http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/01/2025
สถิติผู้เข้าชม14,649,649
Page Views17,006,718
« April 2025»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

วรรณกรรมเยาวชน กิ่งคำปายกับยายทวด ตอน14. ค่ำแล้ว นกกากู่ร้องกลับรวงรัง โดยเอื้อยนาง

วรรณกรรมเยาวชน กิ่งคำปายกับยายทวด ตอน14. ค่ำแล้ว นกกากู่ร้องกลับรวงรัง  โดยเอื้อยนาง

 

วรรณกรรมเยาวชน กิ่งคำปายกับยายทวด

ตอน๑๔.ค่ำแล้ว นกกากู่ร้องกลับรวงรัง  

โดยเอื้อยนาง

           ชาวนาแบกจอบ คอนตะกร้าเดินตามฝูงควาย ไล่ต้อนจากทุ่งกว้าง และหว่างไพรกลับเข้าคอก นาย พรานสะพายย่ามหนักอึ้ง หลังแอ่นเดินตามเจ้าหมาล่าเนื้อตัวแสนรู้มุ่งหน้ากลับเรือน

           แต่สาวในเครื่องแต่งกายแบบชายมิดชิดคนหนึ่งกลับหลบออกจากเคหาสถานมุ่งหน้าขึ้นภูสูงสวนทางกับชาวนา และนายพราน ผู้กลับมาจากทุ่งนาชายป่าพงไพร

          “ไปอยู่เมืองอุบลก็ดีเหมือนกันนะคำปลิว”

          เสียงสัตว์ใหญ่ในป่าลึกแผดร้องก้องดัง ชะนีโหยหวน ชวนวังเวง ป่าบรรเลงเพลงหวีดหวิว ฟังคล้ายเสียงของเจ้าย่าที่ยังคงดังแว่ว ๆ ให้ได้ยินในโสตประสาท ย่าบอกว่าให้ไปอยู่เมืองอุบลไปเป็นคนไทคนเทศ เป็นเหมือนเสียงเร่งเร้าให้เท้าเล็ก ๆ นั้นซอยถี่เร่งความเร็วบุกเข้าไปในป่าให้เร็วขึ้น แสงไฟที่เห็นวับแวมบนยอดภูจอมเกล้าคือจุดหมายปลายทาง ให้มุ่งหน้าฝ่าไป

          ลมต้องปลายไม้เสียงดังหวีดหวิว วิ๊ว....สัตว์อะไรบางอย่าง อาจเป็นลิง ค่าง บาง ชะนี หรือนกกลางคืนขนาดใหญ่โยนตัวเสียงดังหวีดวิ๊วผ่านหน้าไป ป่าใหญ่ในภูจอมเกล้าเป็นป่าศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านชาวเมืองในแถบถิ่นนี้ เป็นที่สิงสถิตของดวงวิญญาณแห่งบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ เรียกกันว่าปู่ตาเป็นวิญญาณผู้อยู่รักษาป่าดงพงไพร สิ่งที่เกิดในดงนี้ทั้งพรรณไม้มากมาย สัตว์ป่าหลากล้น ล้วนเป็นสมบัติของธรรมชาติ ปู่ตาเป็นผู้รักษาไว้ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบมา

           เชื่อกันว่าสัตว์ป่า และพืชพรรณนานาที่มีในดงรอบภูเขาแห่งนี้คือสมบัติ และบริวารของวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์นั้น ในดงของปู่ตานี้ ไม่มีมนุษย์คนใดมากล้ำกรายทำร้าย ป่าจึงคงหนาทึบ ชุ่มเย็น เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานา

           เพราะป่าคือถิ่นของมัน มันจึงโยนตัวกระโดดทะยานปลิวผ่านหน้าเหมือนท้าทายผู้บุกรุกฝ่าเดินเข้าเดียวดาย

          “เจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าดงไพร โปรดอภัยให้ลูกด้วย”

          สาวเจ้ารำพึงระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตในป่าดง  “ลูกเพียงผ่านไปเท่านั้น  มิมีเจตนาจะมารุกล้ำกล้ำเกินทำลายสมบัติบริวารของท่านหรอก”

