ไปเยี่ยมบ้านดินพี่น้องชาวจีนยูนนานที่อำเภอปาย
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
โดยอึ้งเข่งสุง-เรื่อง//ภาพ-ธงชัย เปาอินทร์
เมื่อกาลเวลาผ่านไป เรื่องราวต่างๆจากแดนดินถิ่นไกลปืนเที่ยงเช่นเมืองปาย ย่อมมีเรื่องเล่าเคล้าบรรยากาศป่าดงพงพี มีบันทึกเรื่องราวของเมืองปายมากมายในพงศาวดารเหนือ แต่สำหรับผมแล้วรู้เพียงว่า ที่เมืองปายอยู่กึ่งกลางทางระหว่างเชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอน เป็นเมืองที่ทุกการเดินทางต้องหยุดพักเพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่แสนทุรกันดาร
ที่นี่ มีพี่น้องชาวจีนยูนนานใช้ศิลปะวัฒนธรรมนำมาเป็นจุดขายการท่องเที่ยวด้วย

หมู่บ้านสันติชน
โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากจากทางเดินป่าและทางชักลากไม้จากป่าเปลี่ยนเป็นทางสัญจรระหว่างเมืองด้วยถนนราดยางแอสฟัลก์อย่างดี แต่มีโค้งมากไปหน่อย ในการเดินทางจึงเดือดร้อนคนที่"แพ้" ถึงกับอาเจียร ส่วนคนที่ไม่แพ้ก็นั่งไปได้สบายๆ เช่นผมนี่แหละ จะกี่ร้อยกี่พันโค้งก็ไม่แพ้สักครั้ง ฝรั่งที่เข้ามาท่องเที่ยวก็เช่นกัน เขามาเมืองปายกันทำไม บ้านป่าเมืองดอยแท้ๆ แต่ก็มากันจากทุกมุมโลก แทบจะกล่าวได้เลยว่าเมืองปายกลายเป็นเมืองฝรั่งไปแล้ว
บเนดินของจีนฮ่อ
ข้อมูลกล่าวว่าเมืองปายเคยเป็นเมืองโบราณที่มีชนเผ่าต่างๆมากมายหลายเผ่าพันธุ์เข้ามาอยู่ แต่ละหุบเขา แต่ละลำห้วยที่ไหลผ่าน ปายจึงมีชนเผ่าเช่น ชาวไตหรือไทยใหญ่หรือไตโหลง 53 % ชนกลุ่มน้อย 47% อันประกอบด้วย ปกาเกอญอ ลั้วะ ม้ง ลีซอ มูเซอ ปะหล่อง และ จีนฮ่อ ซึ่งเป็นชาวจีนจากมณฑลยูนนานที่ได้แตกพ่ายสงครามลัทธิเหมาเจอตุง ซึ่งแท้ที่จริงชาวจีนฮ่อคือทหารหาญของกองพล 93 นั่นเอง เช่นที่บ้านสันติชน อำเภอปายนี่แหละหรือที่ดอยแม่สลอง และดอยวาวี จังหวัดเชียงรายเป็นต้น


ว่างงานก็นั่งดื่มน้ำชาและพูดคุยกัน โรงเรียนหมู่บ้าน
ในอดีตแดนดินถิ่นเมืองปายปกครองกันในระบบเมือง เจ้าขุนมูลนาย แต่เมื่อเปลียนแปลงการปกครองเมื่อปีพ.ศ.2454 เมืองปายถูกลดฐานะเป็นอำเภอปาย ขึ้นอยู่กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน
นายอำเภอปายคนแรกคือ หลวงเจริญเขตเขลางค์นคร(สอน สุขุมมินทร์) ระหว่างปีพ.ศ.2454-2468
ปัจจุบันนี้ เมืองปายมีประชากร 29,643 คน(สถิติพ.ศ.2552) แบ่งการปกครองออกเป็น 7 ตำบล 66 หมู่บ้าน
มีแม่น้ำสำคัญหลายสายเช่น แม่น้ำปาย แม่น้ำของ แม่น้ำปิงน้อย ห้วยแม่เมือง ห้วยแม่เย็น ห้วยแม่ฮี ฯลฯ


