่นกรุ่นจากข้าวร้อน ๆ ทำให้นึกย้อนถึงข้าวพันธุ์ดั้งเดิม เช่น ข้าวนางนวล    ข้าวป้องแอ้ว  ป้องแซง  ข้าวมันปูที่เคยกินสมัยเป็นเด็กและห่างหายสูญพันธุ์ไปหลายปีดีดักด้วยมีข้าวกข.๕  กข.๖ของกรมการข้าวเข้ามาส่งเสริมให้ชาวนาปลูกแทน  ที่จำได้ติดใจติดลิ้นคือน้ำพริกมะกอก อร่อยมาก  หน้าตาเหมือนน้ำพริกหนุ่มของชาวเหนือ  แต่ส่วนผสมมีแคบหมูป่นละเอียดอยู่ด้วยจิ้มกับผักลวกพื้นบ้านที่เคียงมา

                        

             มีผักชนิดหนึ่งหน้าตาแปลก  แต่รสชาติดีมาก  เขานำมายำเหมือนยำสลัด  แม่ค้าบอกว่าชื่อ  “ผักน้ำ”  เพราะมันเป็นพืชน้ำ  เกิดในน้ำโขง น้ำคาน  ใบมันเล็ก ๆ มน ๆ คล้ายผักบัวบกแต่ไม่ใช่ 

            “คล้ายผักกะหน่องม้าบ้านเรา”  ผู้สันทัดกรณีบอก  แต่ยังไม่มีเวลาสืบค้นหาผักกะหน่องม้าก็เลยไม่กล้าสรุป(แม้สมัยเป็นเด็กจะเคยกินผักกะหน่องม้าอยู่เช่นกัน แต่มันก็นานมาแล้วจนจำหน้าตามันไม่ได้) 

            อาหารของหลวงพระบางที่รสชาติคุ้นลิ้นชาวอุบลอย่างเราอย่างยิ่งก็คือ แกงอ่อมปลาโขง และ ส้มตำสูตรโบราณที่ใส่มะอึก  มะเขือพวง  มะเขือเครือ(คล้ายมะเขือเทศ)และใบผักแป้น(ลืมชื่อไทยแล้ว) เมี่ยงญวนก็หน้าตาเหมือนของชาวญวนที่อุบลแต่น้ำพริกมีรสหวานไปหน่อย  มื้อสุดท้ายที่หลวงพระบางโต๊ะเราสั่งหมกไก่เพิ่มพิเศษ  เห็นฝรั่งหนุ่มสาวที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ สั่งผัดเต้าฮู้มานั่งกินกับข้าวเหนียวแล้วออกจะเขิน  คนไทยเราสั่งอาหารเต็มโต๊ะไม่ว่าไปที่ใด ๆ

๐๐๐๐๐

 

Tags : คึดฮอดเมืองลาว

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view