เสือกลิ่นสาบ ตอน 21.ทางชักลากไม้
โดย อินทรี ดำ
อากาศที่เย็นลงกว่าทุกวัน มณีรู้สึกปลอดโปร่งและแจ่มใสมากขึ้น การตื่นแต่เช้าตรู่ก็ดีไปหลายอย่าง มณีไม่เคยวิ่งออกกำลังกาย แต่ก็เดินดูรอบๆ บ้านพัก ภายในหมู่บ้านภูพยับหมอก บางวันก็เลยขึ้นไปบนวัด เสวนาธรรมกับหลวงพ่อเป็นครั้งคราว วันนี้มณีเดินรอบสระแล้วเลยไปบ้านประเสริฐ ชวนกันปีนขึ้นไปบนภูพยับหมอก
“ไม่ได้ขึ้นมาดูวิวบนนี้นานเลย” พูดพลางก็ก้าวไปหาที่นั่งบนตอไม้ตอหนึ่ง แล้วพยายามหายใจลึกๆ เพราะว่าเหนื่อย ประเสริฐยังคงยืนดูบรรยากาศทั่วไปได้ด้วยแรงยังดี
“ต้นไม้กับไผ่จะบังทิวทัศน์หมดแล้ว เดี๋ยวผมสั่งให้คนงานมาเบิกสักหน่อย เผื่อเอาไว้มองดูหมู่บ้านเล่นๆ”
“ช่วงหนาวอากาศเย็นมากๆ หมอกลงเต็มหุบเขา สวยจับใจ คงต้องรออีกสักพัก แต่ถึงจะไม่มีหมอกลงก็ยังดูดีนะ เหมือนหมู่บ้านตุ๊กตาในหุบเขา นี่แหละบ้านเล็กในป่าใหญ่” มณีพรรณนาด้วยความหลงไหลได้ปลื้มกับหมู่บ้านที่สร้างสรรค์ขึ้นมากับมือ
“ถ้าเราไม่อยู่มันจะเป็นยังไงนะพี่” ประเสริฐปรารภขึ้น
“มันก็เป็นหมู่บ้านปกติที่มหาดไทยขึ้นทะเบียนเป็นหมู่ที่ 14 ไปแล้ว มีผู้ใหญ่บ้านดูแลแล้วไง สำหรับเรา หมดภาระหน้าที่ไปตั้งแต่วันที่มีผู้ใหญ่บ้านแล้ว” มณีตอบ แล้วมองหน้าสบตาประเสริฐนิ่ง
“อย่าห่วงเลย มันมีวิถีธรรมชาติของมัน ไป ลงไปกินข้าวเช้าดีกว่า ชักหิว” มณีเอ่ยแล้วลุกขึ้นหันหน้าเตรียมเดินลง แต่หยุดเดินแล้วหันไปพูดกับประเสริฐ “พี่ว่า ถ้าใช้ปีกไม้ทำเก้าอี้สนามนั่งดูหมู่บ้านบนนี้สักชุด ท่าจะดีแฮะ”
ประเสริฐพยักหน้า “ผมสั่งยกขึ้นมาเลยทั้งชุดดีกว่า มีอยู่แล้วหลายชุดครับ” มณีพยักหน้ารับรู้แล้วเดินลงเขา
“ไปกินข้าวบ้านผมแล้วกันครับ สายธารคงเตรียมไว้เผื่อแล้ว” ประเสริฐเชิญชวน
บนที่ทำการสำนักพัฒนาป่าไม้ที่ นน.2 วันนี้ประชุมประจำเดือนก่อนการประชุมใหญ่ที่ป่าไม้เขตแพร่ รถยนต์จอดกันเต็มไปหมด ข้าราชการเข้าที่ประชุม ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวนั่งโขกหมากรุกกันตามที่ว่างๆ ใต้ต้นไม้
“วันนี้ ใกล้สิ้นเดือนแล้ว ผมอยากทราบรายงานของแต่ละฝ่ายคร่าวๆ เพื่อจะได้นำไปเสนอในที่ประชุมที่ป่าไม้เขตแพร่ คงต้องเริ่มที่ฝ่ายป้องกันรักษาป่า พี่ชัยครับ”
“สำหรับฝ่ายป้องกันรักษาป่า งานของหน่วยปกติ แต่สายตรวจที่หัวหน้าตั้งขึ้น ได้ผลการปราบปรามดังนี้ครับ คดีใหญ่ ได้ทั้งรถยนต์ ไม้ของกลาง เลื่อยยนต์ และคนกระทำผิด ไม่มีครับ มีแต่คดีเล็กๆ คือ ได้แต่ไม้ของกลาง 6 คดี ได้ทั้งไม้และคนกระทำผิด 2 คดี ได้เฉพาะไม้ของกลาง 5 คดี แผ้วถางป่าใหม่ 1 คดี ครับ”
“ผลงานก็มีรายงานตลอดเดือน แต่ก็ไม่ยักกะได้สองขั้นกันบ้างเลยนะ” มณีพูดจบก็มีเสียงหัวเราะกันครืนใหญ่
“ต่อไปฝ่ายจัดการป่าไม้ครับ” มณีส่งลูกต่อ
