ร้านอาหารชื่อวันอังคาร ทำไม อร่อยไหม
โดยลุงดำ คำโต เรื่อง-ธงชัย เปาอินทร์-ภาพ
เดิมทีเดียว นายละเอียด ทองนิ่ม เป็นกรรมกรแบกข้าวสารอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยเข้าไปแบกข้าวสารตั้งแต่ปีพ.ศ.2511-2532 รวมเวลา 21 ปี มีบ้านไม้จนถึงบ้านตึกรวมแล้ว 5 หลัง (มีคราวละหลัง) เหมือนว่าอยู่ไม่เป็นสุขนัก วันหนึ่งได้คุยกับชาวจีนคนหนึ่ง เขาพูดให้ฟังเรื่องทำอาหารที่จำได้ติดใจว่า "อาหารทำไม่ยาก ปรุงให้รสชาติดีๆก็ขายได้" ตัดใจเลิกแบกข้าวสารหันไปเรียนปรุงก๋วยเตี๋ยวแล้วก็ลองไปขายที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ละเอียดเล่าว่า วันนั้นคุยกับเมียว่า ขายได้สัก 5 ชามๆละ 5 บาท ก็พอแล้ว" ด้วยความไม่มั่นใจนัก แต่ปรากฎว่าขายดีจนได้รับคำชมว่า น้ำปรุงรสก๋วยเตี๋ยวอร่อยมาก ขายดีแต่เหนื่อยมาก วันหนึ่งตัดสินใจขายบ้านแล้วหอบเงินกลับบ้านสวนกล้วย หมู่ที่ 6 ตำบลมหาดไทย อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ซื้อที่ดินติดคลองชลประทาน 2 ไร่เศษ แล้วปลูกเพิ่งขายอาหารเน้นอาหารพื้นบ้านราวๆปีพ.ศ.2548 เช่นแกงส้ม แกงคั่วหอยขม ฉู่ฉี่ปลาหมอกลม ต้มโคล้งปลากดคัง
ละเอียด ทองนิ่ม เจ้าของร้านวันอังคาร
ละเอียดเล่าว่ามีเมียชื่ออนงค์ สุขสมญา มีลูก 2 คน ช่วยงานอยู่ทุกวันนี้คนหนึ่ง อีกคนหนึ่งทำงานกรุงเทพ ตนและเมียเกิดวันอังคารทั้งคู่ กด็คิดว่า ร้านอาหารอื่นๆเขาชื่อกันแปลกๆ แต่ตนเองอยากใช้ชื่อที่ไม่เหมือนใคร ก็เลยตัดสินใจชื่อ "ร้านวันอังคาร" โดยตนและเมียได้เดินทางไปกราบหลวงพ่อพระพุทธไสยาสน์ ขุนอินทประมูล ซึ่งเป็นพระประจำวันของคนที่เกิดวันอังคาร ขอใช้ชื่อร้านอาหารว่า ร้านวันอังคาร
ชื่อร้านนี้เพิ่งตั้งมาเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง บรรยากาศริมทุ่งชายนา มองไปทางไหนก็เห็นความเขียวขจีสีสดใส โดยมีจุดขายอยู่ที่อาหารที่ทำจากปลา เช่นปลาช่อน ปลากดเหลือง ปลากดคัง ปลาม้า ปลาหนวดพราห์ม ปลาแปบควาย ปลายสายยู ปลาเนื้ออ่น ปลาหมอกลม ปลาตะเพียน ฯลฯ ทุกปลาต้องสดซิงๆ และรสชาติเน้นรสจัดจ้านตามแบบฉบับอาหารบ้านทุ่ง เครื่องเคราที่ปรุงถึงตามต้นแบบ อาหารร้านนี้จึงเป็นแบบโบราณๆ
ผู้ช่วยผอ.วิทยาลัยการอาชีพ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง นายชูศักดิ์ เปาอินทร์ ได้สั่งอาหารให้กินโดยไม่ถามคนกินเลย รายการอาหารที่สั่งมีดังนี้คือ
แกงคั่วหอยขม
แกงคั่วหอยขม ใส่ใบชะอม และหน่อไม้ซอย ได้รสชาติแกงคั่วจังๆ และหอมใบมะกรูดซอยที่โรยใส่มาก่อนเสิร์ฟ กินร้อนๆกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อย รสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ดไปและไม่เลี่ยนไป ใช้กะทิจริงจึงหอมมันกว่าใช้นมสดปรุง หอยขมนุ่มแต่เคี้ยวกรุบกรับ มันดี ไม่มีกลิ่นเหม็นขี้โคลน หรือเหม็นคาวเพราะว่าเนื้อหอยไม่สด
ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนทอดกรอบ
ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ปลาเนื้ออ่อนขนาดเล็กๆ ทอดจนเหลืองกรอบ กินได้ทั้งตัว เนื้อพริกแกงตำละเอียด เครื่องเคราตามแบบฉบับของคนอ่างทองขนานแท้ เมื่อผัดพริกแกงจนหอมแล้วใส่ปลาลงไปคลุกจนเข้าเนื้อ ใส่จานแล้วโรยด้วยใบมะกรูดซอย ผักชีฝรั่งซอย ห้อมหอม น้ำลายสอทีเดียวคลุกพริกฉู่ฉี่กับข้าวสวยแล้วหั่นปลาเป็นชิ้นๆ ป้อนเข้าปากแต่ละคำด้วยความรู้สึกว่าได้กลับบ้าน