          บ่นบอกในใจพลางส่งเสียงเป็นสัญญาณขึ้นไปสู่คนผู้จุดไฟอยู่บนภูสูง ไม่นานก็มีเสียงร้องของนกแจนแวนเป็นจังหวะเหมือนคนเป่าแคนดังตอบมา พร้อมแสงไฟเคลื่อนลงมาส่องทาง

          “เจ้ามาคนเดียวแน่นะคำปลิว”

           หนุ่มน้อยผู้ถือคบไฟส่องทางลงมารับถามพลางเพ่งสายตามองรอบด้านให้แน่ใจ

           “ไม่ต้องห่วงหรอกพี่บุญอุ้มข้ารู้  ข้ามีผู้ดูต้นทางให้ก่อนหลบออกมาจากหอคำ”

           ในพงใหญ่ไพรหนาของดงปู่ตาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ไม่มีใครอยากบุกฝ่าเข้ามาแม้แต่ยามกลางวันที่มีแสงสว่างอยู่แล้ว ยิ่งยามค่ำคืนอย่างนี้ยิ่งไม่เคยมีใครเลยจะอยากก้าวเท้าเข้ามา กระนั้นชายหนุ่มที่ชื่อบุญอุ้มก็ยังระแวดระวัง มองหน้ามองหลังให้แน่ใจแล้วจึงเข้ามาจูงแขนผู้อุตส่าห์ฝ่าดงมาหาอย่างสนิทสนม

           “ดีใจที่เจ้ามา เจ้าอุตส่าห์ดั้นด้น...”

           เขาละล่ำละลัก แทบลืมหายใจด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น

           “อย่ามัวพูดอยู่เลย”

          สาวเจ้าแก้เขินแกล้งทำเสียงดัง

         “งั้นมาทางนี้เถอะ”

          ว่าแล้วก็ออกเดินนำหน้าไปตามทางเดินแคบ ๆ เคี้ยวคด ลดเลี้ยวขึ้นสู่ยอดภูสูง จนผ่านทะลุออกลานโล่งใกล้หน้าผาสูงแห่งหนึ่ง มองเห็นแสงไฟวิบวับในความมืด เสียงแคนคลอเสียงขับลำพร่ำสวดดังล่องลอยมาให้ได้ยิน เขาหยุดเดินหันมากระซิบเบา ๆ ว่า

           “พ่อข้ากับเหล่าผู้กล้าทั้งหลายกำลังทำพิธีอยู่ ข้าจะพาเจ้าเดินอ้อมไปด้านหลัง”

          ไฟกองใหญ่ลุกโพลงไล่ความมืด และเหน็บหนาว เหล่าชายฉกรรจ์ในเครื่องแต่งกายขาวล้วนนั่งรวมกันอยู่รอบกองไฟ ใครบางคนกำลังเป่าแคนคลอเสียงขับลำบรรยายความทุกข์ยาก หมองหม่นของคนผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินถิ่นแม่โขง

          บ้านเมืองกำลังเดือดร้อน แม่น้ำโขงที่เคยไหลเลี้ยงผ่านกลางอาณาจักรกลายเป็นเส้นแบ่งแยก ให้ชาวล้านช้างทั้งมวลแบ่งเป็นสองก้ำสองฝ่าย ฝั่งซ้ายเป็นฝรั่งเศส  ฝั่งขวาเป็นของไทยสยาม จำปาศักดิ์อยู่ฝั่งขวาจึงรวมอยู่ในมณฑลลาวกาวเข้ากับเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราช

          ชายผู้รักชาติรักอิสรภาพกลุ่มหนึ่งกำลังปลุกเสกสร้างศรัทธา สะสมกำลัง หวังจะนำพาชาวประชาให้รอดพ้นจากการครอบงำของคนต่างชาติต่างราชอาณาจักร

          เหตุการณ์นี้จารึกในประวัติศาสตร์อีสานว่าพวกเขาเหล่านี้คือกบฏผีบาปผีบุญ แห่งแดนลาวอีสานพวกเขาเหล่านี้ที่รวมตัวกันชุมนุมซุ่มสมกำลังพล ณ ป่าใหญ่ในภูเจ้าเกล้าแห่งนี้ พวกเขาคือเหล่าผู้กล้าหัวหน้าสาขาต่าง ๆ ที่โยงใยเครือข่ายไปตลอดสองฝั่งโขง

