หลวงพ่อดำ..พระพุทธรูปนอกโบสก์ที่เขาเจดีย์ วัดช่องแสมสาร
โดยอินทรี ดำ เรื่อง-ภาพ /ธงชัย เปาอินทร์
หลวงพ่อดำ หลวงพ่อดำ ได้เห็น ได้ยินชื่อมามากมายหลายแห่ง และไม่ใช่พระประธานในโบสก์ด้วย แต่เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่มักจะทาด้วยรักสีดำ พุทธรูปปางมารวิชัยเสียส่วนใหญ่ แต่หลวงพ่อดำองค์ที่กำลังจะชวนไปกราบไหว้นั้น ท่านได้รับการบูชาด้วยทองคำเปลวเป็นแผ่นๆ พุทธบริษัทบรรจงปิดกันจนเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ หลวงพ่อดำจึงเหลือเพียงชื่อ
พระองค์นี้อยู่นอกโบสก์ที่เขาเจดีย์วัดช่องแสมสาร ประดิษฐานอยู่บนเขาเจดีย์ริมฝั่งแสมสาร บางเสร่ ท่านศักดิ์สิทธิ์อย่างไรหรือ

กลับจากไปงานสังสรรค์ตระกูลเปาอินทร์ที่หาดพยูน วิ่งรถยนต์ไปตามถนนสายบ้านฉาง-สัตหีบ เร่เข้าไปแสมสารบางเสร่ก็ด้วยชื่อเสียงที่ได้ยินมาแต่อดีต รู้กันว่าเป็นเขตทหารเรือ(กองทัพเรือ) แต่คำว่า บางเสร่มีเสน่ห์เหลือกำลัง จึงตัดสินใจวนรถยนต์ไปกันดูสักหน่อย มีป้ายบอกทางว่ากำลังไป "หลวงพ่อดำ" ก็ลองไปกันดู ผลปรากฎว่าเป็นเนินเขาลูกสูงพอควร อยู่ริมชายทะเลแสมสาร โดดเด่นเชียวครับ เป็นภูเขาลูกสุดท้ายของชายฝั่ง

มีลานจอดรถยนต์กว้างขวางพอดู แห่งแรกอยู่เชิงดอย อีกแห่งอยู่ติดองค์เจดีย์บนดอย ลานจอดรถยนต์จุดนี้มีจุดมองวิวทิวทัศน์ของอ่าวแสมสารด้วย มีเรือประมงจอดเรียงรายให้เห็น มีท่าเรือแสมสารเป็นที่จอดเรือประมงมากมาย แต่บนลานนี้มีมณฑปเล็กๆหลังหนึ่ง รอบผนังด้านนอกเป็นปูนปั้นรูปพุทธประวัติแปลกตา เป็นรูปเชิงศิลปะก็มี ผนังมณฑปสี่ด้าน มีประตูทางเข้าทางทิศเหนือ ทุกผนังด้านนอกปั้นปูนทั้งสิ้น

ส่วนผนังด้านใน เป็นภาพวาดพุทธประวัติเชิงศิลปะด้วยศิลปินชื่อชัยวัฒน์ วรรณานนท์ ส่วนปูนปั้นด้านนอกนั้น หากพิจารณาดูแล้วก็ยังคิดว่าน่าจะใช่คุณชัยวัฒน์ปั้น ผมเคยไปเห็นผลงานการวาดภาพของคุณชัยวัฒน์ มาแล้วจากที่วัดชุมแสง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี และวัดดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นภาพพุทธประวัติที่แตกต่างจากภาพวาดตามโบสก์ทั่วๆไป ซึ่งลึกซึ้งเกินกว่าพิจารณาพิเคราะห์ของผมโดยสิ้นเชิง แต่รู้เพียงว่างดงามมากๆ