อาชีพปลูกหอมกระเทียม ใบชาจีนที่วางขาย
พื้นที่เมืองปายส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน 2,244.7 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยป่าดงดิบ ป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และที่ราบลุ่มในแต่ละหุบเขา
บ้านสันติชนเป็นหมู่บ้านจีนฮ่อ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลเวียงใต้ ห่างจากอำเภอปาย 5 กม.โดยเดินทางผ่านจากวัดน้ำฮูแล้ววิ่งไปตามถนนเส้นเดียวจนถึงบ้านสันติชนคนยูนนาน พื้นที่ทั่วไปเป็นภูเขาไม่สูงชันนัก เป็นลาดเนินเสียมากกว่า พื้นที่ทำกินอยู่รอบๆหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ปลูกกระเทียม หอมแดง พืชสวนก็ได้แก่ ลิ้นจี่ มีโรงเรียนให้กับเยาวชน มีผู้ใหญ่บ้านปกครอง เช่นหมู่บ้านชาวเมืองปายทั่วๆไป
อาชีพดั้งเดิมเคยปลูกฝิ่นกันมาก แต่ภายหลังได้เปลี่ยนเป็นการเกษตรกรรมทั่วไป บ้างก็เคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่เมืองใหญ่เช่นเชียงใหม่ กรุงเทพ และใต้หวัน แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในหมู่บ้านสันติชน แต่เมื่อเมืองปายมีนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศทุกมุมโลกเข้ามาท่องเที่ยว ผู้นำหมู่บ้านจึงได้ระดมแนวคิดใช้ประโยชน์จากการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมของชาวจีนยูนนาน วิวัฒนาการให้เป็นศูนย์ส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมของชนเผ่า
เขารวมตัวกันเป็นสหกรณ์ แล้วสร้างบ้านพักแรมทางด้วยบ้านดิน หลังคามุงด้วยหญ้าคา ที่นอนมาตรฐานโรงแรม บริการเหมือนรีสอร์ท ราคาค่าที่พักแรมระหว่าง 1,000-1,200 บาท ขึ้นลงแล้วแต่ฤดูกาล บ้านสันติชนโด่งดังมากก็เรื่องอาหารพื้นบ้านของชาวจีนยูนนานดั้งเดิม เช่นขาหมูที่เรากินกันในประเทศไทยล้วนใส่เครื่องพะโล้ตามแบบอย่างชาวขีนแต้จิ๋ว แต่ขาหมูยูนนานใส่เครื่องเทศเฉพาะเผ่าพันธุ์ แตกต่างออกไป และอาหารอื่นๆรสชาติกลมกล่อม

ในกลุ่มบ้านดินอีกกลุ่มหนึ่งจัดเป็นร้านขายของที่ระลึก ขายใบชา และผลไม้บรรจุหีบห่ออย่างดีจากจีน การตกแต่งแต่งตามสไตล์ศิลปะวัฒนธรรมจีน โคมแดงและภู่สีแดงมีให้เห็นแทบทุกร้าน แม้จะแบ่งร้านออกเป็นหลายร้าน แต่ก็มีรายได้เป็นของกลุ่มสหกรณ์ของชุมชน พนักงานขายก็แล้วแต่ครอบครัวไหนสมัครที่จะทำ ส่วนคนที่ถนัดงานการเกษตรก็ทำไป

ด้วยวัฒนธรรมโบราณของจีนเกี่ยวกับ "เกี้ยว" ที่เศรษฐีหรือเจ้าเมืองใช้ให้คนรับใช้หาบหามไปยังสถานที่ต่างๆก็ถูกจำลองมาให้นักท่องเที่ยวเข้าไปนั่ง แล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หรือการให้เช่าชุดพื้นเมืองของชาวจีนฮ่อเพื่อถ่ายรูปก็ได้รับความนิยมไม่น้อย ที่สร้างความครึกครื้นมากคือ การโล้ชิงช้าที่ทำไว้คล้ายๆการโล้ชิงช้าของชาวอาข่า