          กำลังศัตรูนั้นกล้าแข็งนัก ทั้งอาวุธปืนร้ายอันทันสมัย และกำลังคนพลอาสามากมาย แต่เกิดเป็นชายแม้ตัวตายก็ไม่เสียชาติเกิด พวกเขาจึงทำพิธีปลุกขวัญปั่นกำลังใจ ณ ที่แห่งนี้ ก่อนออกไปสู้รบให้ปรากฏแก่โลกว่าแผ่นดินนี้ยังมีเจ้าของผู้ยอมหลั่งเลือดชะโลมดินให้กับบ้านเกิดเมืองนอน

          

           ดอกจำปาลาวที่ใช้ในพิธีส่งกลิ่นฟุ้งตลบผสมกลิ่นควันธูปควันเทียน

           จำปาลาวดอกขาวเหลืองนวลมีมากมายบานไสวทางท้ายภู  อันเป็นถิ่นที่ตั้งปราสาทขอมที่มีมาแต่โบราณกาล

           เสียงแคนดังลอยอ้อยอิ่ง คลอเคล้าด้วยเสียงลำ บอกเล่าเหตุการณ์ผ่านอดีต ที่เจ้าล้านช้างแต่ครั้งก่อนเคยเสวยสุข สร้างบ้านแปลงเมืองรุ่งเรืองเหลืองเลื่อม มาหลายชั่วเส้นคน แต่ต้องระเหระหนด้วยขาดรักสามัคคีไม่มีปรองดอง ทำให้มีเหตุให้ต้องเสียบ้านเสียเมือง เจ้าเก่าหลบหาย เจ้าใหม่เอาใจออกห่าง บ้านร้างเรือนพัง

           เสียงแคนเปลี่ยนทำนองเป็นเร่งเร้า ปลุกปลอบขวัญกำลังใจ สุดท้ายอ้อนขอเว้าวอนเทพแถนแมนฟ้าและวิญญาณปู่ย่าตายายในดงใหญ่อันศักดิ์สิทธิ์ ดังลอยขึ้นไปกับควันไฟสู่ฟ้าสู่แถน

           บุญอุ้มนำตัวคำปลิวอ้อมไปด้านหลังเข้าไป ทะลุออกมาหน้าถ้ำที่มีกองไฟกองใหญ่ ต่อหน้าชายวัยกลางคนผู้นั่งเป็นประธานทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ ปลุกเสกให้กำลังใจนักรบผู้กล้าทั้งหลายภายในถ้ำ

           ทั้งสองนั่งคอยอยู่ชั่วอึดใจ จนเสียงแคนเสียงขับกลอนลำเงียบลง ชายผู้นั้นจึงหันหน้ามาหา

          “มีข่าวอะไรหรือเจ้านางน้อย”

          เขาละมือจากธูปเทียนหน้าแท่นพิธีหันมาหาลูกชาย และสาวน้อยผู้ทำตัวเป็นสายสืบ ถามเสียงอ่อนโยน

         “เจ้าปู่จับได้ ข้าถูกทำโทษ”  พูดพลางหันหลังให้ เปิดชายเสื้อเผยให้เห็นรอยหวายช้ำแดง

         “โธ่....คำปลิวข้าสงสารเจ้านัก” หนุ่มบุญอุ้มผู้มีใจให้สาวน้อยหน่อเชื้อแนวของเจ้าราชวงศ์เอ่ยออกเสียงสั่นเครือ ด้วยสงสารจับใจ ผิวเนื้อขาวผ่องนวลใยแห่งวัยสาวกลับมีรอยร้าว เพราะความรักชาติบ้านเมือง แสนเวทนาคนรักนัก แต่สาวเจ้าช่างใจเด็ดหันมาสบตาบอกอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

         “ช่างเถอะข้าทนได้ แต่เจ้าพี่คำพันของข้าสิ เจ้านางตัดสินใจจะไปอยู่ดงอู่ผึ้ง และเจ้าย่า เจ้าปู่จะให้ข้าไปด้วย ข้าจึงอยากมาปรึกษาว่าข้าควรไปหรือควรอยู่ช่วยกันทางนี้”

