ไปกินสเต๊กโคขุนที่ KU.BEEF STEAK HOUSE
โดยลุงดำ คำโต เรื่อง-ภาพ
ถ้าไปกินสเต๊กเนื้อตามร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างสรรพสินค้า รู้แค่ว่าเป็นสเต๊กเนื้อแน่ๆ แต่ถ้าไปกินสเต๊กเนื้อที่ KU.BEEF STEAK HOUSE รู้แน่ๆว่าเป็นสเต๊กเนื้อโคขุนจากการผสมพันธุ์ขึ้นจากวิทยาการสัตวบาลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นอาหารที่พิสูจน์ได้ว่า เมื่อยังเป็นโคขุนก็เป็นโคขุนที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ทนทานโรค และสภาพดินฟ้าอากาศท้องถิ่น และเมื่อเป็นชิ้นส่วนเนื้อโคขุน ก็ได้เนื้อนุ่ม มันน้อย อร่อยลิ้น
คุณๆเคยไปลองชิมกันมาหรือยัง
หน้าร้านดูเรียบๆ ไปนิด
ร้าน KU. BEEF STEAK HOUSE ตั้งอยู่อาคารหลังคาสีแดงด้านหน้าของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ห่างจากประตูด้านถนนมาลัยแมน 70 เมตร ฝั่งขาเข้า(ซ้ายมือ)ที่จอดรถกว้างขวาง เปิดขายตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น. หยุดเฉพาะวันที่ 1 และวันที่ 16 ของทุกเดือน ถ้าไปจากกรุงเทพก็เตรียมเสื่อไปปูนั่งเล่นนอนเล่นที่สวนสุขภาพของมหาวิทยาลัยใกล้ๆนั้นได้เลย หรือถ้าจะไปออกกำลังกาย หรือจะไปถ่ายรูปนกด้วยก็เยี่ยมเลยทีเดียวเชียวครับ
ลุงดำสั่งสเต๊กเนื้อเซอร์ลอยน์มากิน เนื้อนุ่ม และมันน้อยอย่างที่สหกรณ์โคขุนเขาอวดอ้างจริง แต่รสชาติแตกต่างไปจากที่ชอบสั่งสเต๊กเนื้อกินจากร้านอาหารญี่ปุ่นตามในห้างสรรพสินค้าดังๆ ไม่แน่ใจก็เลยสั่งสเต๊กปลาแซลมอนมากิน พร้อมกับย่องเข้าไปในครัว ขอถ่ายรูปขั้นตอนการปรุงด้วย ก็เลยได้เห็นว่า มันไม่ใช่แค่การยกชิ้นปลาย่างหรือทอดแห้ง แต่มีการปรุงรสก่อนการนำไปย่างหรือทอดแห้ง
sirloin steak เนื้อโคขุนพันธุ์กำแพงแสน
ภาพที่เห็นคือการละเลงมัสตาร์ดสีเหลืองที่รสชาติร้อนแรงบนเนื้อปลาทุกส่วนอย่างปราณีต แล้วก็โรยด้วยพริกไทยดำป่นบางๆ สีดำบนเนื้อสเต๊กปลาแท้จริงคือพริกไทยดำนี่เอง หลังจากนั้นก็ละเลงเนยเค็มบนกระทะบางๆแล้วก็ทอดแห้งอย่างที่ลุงดำใช้คำ สุกประมาณว่ากำลังดีตามรูปแบบสเต๊ก Medium หรือว่า Rare ตามที่ลูกค้าสั่ง
บรรจงปรุงรสตามกรรมวิธี
