โป่งเดือดป่าแป๋: อาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนผ่อนคลายหายป่วยโรคข้อเสื่อม
โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ-ธงชัย-เข็มชาติ เปาอินทร์
ปลายปีพ.ศ.2553 ผมโชคดีมากๆที่ได้ไปท่องเที่ยวเชียงใหม่ แล้วได้เลยไปจนถึงเมืองปาย แต่ว่าก่อนที่จะไปถึงเมืองปาย มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง บนเส้นทางแม่มาลัย-ปาย-แม่ฮ่องสอน พอรถเช่าของเราพาไปถึง กม.42 ก็เลี้ยวเข้าทางลาดยางเล็กๆ สองช่องจราจร สองฟากฝั่งแน่นทึบไปด้วยพันธุ์ไม้ป่า ถ้ามาเดี่ยวๆก็ดูวังเวงหน่อย ทางที่ดีควรมาเป็นหมู่คณะ วิ่งเข้าไปจนถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ระยะทาง 6.5 กม.


สวนเมี่ยงป่าแป๋ก่อนทางเข้าโป่งเดือด ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ลงจากรถยนต์ได้ก็เข้าไปยังศูนย์บริการเพื่อ ลดน้ำหนักกันหน่อย แล้วเดินเลยไปดูภาพที่อุทยานฯจัดไว้ให้ชม ซื้อกาแฟสดร้อนๆดื่มเสริมพลังแก้วหนึ่ง เบื้องหน้าเป็นสะพานเดินไปยังน้ำพุร้อนโป่งเดือด ต้นไม้ป่าขึ้นอยู่เป็นหย่อมๆ ร่มรื่นน่าเดิน พวกเราก็จับกลุ่มกันเดินไปเรื่อยๆ บนเส้นทางศึกษษธรรมชาติโป่งเดือด ระยะทางราว 500 เมตร ระหว่างทางก็หยุดถ่ายรูปเป็นระยะเพื่อเก็บภาพเหล่านั้นมาฝากเพื่อนๆของทองไทยแลนด์ดอทคอม


ทางเข้าจากศูนย์บริการ ร่มครึ้มชุ่มชื้นจนไลเคนเขียว
แหงนมองท้องฟ้าผ่าเรือนยอดต้นไม้ป่า เห็นตะวันกำลังบ่ายหน้าหาที่หลับนอน การเดินจึงต้องเร่งรีบนิดๆ แต่ถึงขนาดนั้นก็ขอบอกว่า บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นนี้น่าเดินชมนกชมไม้ มีบ่อน้ำพุร้อนระหว่างทางด้วย อุทยานเขียนป้ายติดไว้ว่า "บ่อต้มไข่" อันหมายถึงไข่เป็ดไข่ไก่นะครับ ไม่ใช่ไข่คน ขนาดไข่ไก่ยังสุกแล้วถ้าเป็นไข่คนมิสยองหรือ


เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกับเกาวัลย์ ในเส้นทางแสงสวยๆ ได้ลูกสาวเป็นแบบ-รูปสวย
เถาวัลย์เลื้อยไต่ไปคามต้นไม้ยืนต้นสองข้างทางเดิน ทำให้ดูเป็นป่าธรรมชาติมากขึ้น นึกถึงหนังเรื่องทาร์ซานแล้วก็จินตนาการว่า หากเกิดกรณีฉุกเฉิน มีหมีออกมาอาละวาดละก้อ จองต้นเถาวัลย์ปีนป่ายหนีตายแน่นอน ระยะทาง 500 เมตรนี้เดินขึ้นลาดเนินไปเรื่อยๆ แต่ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย คนแก่ 62 ปียังกล้าท้าประลอง

ปลายทางเป็นบ่อโป่งเดือด
พอลงจากเนินสุดท้ายก็มองเห็นม่านควันขาวละออตาฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เงาเถาวัลย์ไต่พันต้นไม้ดูมีเสน่ห์ มีนักท่องเที่ยวยืนแอคท่าถ่ายรูปกันอยู่ประปราย เมื่อเดินเข้าไปชิดรั้วกั้นบ่อน้ำพุร้อน มีป้ายสื่อความหมายแผ่นใหญ่ตั้งอยู่ อธิบายชนิดของน้ำพุร้อนที่เห็น ซึ่งก็เป็นหลักวิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติที่จะต้องทำเอาไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้และเข้าใจ ป้ายและตัวหนังสือเขียนด้วยสีถูกต้องตามหลักการจัดการอุทยานแห่งชาติสากล เยี่ยม

เข็มชาติส่งมาให้ ได้อารมณ์
น้ำพุร้อนโป่งเดือดป่าแป๋แห่งนี้ ตั้งชื่อได้เหมาะสม ก็น้ำที่พุขึ้นมานั้นมันเดือดพล่าน ยังกับต้มน้ำในหม้อทีเดียว เดือดขนาดนี้เกินต้มไข่ และด้วยว่าเป็นน้ำพุร้อนอยู่ที่ป่าแป๋ ก็เลยใช้คำสองคำมาสมาสกัน หลุดจากบ่อน้ำพุร้อนโป่งเดือด เป็นบอร์ดวอล์คที่เดินลดระดับลงไปอีก 100 เมตร จะเห็นอาคารสิ่งก่อสร้างที่อุทยานแห่งชาติสร้างขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์สนองรองรับนักท่องเที่ยวประเภท พักค้างหวังอาบน้ำแร่