         ตอบเสียงเร็วปรื๋นเหมือนเก็บงำคำพูดไว้นานจนอดกลั้นไม่ไหว

         “คำปลิวเอย เจ้าช่างกล้าหาญนัก” พ่อของบุญอุ้มผู้เป็นหัวหน้าของทุกคน ณ ที่นั้นกล่าวเสียงเนิบนาบ ทรงอำนาจ

         “ไม่เสียทีที่เกิดเป็นลูกสาวเจ้าราชวงศ์ พ่อของเจ้าผู้เป็นเพื่อนรักของข้า เขาไปกับฝรั่งมังค่าด้วยอยากเอาชนะฝ่ายไทใต้ แต่เสียดายป่านนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา”

         คำปลิวเองก็ก้มหน้ากลืนน้ำตา เมื่อนึกถึงบิดาผู้จากไปตั้งแต่เจ้าอยู่ในท้องแม่

         “เจ้ากล้าหาญนักแล้วเจ้านางน้อยเอย” เสียงอ่อนโยนปรานีนั้นเหมือนดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกลแต่เสียดายนักที่ เจ้าเกิดมาเป็นหญิง จะมาบุกป่าฝ่าดงกับพวกเฮาไม่ได้หรอก เจ้าควรไปเมืองอุบลดงอู่ผึ้งตามที่เจ้าปู่เจ้าย่าต้องการเสียเถิด มีการใดที่ฝ่ายเฮาควรได้รู้เจ้าจะได้ส่งใบบอกมา  จะดีกว่าจะช่วยพวกเฮาได้มากกว่า”

         เหมือนโลกหยุดนิ่งไปชั่วขณะสำหรับคำปลิว ความฝันอันยิ่งใหญ่ อยากท่องไปกับชายคนรักกับหมู่เฮาเหล่านี้ดับวูบลงพลัน เออหนอ...เพียงเพราะเกิดมาเป็นแม่หญิง จะหาญกล้าเพียงใด ใครๆ ๆก็ยังไม่เคยคิดว่าจะเท่าเทียมชาย จะบุกป่าฝ่าดงพงหนามข้ามห้วยข้ามภูก็มีผู้ห่วงใยอยู่ดี

          “เจ้าอย่าน้อยใจไปเลยนะเจ้านางน้อย”

          ผู้สูงวัยมองหน้าหมองที่ก้มต่ำบอกความน้อยเนื้อต่ำใจ ถอนหายใจพลางอธิบายเหตุผล

         “เพราะข้ารักเจ้าเหมือนลูกสาวของข้าเอง ข้าห่วงหวงลูกสาวของข้าอย่างไร ข้าก็ห่วงหวงตัวเจ้าอย่างนั้น ในยามออกศึกคึกรบมีเจ้าให้คอยเป็นห่วงถ่วงใย ก็คงเหมือนสะพายหินก้อนโตไปด้วย จะรู้รบหลบหลีกคมดาบหรือคาบง้าววิ่งเข้าห้ำหั่นนั้นคงไม่ง่ายนัก”

          บุญอุ้มเองก็คาดไม่ถึงการตัดสินใจของผู้เป็นพ่อ เขาผวาลุกขึ้นกอดสาวคนรักอย่างหวงแหนด้วยความลืมตัว “แต่ว่าข้าจะดูแลคำปลิวเองนะพ่อ ข้ารักคำปลิว ....” เจ้าหนุ่มเสียงสั่นสะท้าน แต่ผู้เป็นพ่อตัดบทเสียก่อน

         “ข้ารู้  ใคร ๆ ก็รู้ในข้อนั้นลูกเอย”

         มองสภาพสองหนุ่มสาวแล้วผู้เป็นพ่อก็ต้องแอบซับหางตาด้วยชายผ้า แต่ต้องทำใจแข็งเด็ดเดี่ยว

         “ดังนั้นข้าจึงต้องห้ามไม่ให้คำปลิวตามไปด้วย อีกอย่างเจ้านางคำพันไปแต่งงานกับอัญญาไท คำปลิวติดตามไปอยู่ด้วยย่อมมีโอกาสใกล้ชิด คอยเป็นหูเป็นตาส่งข่าวให้เราได้ จะดีกว่ามาก”

          สองหนุ่มสาวได้แต่มองตากันกลั้นความรู้สึกทุกอย่างไว้ในอก

*****************************************************

 

Tags : วรรณกรรมเยาวชน กิ่งคำปายกับยายทวด

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view