ต้มยำน้ำใสใส่พริกเผาหอมๆ
ต้มยำปลารสแซบ ปลาสด ไม่เหม็นคาว เครื่องต้มยำครบเครื่องตามแบบคนอ่างทองกินกัน โดยเฉพาะโรยมาด้วยพริกแห้งเผา เพิ่มความหอมเตะจมูกมากๆ เป็นต้มยำแบบน้ำใส รสชาติกลมกล่อมโดยมีเปรี้ยวนำเค็มตาม แต่ถ้าเป็นตำรับแม่ผมละก้อ จะเผาหอม กระเทียม และพริกแห้ง จนหอมกรุ่นแล้วโยนใส่ครกโขลกจนแหลก แต่ไม่ละเอียดนัก ใช้ช้อนตักใส่ชามแล้วราดด้วยน้ำต้มยำ คนจนพริกกระจายแล้วใส่ลงหม้อที่จะเสิร์ฟ หอมสุดใจ
ปลาหลดแดดเดียว กรอบ นุ่ม อร่อย
ปลาหลดแดดเดียวทอดกรอบ ขนาดปลาหลดใช้ขนาดเล็กๆ ทอดมาทั้งตัว รสชาติไม่เค็ม ไม่หวาน กำลังดี กินได้ทั้งตัวตั้งแต่หัวเล็กๆจนจดหาง กินเกลี้ยงตลอดตัว นี่ถ้าไปกินช่วงเวลาแดดร่มลมตกละก้อได้กับแกล้มที่กินเพลิน แต่อย่างไรก็ดี การกินปลาหลดแดดเดียวกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยเหลือแล้ว
ปลาคังผัดฉ่ารสจัดจ้าน
ปลาคังผัดฉ่า เนื้อปลาหั่นมาหนาพอควร ทอดพอเหลืองนิดๆ ผัดเข้าเครื่องผัดฉ่า รายการนี้ อ่างทองไม่เคยมีจ้ะ เป็นตำรับมาจากร้านอาหารในกรุงเทพ หรือมาจากชายทะเล แต่เมื่อลองกินดูก็อร่อยกลมกลึงมากๆ ยิ่งไม่หวงกระชายซอยและพริกไทยอ่อนสด พริกเหลืองซอย ด้วยแล้ว ซาบซ่าเอาการอยู่ โดยเฉพาะพริกไทยอ่อนนั้นเป็นสมุนไพรบำรุงกำลังพิเศษครับ เจอเมื่อไรอย่าไปเขี่ยทิ้งเชียว ของแพงและของดี หนุ่มใหญ่ๆจำเอาไว้ด้วย เดี๋ยวจะหาว่าลุงดำรู้ดีก็ไม่บอกกัน
ปลาซิวชุบแป้งทอดกรอบ
จานสุดท้าย เจ็บกระดองใจลุงดำจริงๆ ปลาซิวชุบแป้งทอด ทอดมากำลังดี กินอร่อยมาก แต่ที่เจ็บกระดองใจก็คือ ในสมัยลุงดำอยู่บ้านห้วยคันแหลน ไปยกยอกุ้งฝอยแล้วได้ปลาซิวติดมาด้วย พวกเราจะคัดทิ้งไว้สำหรับให้เป็นอาหารเป็ดในเล้าครับ แต่เดี่ยวนี้ วันนี้ ลุงดำต้องมาแย่งอาหารเป็ดไปเสียแล้ว ทั้งนี้ก็ด้วยฝีมือการออกแบบอาหารของละเอียดเขาซี
ไม่งั้นก็เพราะว่า ความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำลำคลองเมืองอ่างทองมันได้ปราสนาการไปแล้วตามสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทั้งๆที่อ่างทองเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลางนี้เลยก็ว่าได้ สิ่งที่ลุงดำเศร้ามากๆทุกครั้งที่กลับบ้านก็คือ คลองห้วยคันแหลน คลองบางแก้ว คลองอีดูด สารพัดคลอง ไม่มีน้ำไหลเจิ่งนองอย่างแต่เก่าก่อนย้อนอดีต มีแต่ฤดูฝน ฤดูแล้ง ส่วนฤดูน้ำ และฤดูหนาว มันได้ล่มสลายไปแล้วเหมือนกัน
รู้ไหม สมัยเด็กๆลุงดำเคยพายเรือไปลงข่าย ลงเบ็ดราว ตกปลา ลอยเรือแทงปลาตอนคืนเดือนมืด เก็บสายบัวมาต้มกะทิปลาทู ยกยอกุ้งฝอยยามน้ำลด ตำกะปิไว้กินทั้งปี
ธรรมชาติแสนงามของเมืองอ่างทองได้ละลายหายไปกับสายน้ำที่เดี๋ยวนี้ไม่เคยไหลหลั่งมาตามฤดูกาลอีกเลย
จากอ่างทองไปร้านวันอังคารง่ายๆ ด้วยการวิ่งรถยนต์ไปตามถนนสายอ่างทอง-วิเศษชัยชาญ พอถึงซอยก่อนถึงซอยวัดแปดแก้ว ก็เลี้ยวเข้าไปตามถนนราดยางได้เลย ผ่านทุ่งนาเขียวๆไปสัก 2.5 กมก็จะถึงร้านวันอังคารซึ่งตั้งอยู่ทางขวามือ ถ้าไปกินอาหารร้านนี้แล้วไม่อร่อยก็โทรไปเฉ่งได้เลย ละเอียด ทองนิ่ม โทร.081-9061652 ช่วงเที่ยงและเย็นควรโทรสั่งล่วงหน้า