หลวงพ่อดำ เขาเจดีย์ วัดช่องแสมสาร
หน้ามณฑปหลวงพ่อดำ มีพุทธศาสนิกชนคนเชื่อถือแห่แหนกันไปกราบไหว้ทั้งวันธรรมดาและหนาแน่นมากกว่าปกติในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัติฤกษ์ ส่วนใหญ่บนบานด้วยไข่ต้ม เมื่อได้สมหวังดังใจอธิษฐานแล้วก็มักจะนำไข่ต้มมาแก้บนกัน
รอบๆวัดเป็นที่นั่งใต้ร่มไม้บดบังความร้อนจากแสงแดดริมทะเลได้ดี


ภาพจิตรกรรมของคุณชัยวัฒน์ แต่นี่หรือก็ใช่....หรือไม่
ภายในมณฑป รอบๆผนังมีแต่รูปวาดจากฝีมือของคุณชัยวัฒน์ แต่ก็ไม่สามารถบรรยายได้ว่า เป็นภาพอะไรบ้าง ด้วยว่าอินทรี ดำถนัดแต่หมัดมวยมากกว่าศิลปะอันลึกล้ำ ก็ได้แต่ถ่ายรูปมาให้ได้ชมกัน หากท่านผู้มีความรู้ได้เห็นแล้วเดินทางไปชม ไปไหว้หลวงพ่อดำ ก็ถือเป็นกุศลผลบุญของหน้าต่างนี้แล้ว ที่เป็นสื่อให้ท่านได้ไปกราบไหว้พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่งดงาม และศิลปะบนผนังมณฑป

ส่วนประวัติของหลวงพ่อดำนั้น เล่ากันว่า มีพระชื่อดำรง คุณาสโภ ท่านเดินธุดงค์มาจากวัดเขานางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยนิมิตว่า ท่านเห็นเจดีย์เก่าแก่ตั้งอยู่ริมทะเล แถวๆบางเสร่แสมสาร ถ้าสร้างพระพุทธรูปไว้วันหนึ่งจะศักดิ์สิทธิ์ ท่านจึงเดินทางธุดงค์มาด้วยนิมิตนั้น แล้วท่านก็พบว่าบนเขาเจดีย์ริมทะเลแสมสาร ซึ่งเป็นเขตวัดช่องแสมสาร มีเจดีย์เก่าแก่อยู่องค์หนึ่งจริง

ท่านได้เล่าให้พี่น้องผองชาววัดช่องแสมสารฟังถึงนิมิตดังกล่าว และได้บอกบุญจนช่วยกันสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัยได้สำเร็จ ลงรัก(ต้นรักซึ่งมียางสีดำ)สีดำทั้งองค์ แล้วตั้งชื่อว่า หลวงพ่อดำ แล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ.2502 รวมเวลาที่ค่อยๆสร้างถึง 2 ปีเศษ หลวงพ่อดำประดิษฐานอยู่กลางแจ้งโดนแดดแดงแจ๋ทุกวัน

ด้านหน้ามณฑปหลวงพ่อดำ
หลังจากสร้างหลวงพ่อดำเสร็จแล้วราวเดือนเศษๆ ได้มีการทำ "พิธีเบิกเนตร" ตามพิธีทางพุทธศาสนา ในขณะนั้นได้มีการผูกหุ่นฟาง สองหุ่นร่วมในพิธีด้วย เมื่อทำพิธีเบิกเนตรหลวงพ่อดำแล้วได้เผาหุ่นฟางสองตนเพื่อให้เป็นลูกศิษย์คอยรับใช้หลวงพ่อดำ และในครั้งนั้นได้ตั้งชื่อหลวงพ่อดำว่า พระสัมพุทธมหามุนี ศรีศุภนิมิต ซึ่งแปลว่า พระพุทธที่สร้างมาจากฝันดี

