เสือกลิ่นสาบ
โดย อินทรี ดำ
ตอน23. ไม้หลักปักขี้เลน
ข้าราชการสำนักพัฒนาป่าไม้ที่ นน.2 ล้วนพะวงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผลการจับกุมแล้วต้องโยกย้ายของกลางอันได้แก่รถยนต์แทรกเตอร์ตีนตะขาบ ดี 8 ของลูกช่วงบริษัททำไม้จังหวัด ถ้าต้องเดินรถมาตามถนนระยะทางกว่า 40 กม.จากที่ราบขึ้นไปตามที่สูงชันมากขึ้น บางช่วงต้องไต่ลงทางชัน แน่นอนว่ารถแทรกเตอร์ตีนตะขาบเดินทางได้ช้าๆ และเกิดการสึกหรอ การต่อรองที่เกิดขึ้นทำให้มณีรู้สึกกังวล ไม่ว่าใครก็ห่วงของที่ตนเองใช้ทำมาหากิน
“ประเสริฐ ควบคุมการเคลื่อนย้ายช้าๆนะ รับปากเขาว่าจะช่วยระวังให้ ไม่อยากเสียความรู้สึก” มณีเน้นย้ำกับประเสริฐผู้ซึ่งมณีไว้วางใจมากเป็นพิเศษ
“ครับ ตำรวจส่งพลตำรวจ “หลอ” มาให้กำกับการเคลื่อนย้ายครับ” ประเสริฐรายงานช้าๆ แต่นิ่ง
“ใครก็ได้ หลอเป็นตำรวจดี เพียงแต่เมาตลอดเวลา ระหว่างการนำเคลื่อนที่แล้วต้องนอนพักค้างกลางป่า ระวังด้วย”
การเคลื่อนย้ายของกลางสำคัญต่อระเบียบการจับกุมดำเนินคดี เพราะเพียงของกลางถูกทำลายก็ต้องชดใช้หัวโต 6 ล้านบาทไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับข้าราชการที่มีเงินเดือนเพียงเดือนละ หมื่นเศษๆ กว่าที่ประเสริฐจะขนย้ายของกลางมาส่งโรงพักได้ก็ใช้เวลาไป 1 วัน 1 คืน และอีกกว่า 7 ชม. แต่พอของกลางส่งถึงหน้าโรงพัก เสียงเฮดังขึ้นไปทั่ว
“สารวัตรใหญ่ดำเนินเรื่องราวขออนุมัติการคืนของกลางระหว่างการดำเนินคดี ด้วยเทคนิคการผ่อนส่งรถยนต์กับบริษัทจัดจำหน่าย”
ร้อยเวรแจ้งให้ประเสริฐทราบ และยกทีมกลับด้วยใบหน้าซีดเผือด มณีได้รับแจ้งข่าวก่อนประเสริฐรายงาน สงสารทีมงานที่รู้สึกเศร้าหมองไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ตีงูให้กากินตัวเป้งเลยพี่” สมชายเดินเข้ามาพูดค่อยๆ มณีหันขวับ แต่ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร
ข่าวเรื่องการคืนของกลางโด่งดังไปทั่วยุทธ์จักรมือปราบมอดไม้ทั้งของเมืองแพร่และเมืองน่าน สมกับข่าวปิดตลาดเลี้ยงเหล้าเบียร์แบบไม่อั้นของเสี่ยเจ้าของสัมปทานทำไม้ แต่คดีก็ยังคงดำเนินต่อไปตามวิถีทางของคดี เรื่องเหมือนว่าจะจบ แต่มันกลับระอุยิ่งกว่าเตาเผาก้น เมื่อสายข่าวแจ้งว่า เสี่ยผู้เป็นผู้จัดการบริษัททำไม้จังหวัดจำกัดไม่ยอม
