http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 04/06/2025
สถิติผู้เข้าชม15,345,509
Page Views17,917,199
« October 2026»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

มหัศจรรย์กัมพูชา:ตอน7. พนมกุเลน ต้นธารศิวลึงค์พันองค์ ต้นธารน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยอึ้งเข่งสุง-เรื่อง//ธงชัย เปาอินทร์-ภาพ

มหัศจรรย์กัมพูชา:ตอน7. พนมกุเลน ต้นธารศิวลึงค์พันองค์ ต้นธารน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยอึ้งเข่งสุง-เรื่อง//ธงชัย เปาอินทร์-ภาพ

มหัศจรรย์กัมพูชา:

ตอน7. พนมกุเลน ต้นธารศิวลึงค์พันองค์ ต้นธารน้ำศักดิ์สิทธิ์

โดยอึ้งเข่งสุง-เรื่อง//ธงชัย เปาอินทร์-ภาพ

                   วันนี้ ต้องเดินทางไกลจากเสียมเรียบ 60 กิโลเมตร เพื่อไปยังพนมกุเลนแหล่งท่องเที่ยวในรายการวันสุดท้าย  ถนนไม่ค่อยดีนัก ส่วนใหญ่เป็นหลุมเป็นบ่อ มีร่องรอยฝนตกน้ำขังบนถนนลูกรัง น้ำที่ขังแดงตามสีของดิน  สองฟากทางเป็นหมู่บ้านเล็กๆ จุดที่จอดรถยนต์เพื่อให้พักเข้าห้องน้ำห้องสุขา ค่อนข้างเป็นชนบทมากๆ ไร่นาที่ทำกินเหมือนท้องถิ่นทุรกันดารบ้านเรา เหมือนย้อนอดีตเมืองไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อ 30 ปีก่อน  

   

นั่งในรถยนต์ก็เพลิดเพลินดี

                รถยนต์วิ่งฝ่าป่าดงและเม็ดฝนปรอยๆ ทำให้อากาศเย็นตัวลง เส้นทางที่กำลังเดินทางค่อยๆไต่ระดับความสูงขึ้นทีละนิดๆ บางช่วงมีก้อนหินใหญ่มากอยู่สองข้างทาง บางช่วงเป็นลาดเนินมีต้นไม้ป่าหลากหลายชนิดหนาแน่นบ้าง บางเบาไปบ้าง ต้นไม้ขนาดใหญ่มีไม่มากนัก  เหมือนว่าผ่านการนำไม้ป่าต้นใหญ่ๆไปใช้กันแทบจะหมดแล้ว 

หินก้อนโตๆริมทาง

              ลานจอดรถกว้างขวาง เป็นลานหินขรุขระ ผมเหวี่ยงข้อมือยกนาฬิกาขึ้นมาดูแล้วกดปุ่มวัดระดับความสูง ก็เพียงแค่475 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเทือกเขาสูงที่อยู่ทางตอนเหนือของเมืองเสียมเรียบแล้ว  เป็นป่าต้นน้ำเสียมเรียบที่ทอดยาวไปลง "โตนเลสาป" น้ำที่ผ่านลงไปเหล่านั้น ชาวขอมโบราณยุคสมัยนั้นถือว่าศักดิ์สิทธิ์

คุณโอภาสเล่าเรื่องให้ฟังต่อด้วยไกด์กัมพูชา

              ไกด์นำเที่ยวแจ้งว่า เรากำลังจะไปชมศิวลึงค์และฐานโยนีนับพันองค์ รวมทั้งมีหินสลักใต้น้ำรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ด้วย  ด้วยเหตุนี้จึงถือกันว่าเป็นแหล่งต้นน้ำศักดิ์สิทธิ์  เราเดินไปริมแม่น้ำเสียมเรียบ น้ำตื้นมากจนเห็นท้องน้ำเป็นศิวลึงค์ ฐานโยนี และนารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งก็ต้องถือว่าช่างน่าอัศจรรย์ด้านความคิดและความเชื่อถือในลัทธิไศวนิกาย 

 

ฐานโยนีและศิวลิงค์กว่าพันองค์ๆนี้ใหญ่มากๆ  

              เรื่องราวมีอยู่ว่า ย้อนอดีตไปเมื่อปีพ.ศ.1345 อันเป็นปีที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ได้ทรงรวบรวมเจนละบกและเจนละน้ำเข้าด้วยกัน เป็นขอม/ขแมร์/เขมร ทรงตั้งชื่อเมืองหลวงของพระองค์ว่า มเหนทรปุระ (พนมปุเรน) ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของเขมรโบราณ  แต่เขาจัดอยู่ในยุคเมืองพระนคร  พระองค์สถาปนาลัทธิเทวราชาขึ้นเป็นครั้งแรกที่เทือกเขาพนมกุเลน(ภูเขาที่มีต้นลิ้นจีมาก) มีร่อยรอยเป็นปราสาทเล็กๆบนเขาพนมกุเลน แต่พวกเราไม่ได้ขึ้นไปดูเลย