หลวงพ่อดำตากแดดทนกรำฝนอยู่บนเขาเจดีย์อย่างเดียวดายนานนับสิบๆปี โดยไม่เคยมีอะไรมาบดบังแสงแดดแผดจ้าให้เลย มีเพียงสายลมเย็นและไอน้ำทะเลที่ชะโลมในยามฝนพรำและค่ำคืนที่น้ำค้างพร่างพรม แต่หลวงพ่อดำก็อยู่ยั้งยืนยงบนปลายเขา แต่แล้วก็เกิดความประหลาดขึ้นเมื่อชาวประมงแล่นเรือออกทะเลลึก หันมาพยมมืออธิษฐานสานกล่าวหลวงพ่อดำ
"ถ้าออกทะเลงวดนี้ได้ปลาสักสองแสนจะสร้างหลังคาให้"

ชาวประมงรายนั้นเฮง เมื่อกลับมาพร้อมกับขายปลาได้สองแสนบาทจริง จึงได้สร้างหลังคาสังกะสีให้หลวงพ่อดำ ต่อมาก็มีชาวประมงออกทะเลแล้วก็บนบานสานกล่าว ขอปลามากมาย ติดสินบนหลวงพ่อดำว่าจะล้อมกำแพงให้ไม่ต้องโดนลมและฝน แล้วก็ได้จริงอีก เป็นอันว่าหลวงพ่อดำได้หลังคาป้องกันแดดและได้ผนังป้องกันลมและฝน 3 ด้าน ส่วนด้านหน้ายังเปิดโล่งโจ้งอยู่เหมือนเดิม

เจดีย์เก่าแก่ในนิมิตพระดำรง ยังอยู่คู่หลวงพ่อดำ
เมื่อฝาผนังกั้นลมฝนของหลวงพ่อดำเริ่มผุ แต่ยังมีผู้คนที่ได้กิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อดำ เดินทางมาขอโชคขอพรอยู่เสมอ ท่านเจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร พระครูวิสารทสุตากร ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ชื่อเสน่ห์ พิทักษ์กรณ์ และชาวบ้านศรัทธาวัดช่องแสมสาร จึงได้ช่วยกันสร้างเป็นวิหารจตุรมุขพร้อมจิตรกรรมปูนปั้นบนผนังด้านนอก อันเป็นเรื่องราวของพระพุทธประวัติ ซึ่งหาชมได้ยากในยุคปัจจุบันนี้ ส่วนผนังด้านในก็ได้กล่าวถึงแล้ว

กล่าวได้ว่า แม้หลวงพ่อดำจะเป็นพระนอกโบสก์ ตั้งอยู่องค์เดียวเดี่ยวโดดอยู่บนยอดเขามานานแสนนาน แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อดำระบือไกลมาก มากจนในแต่ละวันมีพุทธบริษัทที่มีความเคารพและเชื่อถือ เดินทางมากราบไหว้กันไม่ขาดสาย ประกอบกับชาวแสมสารที่ตั้งใจทำมาหากินทางการประมง ก็มีความเจริญรุ่งเรืองทั่วหน้า ทั้งนี้ก็ด้วยความเชื่อถือและศรัทธาหลวงพ่อดำ

วันนี้ ต้องกล่าวว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่ที่ชวนเชิญให้ไปกราบไหว้หลวงพ่อดำนั้น ในมิติของผม ผมเห็นว่าผนังมณฑปด้านนอกและด้านในมีศิลปะที่งดงามอยู่ด้วย แปลกแตกต่างกว่าที่เคยพบเห็นในที่อื่นๆ ไปท่องทะเลตะวันออกทั้งที มีเวลาก็เข้าไปกราบดูสักครั้ง และยังจะได้เห็นเสน่ห์บางเสร่ แสมสาร ว่า ยังมีมนต์เสน่ห์อยู่อย่างในอดีตไหม ?

ปูนปั้นวิจิตรตระการตา


หน้าแรก
เว็บบอร์ด
บทความ
รวมรูปภาพ
ติดต่อเรา
ข่าวสาร