“แม่ง มันแน่มาจากไหนวะ กูอยากรู้นัก 16 ปีที่กูทำไม้มา ไม่เคยมีป่าไม้คนไหนกล้ามาแตะต้องกู ก็ให้มันรู้ไป”
วาจาสิทธิ์ที่เสี่ยผู้จัดการบริษัทลั่นไปทั้งแขวงเมืองเหนือ โดยเฉพาะในวงการมือปืน ผู้กว้างขวาง
เมื่อเข้าไปประชุมระดับสำนักที่ศูนย์รวมในจังหวัดน่าน หัวหน้าหน่วยต้นน้ำแม่กอน ผู้มีภรรยาเป็นคนเด่นชัย เมืองแพร่ เดินเข้ามายกมือไหว้มณีแล้วกระซิบค่อยๆที่หู เหมือนซุบซิบเรื่องหญิงกันอย่างแต่ก่อน
“พี่มณีครับ ระวังตัวมากๆนะครับ ข่าวไม่ดี พี่มีค่าหัว 5 หมื่นบาทแล้ว”
มณีฟังด้วยความรู้สึกเสียวๆ แต่ก็ยังวางสีหน้าที่เรียบเฉย และกล่าวตอบขอบคุณด้วยท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เฮ้ย คำนึงขอบใจว่ะ ไม่งั้นไม่รู้เลยนะนี่”
แล้วมณีก็หัวเราะเหมือนว่าไม่มีเรื่องเครียดใดๆ สายตาที่สบต้องกันเท่านั้นที่บอกให้รู้ว่า มีความจริงอยู่เพียงไร
“มณี ผมรู้สึกว่าน่าจะต้องเข้าออกจากนาน้อยถึงน่าน มากันเยอะๆหน่อยคงดูดีกว่า” เพื่อนร่วมงานน่านตอนบนพูดเบาๆ
“ได้ ผมจะระวังให้มาก ๆ” มณีกล่าวขอบคุณแล้วลาจาก
วันเวลาผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น เหมือนทะเลที่ไร้คลื่น เหมือนสายลมจางๆที่แผ่วโผย มณีเข้าไปในสำนักงานตามวันเวลาราชการปกติ ออกไปปฏิบัติการตรวจป่าเหมือนเดิม แต่แล้วเช้าหนึ่งซึ่งรู้สึกคิดถึงเมียและลูกมาก มณีตัดสินใจให้สาไปส่งขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพ เพื่อไปเยี่ยมครอบครัว และจะเลยเข้าไปเล่าเรื่องให้กับรองอธิบดีกรมป่าไม้ นาย
“ตั๋วเต็มหมดครับ” สารายงาน มณีนิ่งแล้วกล่าวเบาๆ “ไปในเมือง” ซึ่งระหว่างมณีแลเสารู้กันดีว่าต้องไปที่ไหน
กกกกกก
มณีต้องทนนั่งทำงานด้วยความรู้สึกกระสับกระส่าย มีความวุ่นวายอยู่ในใจ กังวล เครียด มันเหมือนท้องอืดท้องเฟ้อ มันตะครั่นตะคร้อตัวบอกไม่ถูก เหมือนลางสังหรณ์ เหมือนมีอะไรติดๆอยู่ในใจ มีเสียงเคาะประตูร้อนรน
“หัวหน้าครับ มีวิทยุด่วนที่สุดให้เข้าไปพบท่านอธิบดีกรมป่าไม้” สมชายยื่นให้มณีอ่าน ผู้ลงนาม นาย.....ป่าไม้เขตแพร่ มณีนิ่งอึ้ง สมชายมองหน้าด้วยแววตาเป็นห่วง
ในที่สุดมณีได้เข้ากรมป่าไม้จนได้ แต่ไปด้วยวิทยุด่วนที่สุด ท่าจะยังไงๆอยู่ มณีนั่งรถทัวร์เข้าไปจากอำเภอเวียงสาในเย็นนั้น นอนไม่หลับเหมือนครั้งก่อน กระสับกระส่ายไปตลอดทาง นึกในใจว่ามันเรื่องอะไรกันหรือถึงวิทยุด่วนที่สุด แต่ไม่น่าจะเรื่องดี
