http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 04/06/2025
สถิติผู้เข้าชม15,346,369
Page Views17,918,432
« October 2026»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

ย่ำทรายในสายหมอกชมดอกไม้ในTasmania โดยเอื้อยนาง

ย่ำทรายในสายหมอกชมดอกไม้ในTasmania โดยเอื้อยนาง

                                                     ย่ำทรายในสายหมอกชมดอกไม้

                                                                               ใน

                                                                       TASMANIA

                                                                                                                                “เอื้อยนาง”

 

1.  จดหมายจากปลายฟ้า

St.Helens

ใยเข็ม  ที่รัก

                ครั้นแล้วข้อยก็ได้เวลาร่อนจดหมายมาหาเจ้าด้วยความรักและคิดถึงเจ้าหลายนะใยเข็ม     จะเรียกว่าเป็นจดหมายจากปลายฟ้าก็ได้    เพราะที่ที่ข้อยมานั่งเขียนพร่ำพรรณนาถึงเจ้าอยู่นี้นะ  มันตั้งอยู่คล้อยๆ ลงขั้วโลกใต้นะซี ก็ราวๆ เส้นรุ้ง  ที่ 42 องศาใต้  และเส้นแวง  ที่  145 องศาตะวันออก   อันเป็นตำแหน่งที่ตั้งเมือง St. Helens  ในรัฐ Tasmania ประเทศ Australia จ้ะ

                เพราะที่นี่   มีอะไรหลายอย่างเป็นแรงบันดาลใจให้อยากเล่าสู่เจ้าฟังเหลือเกิน จึงตั้งใจว่าจะร่อนจดหมายมาเป็นระยะๆ   เล่าอะไรๆ ที่ได้พบได้เห็นและคิดว่าน่าสนใจมาให้ฟัง (อ่าน) คงดีไม่น้อย  ทั้งเจ้าก็จะได้นำไปเล่าให้เด็กน้อยที่ข้อยทิ้งเขามาให้ได้ฟังอีกทีนะจ้ะ


                                                 



               
สุภาษิตอีสานที่ว่า    “คิดฮอดอ้ายให้เหลียวเบิ่งเดือนดาว สายตาเฮาสิจอดกันอยู่เทิงฟ้า”     นั้นใช้กับข้อยไม่ได้แล้วนะตอนนี้     เพราะดวงดาวที่มองเห็นเกลื่อนฟ้าบางคืนที่ฟ้าใสนั้น    ไม่เหมือนกันเลยกับที่บ้านเรา    ไม่ว่าจะพยายามเพ่งมองเหลียวเบิ่งอยู่ดึกดื่นค่อนคืนแค่ไหน  ก็ไม่มีทางที่สายตาเราจะพบกับบนฟ้าแน่ๆ ข้อยพยายามมองหาดาวช้าง  ดาวหมูชัง  ดาวดั้ง ดาวเพ็ก หรือแม้แต่ดาวไก่น้อยอันเรียงกันเป็นกระจุกนั้นมันก็ไม่เห็นมีเลย  ดังนั้นบทสุภาษิตนี้ใช้ไม่ได้จริง ๆ  

 นอกจากดาวบนฟ้าที่ต่างกันแล้ว     อะไร ๆ หลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันก็เหมือนจะพลิกผันเป็นพัลวันไปหมด  ข้อยจึงเหมือนคนในบทเพลงลูกทุ่งบทที่ว่า     “จากแดนอีสานบ้านเกิดเมืองนอน มาเล่นละครบทชีวิตใหม่”  นั้นมากกว่า

                                               


                    
แรกทีเดียวก็ตั้งใจว่าจะมาเที่ยวเฉย ๆ จึงยืมเงินออมทรัพย์ครู (แฮ่…ยังใช้ไม่หมดเลย)   มาเที่ยวแล้วจะกลับไปเขียนสารคดีท่องเที่ยว    เหมือนที่เคยทำตอนไปเวียงจันทน์ หลวงพระบางกระนั้น     แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นนะซี ไม่ง่ายเหมือนไทยกับลาว   ความแตกต่างทั้งภาษาพูด วัฒนธรรม ประเพณี ตลอดภูมิอากาศ อะไรอื่นอีกเยอะแยะที่มันยากจะเข้าใจ  มันจึงท้าทายข้อยนักหนาแล้วใยเข็มเอ๋ย     ท้าทายให้อยากรู้  อยากเห็นให้ลึก ๆ กว่าแค่นี้   เลยเกิดความตั้งใจแน่วแน่  จะต้องหาทางมาอีกทีให้ได้

                อีกอย่างนะใยเข็มผู้อุปถัมภ์รายการให้ข้อยได้มาพักอยู่สบาย ๆ ที่นี่น่ะเป็นหนึ่งในสมาชิกสโมสรโรตารีเซ็นเฮเลนส์  ข้อยจึงหนีไม่พ้นไปปฏิบัติกิจร่วมกับสโมสรนี้  ที่มีอะไรน่าทึ่งและให้แปลกใจอยู่ทุกวันว่ามันช่างต่างกับชาวสโมสรนี้ที่บ้านเรานักหนา  ข้อยจึงอยากให้เจ้าฟังไว้จะได้เอาไปสอนเด็กๆด้วยแหละ