ภาพจากเข็มชาติ เดือดดุน่าดู
จุดนี้มีบ้านพักแรมได้ 8 หลังๆละ 3,000 บาท นอนได้สองห้องนอน มีห้องอาบน้ำแร่ร้อนๆและนวด นอกจากนั้นยังมีอาคารสวัสดิการจำหน่ายอาหาร ส่วนลานกางเต็นท์ก็มีแต่ส่วนน้อย จุดขายของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง(ป่าแป็) คือ โป่งเดือด ซึ่งเป็นทั้งน้ำร้อนและน้ำแร่ ว่ากันว่าถ้าไปอาบหรือแช่น้ำพุร้อนที่นี่ จะช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อได้ดี บรรยากาศของบ้านพักซึ่งตั้งอยู่กลางป่าดงดิบอากาศเย็นสบาย เดินเล่นนั่งเล่นหรือนอนอาบแดดอุ่นๆกลางแจ้ง น่าจะต่ออายุได้ยาวขึ้น

เดือดพล่านทีเดียว
ระหว่างนั่งรอกลุ่มอยู่นั้น ผมนึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังรับราชการอยู่ ผมได้ไปดูงานการจัดการอุทยานแห่งชาติที่เยลโลว์สโตน(Yellowstone National Park) ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศอเมริกา ได้ไปเดินบนบอรดวอล์ค(Boardwalk) เหนือน้ำพุร้อนที่ปะทุขึ้นมาหลายแห่ง แต่ก็เป็นเพียงน้ำพุร้อนเหมือนบ้านเรา มีน้ำร้อนไหลไปบนหินปูน เป็นชั้นๆ กลิ่นกำมะถันเตะจมูกตลอดเส้นทางที่เดินชม

โป่งเดือด
พนักงานพิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติ พาไปชม Old Fiathful Geyser ซึ่งจะปะทุขึ้นมาจากใต้ดิน ทุกๆ 45-125 นาที ปะทุครั้งหนึ่งใช้เวลา 1.5-5 นาทีด้วยความเที่ยงตรงของการปะทุ จึงได้ชื่อ Old Fiathful Geyser หรือ "ตาเฒ่าผู้ซื่อสัตย์" รูปแบบการปะทุเรียกว่า Cone Geyser พุ่งขึ้นสูงเฉลี่ย 44 เมตร(32-56ม.) น้ำพุร้อนมีอุณหภูมิระหว่าง 118-129 องศาเซลเซียส ถ้านับตั้งแต่พบปี คศ.1871 จนถึงปีนี้ก็ 140 ปีแล้ว แต่ตาเฒ่าผู้ซื่อสัตย์ก็ยังคงปะทุอย่างสม่ำเสมอ เชื่อเลย

นี่แหละบ้านพักกลางป่าดงดิบ
หน่วยพิทักษ์อุทยานป่าแป๋แห่งนี้ ถ้าบริหารจัดการเยี่ยงบริษัทเอกชนคนทำธุรกิจละก้อ น่าจะทำเงินได้มหาศาล โดยที่ไม่ได้ไปรบกวนธรรมชาติแต่อย่างใด แต่เมื่อบริหารจัดการโดยราชการ ก็ได้ลูกค้าตามแต่จะได้ ไม่มีการประชาสัมพันธ์ ไม่มีการปรับกลยุทธการพัฒนา ไม่มีการตลาด ไม่มีการฝึกอบรมพนักงานให้เกิดทักษะที่ชวนประทับใจ และต้องปรับระบบระเบียบที่เก้ๆกังๆ ห่างไกลโลกยุคดิจิตอล ก็เอวัง บ้านพักและอาคารคงร้างจนผุพังไปในที่สุด เสียดายจัง

บ้านพักค้างอ้างแรม
การจัดการอุทยานแห่งชาติในอเมริกา การบริหารในเขตบริการประเภทบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ร้านอาหารและร้านจำหน่ายของที่ระลึก แม้กระทั่งการจัดการขยะ ล่วนเปิดประมูลเพื่อให้เอกชลเข้ามาจัดการอย่างมืออาชีพ ทั้งนี้ต้องอยู่ในกรอบหลักการจัดการอุทยานแห่งชาติ อ้าว...แล้วข้าราชการและพนักงานพิทักษ์ป่าเล่า จะให้เขาทำอะไร
เขาก็จะทำงานด้านวิชาการ ศึกษาและวิจัย ทุกด้าน เช่นทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทต่างๆ พันธุ์พืช สัตว์ป่า ทั้งบนดิน ใต้ดิน ในอากาศ สัตว์น้ำ ด้านการบริหารสัมปทานต่างๆ


หน้าแรก
เว็บบอร์ด
บทความ
รวมรูปภาพ
ติดต่อเรา
ข่าวสาร