กลับถึงบ้านเช้ามืดตีห้ากว่าๆ มณีอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปนั่งดื่มกาแฟในความมืดที่ระเบียงหน้าบ้าน รอเวลาให้สว่าง รอให้แม่และลูกเตรียมตัวพร้อมเดินทางไปเรียนหนังสือและไปทำงาน มณีจะติดรถเก่าๆของครอบครัวไปลงกลางทาง แล้วต่อรถโดยสารไปยังกรมป่าไม้ แม่ของลูกนิ่งสงบปากที่เคยช่างเจรจาเหมือนจะรู้แล้วว่า สามีมีเรื่องไม่สบายใจ
“พ่อ เย็นกลับมากินข้าวบ้านหรือเปล่า”
“กลับ แล้วเจอกันนะ” มณีพูดน้อยกว่าปกติอีกแล้ว
มณีเข้าไปถึงกองต้นสังกัด ผอ.กองรออยู่ด้วยอาการลิงโลดชอบกล ผู้อำนวยการกองต้นน้ำคนนี้เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับป่าไม้เขตแพร่คนใหม่ คนที่ดูท่าทางเหมือนว่าเป็นคนซื่อสัตย์ จริงจังกับงานในหน้าที่ และดูเหมือนจะพูดน้อยต่อยหนัก
“มาก็ดีแล้ว ไปพบท่านอธิบดีกับผม”
พูดแล้วก็ลุกขึ้นยืนด้วยร่างที่สูงใหญ่ ดูช่างน่าเกรงขามนัก มณีเหมือนจะกลายเป็นคนแคระไปในบัดดล ท่านเดินไปก็พูดไป
“คุณคงต้องย้ายกลับมาอยู่กอง คุณมีปัญหาแรงมาก การจับบริษัททำไม้ไม่ง่าย และน่าเป็นห่วงว่าเขาจะเก็บคุณ”
ท่านผอ.พูดไปก็ก้าวเท้าเดินอ้าวๆ มณีขาสั้นกว่าต้องเร่งความเร็วให้ทัน
เมื่อถึงหน้าห้องท่านอธิบดีกรมป่าไม้ ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับท่านรองอธิบดีอุกฤต มหากาฬ หน้าห้องเป็นรุ่นน้อง ผมหยิกหยอย ตาพองโต ผิวคล้ำเนียน ตามลักษณะคนภาคใต้ ซึ่งน่าจะรู้เรื่องกันอยู่แล้วรีบเปิดประตูเชิญให้เราสองคนเข้าไปทันใด
มณียกมือทำความเคารพ เมื่อได้รับคำสั่งว่าให้นั่งจึงนั่งลง นั่งอยู่ต่อหน้าพญายมกับท่านสุวรรณยังไงยังงั้นทีเดียว เหมือนรอคำตัดสิน เสียงท่านพูดเนิบๆ
“คุณคงต้องย้ายกลับกองต้นน้ำ คุณมีปัญหาเยอะนี่ คุณ
เสียงเนิบๆกินใจด้วยเนื้อหา มันบาดแปล๊บลงไปในห้วงหัวใจมณีจนหน้ามืด มณีนั่งฟังด้วยความงุนงง นั่งนิ่ง เงียบ น้ำตาคลอหน่วยอย่างช่วยไม่ได้
“เดี๋ยวผมจะให้เขาออกคำสั่ง ผมต้องปกป้องชีวิตลูกน้อง ผลงานเก่าคุณก็ดี แต่..” ท่านอธิบดีผู้ยิ่งใหญ่นิ่งไปอึดใจหนึ่ง แล้วก็โพล่งออกมาเต็มเสียง
“ภายใน 3 วันนี้”
เหมือนอสุนิบาตฟาดเปรี้ยง มณีสะดุ้งแปดตลบ มันบีดคั้นหัวใจให้หัวใจสูบฉีดโลหิตขึ้นหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มณี ทุบโต๊ะโครม ๆๆ แล้วเปล่งเสียงดัง