ด้วยอากาศที่เย็น แสงแดดในฤดูหนาวบางเบา นักท่องเที่ยวจึงรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวที่ได้เดินเที่ยวภายในศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน แต่ผมไวกว่า ผมเดินไปตามถนนในหมู่บ้าน ได้รูปภาพมาฝากเล็กน้อย เพื่อให้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่ไม่ได้เข้ามาช่วยในศูนย์วัฒนธรรม และนั่นคือสภาพที่เป็นจริง ก็เหมือนปุถุชนคนทั่วๆไป ผมเห็นป้ายกระดาษแดงปิดตามประตูก็อดคิดถึงบ้านเก่าที่เตี่ยก็เคยปิดกระดาษเช่นนี้ อยู่ตะหงิดๆ เดี๋ยวนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว

บ้านดินและชิงช้าที่โล้กันสนุกสนาน
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงเมืองปาย ถ้าเป็นฝรั่งต่างชาติก็นิยมพักผ่อนอยู่กับที่ริมฝั่งแม่น้ำปาย หรือระเบียงบ้านพัก ส่วนใหญ่อ่านหนังสือ ดื่มเบียร์ไปด้วย ทำในสิ่งที่บ้านเขาไม่มีเช่นขี่ช้างทัวร์สักนิด ถ่ายรูปไว้อวดกัน ทัศนคติการท่องเที่ยวของเขาเป็นเช่นนั้น อยู่กับที่พักผ่อนให้คลายเครียด แต่ทัศนคตินักท่องเที่ยวไทยแตกต่างกัน เมื่อไปเมืองปายก็จะไม่พักอยู่นิ่งๆ แต่จะพยายามหาแหล่งท่องเที่ยวเช่นบ้านสันติชน บ่อน้ำพุร้อน วัดน้ำฮู ฯลฯ กลายเป็นตะรอนทัวร์

เกี๊ยวขุนนาง เชื้อชาติเผ่าพันธุ์มังกร
ขาดไม่ได้เลยก็คือการเดินเข้าไปหาแล้วถ่ายรูป ถ่ายกันจริงถ่ายกันจัง ถ่ายทุกเม็ด ไม่เว้นแม้กระทั่งยามจะกินหรือยามจะนอน แต่ก็โชคดีที่วันนี้ การถ่ายรูปเป็นระบบดิจิตอล ไม่เปลืองฟิล์ม และกระดาษพิมพ์รูป แต่เก็บรักษาไว้ในแผ่นดิสก์หรือในเมมโมรี่การ์ด
บ้านสันติชนมีบ้านพักให้พักค้างอ้างแรมได้ ส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้าในฤดูกาลท่องเที่ยวคึกคัก แต่ถ้าเป็นนอกฤดูกาลละก้อ ว่างๆๆ

เดินเที่ยวชมความแปลกใหม่ของชาวจีนยูนนานแล้ว ผมก็เดินเข้าร้านอาหารที่ปูด้วยผ้าสีแดงทุกโต๊ะ แต่พอนั่งจะสั่งอาหารโปรด ขาหมูยูนนานสัก 1 จาน พนักงานหน้าตี๋เดินเข้ามกระซิบเบาๆ จานด่วนต้องไปหาซื้อจากร้านทางด้านโน้น พร้อมกับชี้มือบอกทาง
"ทำไม" ผมอดถามไม่ได้ พนักงานยิ้มแล้วตอบว่า
"ขาหมูร้านนี้สั่งเป็นขา ถือว่าชุดหนึ่ง กลัวลุงจะกินไม่หมดครับ" ผมมองหน้าแล้วนึกใน
ใจ "ถ้าไม่รีบ จะนั่งกินทั้งขาให้ดู" ผมเดินออกแล้วไปร้านค้าขาหมูทางด้านที่พนักงานชี้ให้ดู
ฝากไว้ก่อน วันหน้าถ้ามี


หน้าแรก
เว็บบอร์ด
บทความ
รวมรูปภาพ
ติดต่อเรา
ข่าวสาร