“ฝ่ายจัดการป่าไม้มีป่าสัมปทานทำไม้ 2 ป่า ได้มีคำสั่งให้ออกไปตีตราคัดเลือกแล้วทั้งสองป่า รายงานเรียบร้อยแล้ว ส่งบัญชีให้กับบริษัทแล้ว ระหว่างนี้ บริษัทกำลังตัดไม้ลงตามที่ได้คัดเลือกเมื่อปีก่อน การขอทำทางชักลากไม้ส่งเรื่องมาแล้ว แต่ยังไม่อนุมัติครับ ” บุญฤทธิ์ รายงาน
“การทำแนวป้องกันไฟป่าล่ะ ทำบ้างหรือเปล่า” มณีย้อน
“ทำครับ รายงานสรุปทั้งปีจะส่งหลังการประชุมครับ” บุญฤทธิ์ ตอบด้วยท่าทีอึดอัด
“เรื่องทางชักลากไม้ผมอยากให้ฝ่ายป้องกันเข้าไปติดตามดูด้วยว่า การทำทางมีการทำให้ต้นไม้ป่าสูญหายหรือลักลอบตัดไปมากกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่” มณีสั่ง
“ผมจะเข้าไปตรวจด้วยตนเองครับ” พี่ชัยสนอง
“ฝ่ายจัดการต้นน้ำ ต่อเลยครับ” มณีส่งไม้ต่อ
“การปลูกป่าใหม่ปีพ.ศ........เสร็จเรียบร้อย ผลงานอัตราการรอดตาย 92% ครับ งานบำรุงรักษาสวนเดิมอายุ 2-10 ปี เรียบร้อยทุกขั้นตอนครับ” ประเสริฐรายงาน มณีพยักหน้ารับ
“ฝ่ายปลูกสร้างสวนป่า มีสวนสักสองแห่ง ปฏิบัติงานเรียบร้อยตามแผนงานครับ” เอกรายงานแทนฝ่ายที่ไม่เข้าประชุม
“ฝ่ายจัดการที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ไม่มีแผนงาน และไม่มีงบประมาณ เสร็จเรียบร้อยทุกประการครับ” หลังอร่ามรายงานมีเสียงหัวเราะครืนใหญ่
“มาเซ็นต์ชื่อทำงานครบ เอาไป 1 ขั้น” มณีหยอดอีก เสียงหัวเราะดังขึ้นอีก
“แต่ผมได้ร่วมสายตรวจสำนัก และไปตีตราคัดเลือกไม้เสร็จตามคำสั่งครับ” อร่ามนึกออกถึงผลงานจึงรีบเสนอ
“อ้อ ทุกครั้งที่สำนักมีงานสังสรรค์หรือมีแขก ผมเอนเตอร์เทนด้วยเสียงเพลงทุกครั้งครับ” เสียงหัวเราะยิ่งดังขึ้นพร้อมเสียงปรบมือยอมรับในผลงานนอกเวลา บรรยากาศหายตึงเครียด
“ผมดีใจที่ได้ร่วมงานกับทุกคน ผมอยากขอให้ระมัดระวังในการทำงานที่ล่อแหลมต่อการถูกร้องเรียนหรือผิดพลาดแบบไม่ตั้งใจหรือเสี่ยงเกินไป ผมหวังว่ามาตรฐานการทำงานจะอยู่ที่ความพอดี ตึงเกินไปก็ไม่ดี อ่อนเกินไปก็หละหลวม คงไม่มีใครสักคนเดียวที่ทำทุกอย่างแล้วดีเลิศประเสริฐศรี แต่ขอให้อยู่ในระดับที่ยอมรับกันได้ ขอบคุณทุกคน ขอบคุณครับ” มณีจบการประชุมง่ายๆ สั้นๆ
หลังการประชุม พี่ชัยเข้ามาหา และขอปรึกษาด้วย
“หัวหน้า ผมขอบคุณครับที่ไม่ได้ว่ากล่าวผมเรื่องเสาเหมืองแร่ แต่ผมขอยอมรับผิดที่ปล่อยปละละเลยจนเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น เรื่องทางชักลากไม้ผมจะดูแลให้เข้มครับ” พี่ชัยกล่าวขึ้น มณีนั่งฟังด้วยความตั้งใจ
“ดีครับ ช่วยเข้าไปดูให้ด้วย ผมห่วงพวกฉวยโอกาส” มณีจบแล้วลุกขึ้นยืน พี่ชัยลุกตามและต่างก็แยกย้ายกันออกไปจากสำนักงาน
บ่ายแก่ๆ สมชายเข้ามาถามว่า
“จะออกตรวจป่าหรือไม่”
มณีถามกลับ “ถ้าไม่ จะไปไหนหรือ ?”