“ผมไม่ย้าย ผมไม่ย้าย ท่านย้ายผมไม่ได้ ถ้าต้องตายเพราะว่าทำงานตามหน้าที่ ผมยอมตายดีกว่า” เสียงมณีดังมาก ดังจนท่านอธิบดีและผู้อำนวยการกองผงะ
“คุณจะถูกเขาฆ่าตาย คนดีๆมีฝีมืออย่างคุณจะไปยอมตายทำไม วีรบุรุษน่ะ 3 วันเขาก็ลืมกันหมดแล้ว” เสียงท่านอธิบดีพยายามสาธยายเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันนั้น ผู้อำนวยการกองก็เสริมขึ้นด้วยเสียงเครือๆ
“คุณต้องย้าย หยุดได้แล้ว ผมจะเสนอคำสั่งให้ท่านลงนามเย็นนี้เลย” แต่แล้วท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองก็ต้องผงะอีกครั้งเมื่อมณีฟูมฟายด้วยน้ำตาที่นองใบหน้า
“ถ้าคำสั่งไม่ชอบด้วยเหตุผล ผมไม่เซ็นต์ทราบคำสั่งเด็ดขาด แล้วผมจะบันทึกแย้งขึ้นมา เรื่องที่กล่าวอ้างกันว่าผมจับแล้วด่าผู้ต้องหานั้น ผมเกิดมาบนชาติเชื้อของตระกูลผม ผมกล้ายันได้เลยว่าไม่เคยประพฤติตามข้อกล่าวอ้าง ไม่ว่าทั้งบริษัทหรือตำรวจที่ผมจับ ผมได้แต่พูดว่าอย่าโกรธกันนะ ผมทำตามหน้าที่” มณียังไม่ยอมลดเสียงลง แต่ท่านก็พยายามจะให้มณียินยอม
“ท่านตั้งสำนักพัฒนาป่าไม้ขึ้น ท่านเจตนาจะระดมสรรพกำลังปฏิบัติการตามกรอบที่คล้ายป่าไม้แขวงที่ท่านเคยเป็น เกิดเอกภาพการบริหาร สำนักพัฒนาที่นน.2 แห่งนี้ ผมกล้าพูดได้ว่า มีผลการรายงานมากที่สุดใน 17 สำนัก ท่านตั้งมาทำไม ตั้งมาแล้วต้องฟังเหตุผลผมด้วย ไม่ใช่ไปเข้าข้างบริษัททำไม้ที่หาญกระทำผิดมาตลอด “ มณีย้ำเสียงดัง
“ท่านต้องสั่งบริษัทว่าถ้าปฏิบัติมิชอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ที่อยู่พื้นที่ ใกล้ชิด รู้และเห็นจะจะ สั่งการต้องปฏิบัติตาม ไม่ใช่มาฟ้องอธิบดี แล้วอธิบดีก็ไปเข้าข้างพ่อค้า ท่านต้องลงไป ไปไหมครับ ไปให้รู้เห็นความจริง” มณีนิ่งมองหน้าตาเขม็ง
“ แล้วท่านตั้งสำนักพัฒนามาทำไม ผมถามว่าท่านตั้งสำนักพัฒนาป่าไม้ขึ้นมาทำไม” มณีเน้นเสียงเข้มพร้อมกับตบโต๊ะท่านอธิบดีไปด้วย จนท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองคนนั่งกันนิ่งไปพักใหญ่ ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองกำลังเครียด
“ผอ. เขาไม่ยอมย้าย” อธิบดีพูดขึ้น แล้วก็พูดต่อ
“ก็ไม่ต้องย้าย”
ผอ.กองมองสบตาท่านอธิบดี แล้วก็ลุกไปดื้อๆ มณีลุกตามโดยไม่ได้ไหว้ลาทั้งสองคนแต่อย่างใด น้องหน้าห้องนั่งก้มหน้านิ่งเหมือนไม่รู้เห็นเหตุการณ์