ลุงดำจำเป็นต้องลุกมานั่งรอสเต๊กปลาแซลมอน จานถูกวางด้วยเครื่องเคียงที่เป็นบล็อคโคลี่หั่นชิ้นพอคำกำลังงาม แครอทสีส้ม และเฟร้นส์ฟรายด์แกล้มอีกนิด ถ้วยครีมสลัดเล็กๆวางมาข้างจาน มีดและซ่อม เท่านี้เองก็ได้ลิ้มรสชาติสเต๊กปลาแซลมอนอย่างกับนั่งกินอยู่ในเยลโลว์สโตนยังไงก็ยังงั้น ย้ำนะครับว่า มันแตกต่างจากรสชาติที่เคยๆกิน แต่ตอบไม่ได้ว่า Chef เขาทำอย่างไร
ปลาแซลมอน ปรุงแล้วบางส่วน
เป็นธรรมเนียมครับ เมื่อจะเขียนเรื่องอาหารการกินก็ต้องรู้จักพื้นเพและพื้นฐานของ เชฟ ซะก่อนด้วย ไม่งั้นก็จะงงอยู่ว่า ขอเข้าไปดูขั้นตอนเพียงไม่กี่ขั้น(นอกนั้นเขาปผกปิดกัน) จึงต้องชวนคุย รับรองว่าไม่ล้วงความลับ แต่อยากให้รู้ว่า ทำไม จึงอยากชวนให้มาทดลองลิ้มรสชาติสเต๊กของเคยูบีฟที่ม.เกษตร กำแพงแสน
คนทำอาหารส่วนใหญ่อารมณ์ดี
Chef จุลพงศ์ เอกสุวรรณ เล่าว่า พื้นเพเดิมเป็นคนเชียงใหม่ เรียนจบทางด้านช่างไฟฟ้า เคยทำงานที่การไฟฟ้าภูมิภาคเชียงใหม่ตามความรู้ที่เรียนมาถึง 25 ปี แล้วก็เออร์ลี่รีไทร์ออกมา เป็นคนชอบทำกับข้าว(มิน่าถึงอ้วน)ให้ครอบครัว ทำทุกประเภท กับแกล้ม กับข้าว ทำอาหารได้หลายชาติ ญี่ปุ่นก็ได้ อาหารจีนก็ได้ ฝรั่งยิ่งชอบ ก็จำพวกสเต๊ก มักกะโรนีฯลฯ
salmon steak
ออกจากงานมาแล้วก็เริ่มต้นทำในสิ่งที่ชอบ ได้มีโอกาสไปทำงานที่ ชิคาโก สหรัฐอเมริการ ไปเป็นกุ๊กหรือเรียกว่า Chef ก็ทำอาหารหนักทางฝรั่งหลายรูปแบบ ทำงานเป็นเชฟอยู่ที่อเมริกา 7 ปีก็เดินทางกลับบ้านเกิด พอดีมีพรรคพวกกันชวนให้มาทำที่นี่ ก็เลยลองมาทำดู ประกอบกับลูกก็มาทำงานที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสนด้วย
Chef.จุลพงศ์ เอกสุวรรณ จากชิคาโก
สเต๊กเคยูบีฟใช้ผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์โคเนื้อ กำแพงแสน ที่ผลิตออกสู่ตลาดโคเนื้อทั่วไป เช่น T-bone steak, sirloin steak, chuch steak, prime rib อันนี้จัดหนักราคาค่อนข้างสูงระหว่าง 180-400 บาท ก็ยังมี Mini steak ราคาอยู่ระหว่าง 69-79 บาท ประเภทสเต๊กปลาก็มีปลาแซลมอน (salmon steak white suage) และ salmon terriyaki ราคา 220
จำพวก สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า สปาเก็ตตี้ขี้เมาทูน่า,ส่วนอาหารจานด่วนก็มีหลากหลายให้เลือกราคาอยู่ที่จานละ 45 บาท นอกจากนี้ยังมีอาหารแบบชุดเซทเช่น สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อ+ขนมปังอบชีส/เฟรนซ์ฟราย+โคก/น้ำผลไม้ อิ่มละ 99 บาท หรืออย่างชุดละ 89 บาทก็มี มักกะโรนีเนื้อ+ขนมปังอบชีส/เฟรนซ์ฟรายด์+โค้ก/น้ำผลไม้ ซึ่งได้รับความนิยมจากนิสิตมาก ถ้าเป็นเด็กๆที่มากับครอบครัวรสชาติก็เข้มข้นลงนิดๆ ให้พอดีๆ