คำตอบคือ “เมียบ่นไม่เคยได้พักเลย อยากไปดูหนังในเมืองกับลูกๆ”
“ดี ผมก็จะไปมั่ง “ สมชายหัวเราะแล้วจากไป มณีลงไปบ้านพัก นั่งกินกาแฟผ่อนคลายอารมณ์ อาบน้ำแต่งตัวหล่อที่สุด เดินลงบันไดได้ก็อดคิดถึงกี๊กสาวที่คงจะรออยู่ แต่พอเดินออกมาหน้าบ้านพัก ต้องชะงักกึก
“พี่จะไปไหน หล่อเชียว?”
สายธารน้องเมียตัวแสบโผล่มาพร้อมหม้อข้าว กับข้าว น้ำแข็งใส่กระติก และพี่เลี้ยงที่ตามมาต้อยๆนั่นคือ ประเสริฐกำลังขนของลงจากรถกระบะ อาหารหวานคาวตั้งเต็มโต๊ะสนาม หน้าสำนักงานมูลนิธิ
“แต่งหล่อลงมากินข้าวไง” แล้วหัวเราะกลบเกลื่อนความผิดปกติ ซึ่งนุ่งแต่ผ้าขาวม้าผืนเดียวเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ
“อ้าว! สมชายว่าจะไปดูหนัง ไหงขับรถลงมาที่นี่ เฮ้ย! นั่นไอ้สา ไอ้อ้วน ส่วน เผ่น อร่าม อ้าว !“ มณีพูดไปมองเหรอๆหราๆ เสียงหัวเราะของสายธารดังคิ๊กๆ
“เอ้ามาๆๆ เลย แหมลาบปากเชียววะ” มณีทำทีลูบปากอยากกิน
และแล้ววงสวนเสเฮฮาก็เต็มวง เหล้าแม่โขงสีกร่ำถูกรินใส่แก้ว น้ำแข็งก้อนละลายให้ความเย็น โซดาแตกฟองเมื่อเทใส่แก้วเหล้า ประเสริฐวนเวียนรินแก้วแล้วแก้วเล่า จนครบคน มณียกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มหมดแก้วแล้ววางลง ความสดชื่นรื่นเริงเริ่มต้นที่หมู่บ้านกลางป่า ในหุบเขาภูพยับหมอก ก็มีสีสันวันชื่นเหมือนกัน
มณีรู้สึกอบอุ่นที่มีเพื่อนพ้องน้องพี่มาร่วมวงกินข้าวด้วย ซึ่งไม่เหมือนทุกวันที่นั่งกินอยู่คนเดียวด้วยความเดี่ยวโดด ไก่ไฮโลวันนี้อร่อยเหมือนเคย ปลานิลต้มยำก็รสชาติจัดจ้านและหอมกลิ่นพริกเผา โรยด้วยใบมะกรูดและะผักชีฝรั่งหั่นฝอย พอได้ที่ เสียงดนตรีป่าก็เกิดขึ้นตามสไตล์
“ต่อไปนี้ ผมอร่ามขอร่ายมนต์ขลังแห่งเสียงเพลงให้ทุกคนได้ฟังน้ำเสียงกระซิบโขดหิน มนต์รักดอกคำใต้ คู่กับครูสายธารคร๊าบ”
อร่ามร้องเพลงไพเราะจับใจ น้ำเสียงที่กลมกลึง ลูกเอื้อนลูกคอแพรวพราว ครูสายธารตอบกลับด้วยทำนองที่หวานซึ้งไม่แพ้กัน พอจบเพลงก็ปรบมือกันเกรียว
“ต่อไป ก็ เพลงสนุกตามสไตล์ผม สมชายหายห่วงครับผม”
เพลงสนุกๆ ด้วยท่วงทำนองสามช่าของสมชายไม่เคยผิดหวัง ดนตรีป่าเคาะแก้วเคาะขวดบรรเลงเต็มจังหวะ ชาวบ้านเดินผ่านไปก็อดยิ้มและหัวเราะไม่ได้ มณีลุกขึ้นขยับไปตามลีลา เรียกเสียงหัวเราะได้มากขึ้น