ข้อเท็จจริงมีศิวลึงค์กว่าพันองค์

               ได้เริ่มมีการสลักหินในห้วยเสียมเรียบเป็นศิวลึงค์กว่าพันองค์ พร้อมด้วยฐานโยนี และนารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งอยู่บนขุนต้นน้ำ ตามลัทธิไศวนิกายมีความเชื่อกันว่าเมื่อน้ำที่ไหลผ่านศิวลึงค์ ฐานโยนี ซึ่งถือกันว่าเป็นต้นกำเนิดชีวิตและนารายณ์บรรทมสินธุ์ จึงเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนั้นหินจากเขาพนมกุเลนนี้เองที่มีแหล่งหินตัดแล้วนำไปสร้างปราสาทที่เมืองเสียมเรียบตั้งแต่ปราสาทบายน ปราสาทนครวัด ฯลฯ ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ได้ทรงย้ายกลับไปยังเมืองพระนคร(เสียมเรียบ)

นารายณ์บรรทมสินธุ์ต้นแม่น้ำเสียมเรียบ

               หลังจากนั้นคณะนักท่องเที่ยวจากทุกทัวร์ก็ทะยอยกันเข้ามาชมดูศิวลึงค์กว่าพันองค์  คณะเราเดินขึ้นไปตามร้านค้าขายของที่ระลึก ซึ่งสภาพร้านค้าเหมือนร้านค้าตามแหล่งท่องเที่ยวบ้านเรา มีเพิงขายสินค้าตั้งแต่ของกินแบบกัมพูชา  ยาสมุนไพรใส่ซองพลาสติก  มัดเป็นกองๆก็มี  แม่ค้าจะร้องเชิญชวนให้แวะชมและทดลองอยู่  ส่วนอาหารก็เช่นขนมจีน น้ำยาป่าแบบเขมร  ปิ้งปลา ไก่ หมู  เนื้อ หอมน่ากินเหมือนกัน แต่วิธีเสียบปิ้งปลาเขาแปลกแตกต่างจากบ้านเรา

นารายณ์บรรทมสินธุ์ที่เหนือน้ำตก

               ใกล้ๆบันไดขึ้นวัดพระองค์ธมมีร้านแลกเปลี่ยนเงินบาทเป็นเงินเรียลของกัมพูชา เขามัดเป็นปึกๆใส่ตู้อย่างกับมัดเงินกีบของลาว และเงินรูปีของอินเดียช่วงทางเข้าพุทธคยา ผมงงๆอยู่ว่าอะไรในตอนแรก แล้วผมก็รู้ว่า เขามีให้แลกเพื่อให้นำไปทำบุญทำทานที่ตีนบันไดวัด มีขอทานตั้งแต่รุ่นเด็กเล็กๆจนถึงรุ่นย่ารุ่นยาย  คนตาบอดคนหนึ่งตั้งขันไว้เบื้องหน้า พอมีนักท่องเที่ยวเดินใกล้เข้าไป(ประสาทหูเขาดี ได้ยินการเดินได้อย่างแม่นยำ) เขาก็จะร้องเพลงขอทานของเขา เสียงดัง เรียกร้องความสนใจ ส่วนเด็กและย่าหญิงทั้งหลายก็ยื่นมือขอๆๆๆ

   

นักท่องเที่ยวเดินขึ้นวัด

              หลังจากนั้นก็ไปไหว้พระบนวัด ที่สลักเป็นพระนอนองค์โตจากก้อนหินใหญ่ที่มีอยู่แล้ว  มีศาลาสูงมากพอสมควรให้ขึ้นไปชมวิวและกราบหลวงพ่อพระนอน  ฝนตกปรอยๆทำให้ช่างภาพของผมกลัวกล้องพัง ก็เลยได้ภาพเท่าที่เห็นในเรื่องนี้ ขาเดินลงจากวัด ผมเดินมาเดี่ยวๆ  ได้เห็นนักพนันรุ่นจิ๋วล้อมวงกันอยู่ตีนบันไดวัดนั่นแหละ 

เด็กๆมาทำงานตามแนวทางของเขา

              "เมื่อทำบุญทำทานไปแล้ว เราก็ได้บุญแล้ว เขาจะเอาไปซื้อของกินหรือของใช้ หรือเล่นการพนันกัน ช่างเขา" อันเป็นความคิดของแม่ที่เคยพร่ำสอนเมื่อไปเจอขอทาน

              แต่วันนี้ แทบไม่เห็นขอทานเหมือนสมัยก่อน

นักท่องเที่ยวชาวไทยและกล้วยที่แขวนขาย

 ล้อมวงทำอะไรกัน อิอิ..เงินเรียลเป็นปึกๆและดอกบัวบูชา

      

ศาลาสูงชมองค์พระนอนซ้าย

วิถีพุทธ นิยมถวายสังฆทานคล้ายบ้านเรา

 ขอทานตาพิการและพ่อค้าของที่ระลึก

      

เด็กๆที่ไหนในโลกนี้ก็เล่นน้ำอย่างนี้กำลังกระโดดนั้นลูกฝรั่ง

 

 

จองศาลาเพื่อล้อมวงกินข้าวกล่องริมน้ำตก

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view