วันเดียวเที่ยวที่ไหนดี ตอน 52 กระเจียววันแม่ที่สุพรรณบุรี
โดยป่าน ศรนารายณ์-เรื่อง/ธงชัย เปาอินทร์-ภาพ
บรรหารบุรีเสียอย่าง อะไรที่ไม่มีก็สร้างขึ้นมาใหม่ด้วยน้ำมือมนุษย์และเทคนิคการบริหารจัดการ อะไรที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติก็พัฒนาเสียใหม่ให้ยิ่งใหญ่อลังการ มันสองของคนหนึ่งคนสร้างเมืองได้จนคนทั้งประเทศอิจฉาตาร้อนกันไปทุกหัวระแหง ให้รู้ซะบ้างว่า คนตัวเล็กๆ คนสุพรรณบุรี นั้นไม่ธรรมดา
ด้วยแนวคิดเช่นนั้น จึงก่อกำเนิด ทุ่งกระเจียวหลากสีสันแสนสวย เพื่อเทิดพระเกียรติวันแม่ ระหว่างวันที่ 1-31 เดือนสิงหาคม 2554 ลองกับพ่อซิ
จังหวัดสุพรรณบุรีในอดีต เข้าถึงยากมาก ทั้งทางน้ำและทางรถยนต์ ทางน้ำต้องนั่งเรือแดงไปตามแม่น้ำท่าจีน ทางรถยนต์ต้องวิ่งผ่านอำเภอวิเศษชัยชาญ อ่างทอง อยุธยา จึงจะถึงกรุงเทพ อ้อมโลกกันจนเหนื่อยหน่าย แต่แล้วเมื่อบุรุษนาม บรรหาร ศิลปอาชา กำเนิดในแวดวงการเมือง พร้อมกับสิบนิ้วพนม ประสานไปทุกหน่วยราชการ
วันนี้ ถนนทุกสายแทบว่าต้องผ่านสุพรรณบุรี ถนน 12 เลนในเขตเมือง ถนน 4 เลนในเขตชานเมืองและเชื่อมต่ออำเภอต่างๆ ในที่สุดสื่อมวลชนขนานนามให้ว่าเป็น "บรรหารบุรี"
ทุ่งดอกกระเจียวนี่ดังมากและดังมาก่อนอยู่ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อันเป็นดินแดนเขาสูงสลับด้วยต้นไม้ป่านานาพันธุ์ เข้าฝนทีไรก็เบ่งบานจนคนแห่กันไปชื่นชม อย่ากระนั้นเลย บรรหารบุรีก็ทำได้ ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคมนี้ เปิดให้พ่อแม่พี่น้องที่ไม่อยากเดินทางไกลๆ ก็หันมาชื่ชมดอกกระเจียวที่สุพรรณบุรีได้ ใกล้ๆแค่นี้เอง
ที่ป่าหินงามมีดอกกระเจียว 4-5 ชนิดพันธุ์ แต่ที่สุพรรณบุรีมีให้ชมได้ถึง 24 ชนิดพันธุ์ โอย เอากับพ่อซิ พ่อบรรหาร ศิลปอาชา เจ้าขา ช่างขยันสร้างสิ่งมหัศจรรย์เสียจริง
ป่านไปมาแล้ว ทุ่งดอกกระเจียวสุพรรณบุรีอยู่ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี บางทีก็เรียกว่า ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง เดินทางไปจากกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียงได้หลายทิศทาง ระวังอย่างเดียว อย่าไปหลงทางที่สุพรรณบุรีที่มีถนนกว้างขวางเหมือนกันไปหมด ถ้าท่านไปอำเภออู่ทองถูกท่านก็ไปศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยงได้ เพราะว่าห่างจากอู่ทองเพียง 18 กม ถนนราดยางอย่างดีเลียบคลองชลประทาน
มีป้ายโฆษณาติดเป็นระยะ ไปได้ง่ายๆไม่หลงทางแน่นอน แต่อีตอนขากลับออกมาหลงเพราะว่าไม่มีป้ายบอกทางสักป้าย แฮ่ แฮ่
มีรถยนต์พ่วงแบบนำชมให้นั่งได้ เพราะว่าที่นี่ไม่ใช่มีเพียงทุ่งดอกกระเจียว แต่มีดอกหน้าวัวสารพันชนิด พันธุ์ไม้ประดับจากทั่วดลก และมีคำแนะนำจากนักวิชาการเรื่องการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อรอให้ความรู้ นอกจากนั้นยังมีพระสงฆ์จากวัดดังๆ แผ่ผลบุญกุศลอยู่ในบริเวณงานด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีร้านของฝากจากฝีมือชาวโอท็อป และอาหารการกิน ป่านลองชิมแค่ขนมจีนน้ำยาปลาทับทิมอย่างเดียวก็อิ่มซะแล้วค่ะ
ป่านเดินชมดอกกระเจียวหลากลายชนิดพันธุ์พร้อมกับตากล้องช่วยถ่ายรูป เพื่อนำมาประกอบเรื่องราวที่จะเขียนเพื่อให้ได้รู้และเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจได้ในวันเดียวแล้วกลับมานอนบ้านได้สบายๆ ดอกกระเจียวที่ได้เห็นมีรูปทรงดอกแตกต่างจากกระเจียวที่ป่าหินงาม แต่ก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง ไม่เชื่อก็พินิจพิจารณาจากรูปถ่ายนะคะ
พันธุ์ที่พบก็เช่น บิ้ก เรด ลัดดาวัลย์ กิโมโน โรส พิงค์ไดมอนด์ ไวท์พีช สโนว์ไวท์ นอกจากนั้นก็ไม่ได้นับแล้ว ส่วนดอกไม้ประดับอื่นๆเช่นดอกหน้าวัวหลายรูปแบบก็ไม่ได้ตามไปถ่ายรูป พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ถ้าไม่คิดอะไรมากก็ถือว่าได้มาเที่ยวมาชม และได้สูดอากาศบริสัทธิ์ที่สุพรรณบุรี หรืออกจากนี้แล้วจะไปไหว้หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลย์ก็ไม่เสียเที่ยวนะ
ขากกลับขับรถยนต์ออกมา ถ้าจำทางออกไม่ได้ก็จะเสียเวลานิดหน่อย ถือเป็นความผิดพลาดที่คิดไม่ถึง ก็แล้วกัน แต่ได้มาเห็นการพัฒนาพันธุ์พืชด้วยฝีมือมนุษย์ก็ถือว่าได้ความรู้ประดับสติปัญญาแล้วค่ะ ครั้นจะผ่านไปเสียเลย ก็น่าเสียดาย อย่างน้อยมาเที่ยวสุพรรณบุรี ถนนหนทางไปมาสะดวกเหลือกำลัง มาชื่นชมทุ่งดอกกระเจียววันแม่กันทั้งเดือน เยี่ยมๆ