“ผีเข้าเสียแล้วหัวหน้าเรา” ไอ้สานินทา พยักหน้ากับไอ้อ้วน ชาวบ้านเดินผ่านมาตะโกนใส่
“ผีเข้าหรือไงหัวหน้า” แต่คนพูดรีบกระโจนไปไกลลิบในพริบตาแต่ยิ้มหัวกันไปทั่ว
เสียงเพลงบรรเลงจังหวะด้วยแก้วและขวดกับช้อนซ่อม ยังได้ยินแว่วๆ ในความมืดสลัวด้วยแสงไฟหน้าสำนักงานมูลนิธิ หมอกเริ่มโรยตัวเป็นริ้วๆ ลงมาครอบคลุมทั่วบริเวณ ค่อนคืนเข้าไปแล้ว แต่ความสนุกกันตามประสาคนป่าเมืองดอยยังไม่จบ เป็นคืนที่ผ่อนคลายแม้สมชายจะไม่ได้ดูหนัง เมียและลูกๆ ก็ได้นั่งหัวเราะไปกับลีลาที่วาดกันตามเพลง
มณีแต่งหล่อแต่เก้อเขินไปไหนไม่ได้ “โดนกับดัก” มอดไม้คงระเริงที่ไม่มีปีศาจขาววนเวียนไปใกล้กราย หมาทางทำงานได้ผลสำเร็จ แต่ทุกคนลืมไปชั่วขณะ มันเครียดกันมายาวนาน ปลดปล่อยสักวันคงไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ
เช้าตรู่อีกวัน มณีตื่นเช้าเหมือนทุกวัน หมอกลงจัดกว่าวันก่อน แต่มณียังคงใส่เพียงเสื้อแขนยาวผ้าจีนแดงตัวเดียว กางเกงขายาวเก่าๆ รองเท้าหนังกลับราคาถูกๆ ถุงเท้ายืดจนไม่มียาง แค่นี้ก็หล่อสุดๆ มณีเดินตามคนงานไปเรื่อยๆ พูดคุยทักทายกันตามประสาคนกันเอง เหมือนเพื่อน เหมือนญาติ
บนสำนักงานดูเงียบๆ สมชายอารมณ์ยังดีเหมือนปกติ ม้วนชงกาแฟมาให้กินเหมือนเคย ประเสริฐไปดูงานปลูกป่าต้นน้ำ ส่วน สา อ้วน เผ่น ยังเดินเกะกะอยู่หน้าสำนัก รถสายตรวจฝ่ายป้องกันรักษาป่าวิ่งมาจอด พี่ชัยก้าวลงมาคนเดียวแล้วเดินรี่เข้ามายังสำนักงาน เดินมานั่งหน้าโต๊ะทำงานมณีแล้วพูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“หัวหน้า เข้าป่าไปกับผมหน่อย ผมว่าบริษัทนี่ชักจะใหญ่ไปแล้ว” มณีมองหน้านิ่ง ครุ่นคิด เกิดอะไรขึ้น
“ผมเข้าไปติดตามเรื่องทางชักลากไม้ที่หัวหน้าสั่ง ผมไปเห็นรถแทรกเตอรฺตีนตะขาบกำลังไถเปิดเส้นทางชักลากไม้ ผมถามว่า ใครสั่ง ได้รับอนุญาตหรือยัง ?” พี่ชัยหยุดพูดแล้วพยายามระงับอารมณ์ด้วยการพยายามปรับระดับลมหายใจที่เหนื่อยหอบ
“เขาตอบว่า ทำอย่างนี้มาตลอด 16 ปี ไม่เห็นมีใครเคยมาห้าม ใบอนุญาตมาทีหลังก็ได้ ดูมันทำซิครับหัวหน้า” พี่ชัยมองหน้าด้วยสายตาโกรธจัด