ท้องฟ้าสดใส เมฆสวย
ลูกค้าหรือครับ พูดได้เลยว่า วันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือวันนักขัตฤกษ์ มีลูกค้าแน่นร้านตั้งแต่กลางวันจนถึงค่ำ ส่วนวันธรรมดากลับมีลูกค้าน้อยกว่า ส่วนลูกค้ามาจากทิศไหนบ้างนั้นไม่แน่ใจ อาจเป็นคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย หรือเจ้าหน้าที่ หรือผู้ปกครองที่แวะเวียนมาเยี่ยมลูกๆที่เรียนอยู่ที่นี่ หรือจะเป็นกลุ่มที่เข้ามาพักผ่อนในแหล่งพักผ่อนเชิงนิเวศน์ของมหาวิทยาลัยก็คาดเดาไม่ได้
เรือไฟเบอร์ให้พายเล่นได้ฟรีๆ
ผมฟังและดูเมนูอาหารของ KU. Beef Steak House จากChef. จุลพงศ์ แล้วก็อยากลองลิ้มชิมรสอีกหลายเมนู แต่ว่าคงต้องค่อยๆมาทีละวันๆ ขืนตากละกินเอาๆ ก็คงจะท้องอืดตายกันไปข้างหนึ่ง แต่ก็ขอฝากไว้ก่อนว่า ว่างวันใดก็อยากมาลองรสชาติฝีมืออาหารเชฟจุลพงศ์แน่นอน ตอบได้เลยว่าผมคงไม่มากินสเต๊กเนื้อบ่อยๆแน่ เพราะว่า "กลัวอ้วน"
ลองไปชิมดูว่าเนื้อโคขุนที่ผสมพันธุ์โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน นั้น นุ่ม มันน้อย อร่อยลิ้น จริงไหม
สนุกกันใหญ่ ชิมิ
อยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งว่า รอบๆร้านเคยูบีฟสเต็กเฮ้ส์ มีพื้นที่กว้างขวางมาก ตบแต่งสวยงาม มีเส้นทางเดินเพื่อออกกำลังกายใต้ร่มไม้ใบบัง สนามหญ้าเขียวขจี มีสนามเด็กเล่นหลากหลายรูปแบบ มีสะพานเชือกให้ทดลองขีดความสามารถในการทรงตัว มีเรือให้พายเล่นในทะเลสาบ มีศาลาร่มลมเย็นให้นั่งพักผ่อนริมน้ำหลายแห่ง มาเกษตร กำแพงแสน แล้วกินสเต๊กแล้ว ก็ได้พักผ่อนหย่อนใจไปในตัว
แต่ถ้าสนใจเรื่องพันธุ์ไม้ดอกหอม พันธุ์ไม้เปลือกหอม พันธุ์ไม้ให้สี พันธุ์ไม้สมุนไพร โอย เลือกชมและศึกษาได้เลย ล้วนหลากหลาย แต่ถ้าท่านชอบถ่ายรูปนกด้วยละก้อ เดินท่อมๆไปตามสุมทุมพุ่มไม้ ทุ่งนา ป่าเขียว บึงบาง มีมากมายถึงกว่า 150 ชนิด ขึ้นอยู่กับว่า ท่านจะโชคดีได้พบนกอะไร จังหวะดีๆก็จะได้พบนกหายากและเป็นนกอพยพมากันเป็นฝูงเช่นเป็ดแดง กระสาแดง ไอ้งั้ว กระสานวล จนกระทั่งนกกระทุง มีดีเดี๋ยวจะหาว่าไม่บอกกัน
เส้นทางเดินออกกำลังกาย