“ผมก็ยังไม่เห็นใบอนุญาตมาเหมือนกัน ต้นไม้สองข้างทางล้มตายหายไปเยอะไหมพี่ชัย” มณีถาม
“หัวหน้าเข้าไปดูกับผมเถอะ จะได้เห็นเองเลย แต่ถ้าตามความเห็นผมๆ จับหลายกระทงครับ” พี่ชัยกล่าวแล้วทำท่าจะลุก มณีต้องลุกตามแล้วเดินไปที่รถพี่ชัย ซึ่งมีคนขับรถนั่งรออยู่เหมือนจะรู้กันว่า มาไม่นาน
“เดี๋ยวผมตามเข้าไปแล้วกัน พี่ชัยนำหน้าไปก่อนก็ได้ครับ” มณีคล้อยตามง่ายๆ แต่ก็อยากไปเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สายตรวจสำนัก ยกเว้นประเสริฐที่ไม่อยู่ เตรียมพร้อมขึ้นรถแล้วขึ้นรถปีศาจขาว มุ่งหน้าไปยังสะพานข้ามแม่น้ำน่าน ป่าแม่น้ำน่านฝั่งซ้าย นน.3 แปลงที่กำลังจะตัดไม้ที่คัดเลือกไว้ก่อนแล้วลง เพื่อตีตราชักลากไม้ออก พี่ชัยไปจอดรอที่สะพานข้ามแม่น้ำน่าน ปีศาจขาวไปถึงก็จอดเหมือนที่เคยปฏิบัติ ดับไฟป่าข้างทาง
มณีตามพี่ชัยเข้าไปจนถึงจุดที่แทรกเตอร์กำลังตัดทาง มีต้นไม้ล้มลงเป็นระยะ ๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่ไม้ที่ล้มไม่มีตราตัดแต่อย่างใด ใบอนุญาตให้ตัดทางชักลากก็ยังไม่อนุมัติ ต้นไม้ที่ใหญ่กว่าขนาดจำกัดไม้แต่ละชนิดมากมาย ระยะทาง 10 กม. ต้นไม้ต้องล้มไปหลายร้อยต้น
พี่ชัยเข้ามคุยด้วย
“หนึ่งก็ตัดทางชักลากไม้โดยยังไม่ได้อนุญาต สองก็ทำไม้ล้มตายมูลค่านับล้านบาท สามก็ผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 ยังไม่ได้สำรวจตีตราตัดเพื่อตัดทางชักลากไม้ ไม้เหล่านี้จึงเป็นไม้เถื่อน เกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตร์ แน่ๆครับหัวหน้า”
มณีฟังสรุปแล้วก็เห็นด้วย แต่ก็ยังคิดลังเลว่า เขาขออนุญาตแล้วแต่ขั้นตอนมันยังไม่เรียบร้อย ถ้าจะว่าผิดก็ผิด ถ้าจะอะลุ่มอะล่วยก็ได้ แต่ระเบียบที่ต้องตีตราตัดไม้ในเส้นทางชักลากไม้นี่ซิ ลำบากใจ ตะวันลับขอบฟ้า มืดสนิท มณีสั่งสมชายตีรถกลับ พี่ชัยแซงไปก่อนด้วยความรีบร้อน มณีรู้สึกงง สมชายอึดอัดทนไม่ไหว
“พี่ ! จะจับหรือ? ผมรู้สึกชอบกลๆ อยู่นะครับ” มณีฟังด้วยความกังวล
“ไม่หรอก คงต้องไปปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน พรุ่งนี้พี่จะเข้ากรุงเทพอยู่แล้ว เสาร์อาทิตย์อยู่กับครอบครัวแล้ววันจันทร์จะกลับมา ไปรับที่สนามบินด้วยแล้วกัน” มณีสั่งการไปคราวเดียว