 

                   เพื่องานเพื่อประสบการณ์เพื่อความฝัน

                จึงไม่หวั่นไม่พรั่นไม่อ่อนไหว

                พร้อมจะลุยข้างหน้าฝ่าฟันไป

                ไกลแสนไกลในโลกกว้างหว่างดงดอน

                        เบื้องซ้ายมีทะเลเห่กล่อม

                        ขวาฟาร์มใหญ่ไต่ภูสล้างสลอน

                        บนฟ้ามีเมฆพราวไม่ร้าวรอน

                        เหมือนนกจรจากรังมันไม่หวั่นไพร

               

                บทกลอนนี้เขียนบนเส้นทาง   จากเมืองเซนต์เฮเลนส์ ไป โฮบาร์ต(Hobart) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐทัสมาเนีย    ถนนทอดยาวไปตามชายฝั่งตะวันออก   มุ่งลงใต้ไปเรื่อย ๆ จึงมองเห็นทะเลสีครามอยู่ทางซ้ายมือ   ส่วนทางขวาเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนสลับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่   มองไกล ๆ เห็นฝูงแกะสีขาว ๆ มอ ๆ และเล็มหญ้าอยู่ลิบ ๆ

                ทัศนียภาพของทัสมาเนีย  ดูสวยสงบตรึงตา  แผ่นดินกว้างใหญ่แต่มีคนอยู่อาศัยเพียงน้อยนิด   ธรรมชาติจึงบริสุทธิ์ สะอ้าน  บวกการจัดการที่มีประสิทธิภาพ  และกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์   ดินแดนแห่งนี้   จึงเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์   ของชาวออสซี่ทั้งหลาย   และชาวต่างชาติอื่น ๆ  ทั่วโลกด้วย   เฉพาะตัวข้อยที่เห็นนั้น  มันช่างแปลกตา กระทบใจตั้งแต่ครั้งแรกที่บินอยู่บนฟ้าเหนือเมืองโฮบาร์ต  มองผ่านปุยเมฆลงมาเห็นฟ้าหลากสีจนอดไม่ได้ต้องหยิบปากกาขึ้นมาเขียนในตอนนั้นเลยว่า

                                  
 

             
ด้นดั้นถิ่นฟ้าลิบลิ่ว

                เมฆพริ้วพร่างพรายหลายหลากสี

                เป็นถั่นแถวแวววับจับระวี

                ราวกับมีมนต์สวรรค์เสกสรรไว้

                        โค้งรุ้งริ้วรายที่ปลายฟ้า

                        ละไอละอองทองทาวะวิบไหว

                        ปุยม่วงขลิบแดงจูงขาวคราวครรไล

                        ชมพูไล่จับครามงามนักแล

         

ทัสมา-เนียนั้นเป็นเกาะหนึ่งต่างหาก  ที่อยู่ใต้ออสเตรเลียลงไป  การเดินทางจึงออกจะหลายช่วงตอนนิดหน่อย    คือมาถึงออสเตรเลียที่ซิดนีย์(Sydney)  หรือเมลเบิร์น(Melbourne)แล้ว   ต้องต่อเครื่องบินอีกทีไปลงที่เมืองหลวงโฮบาร์ต    หรือลันเชสตัน(Lanuceston) อันเป็นเมืองสำคัญทางเหนือของรัฐก่อน     ถ้าลงโฮบาร์ตใช้เวลาเดินทางสู่เซนต์เฮเลนส์   265 กิโลเมตร      ส่วนเมืองลันเชสตันนั้นห่างจากเซ็นต์เฮเลนส์ 165 กม. คนที่นี่ขับรถใช้ความเร็วตามป้ายจราจรเป๊ะเลย  เจ้าไม่ต้องเกรงใจว่าข้อยจะลำบาก  เพราะหนทางในทัสมาเนียขับรถสบายกว่าบ้านเราเยอะ   นอกจากมรรยาทและวินัยในการขับขี่แล้ว   คนยังมีน้อยรถก็เลยน้อยไปด้วย  ถนนหนทางจึงว่างโล่งจนออกจะเงียบเหงาไปด้วยซ้ำ   ยิ่งระยะทางระหว่างเมืองนั้น  ถนนจะยิ่งดูว่างเปล่า  นาน ๆ ทีจึงจะเห็นมีรถสวนมาให้ดีใจ   จะมีให้เห็นก็แต่ฝูงวัว  ฝูงแกะที่และเล็มหญ้าในทุ่งโล่งริมถนน    ที่ต้องระวังก็คือสัตว์จำพวกกระต่ายป่า  ตัวพอสซั่ม  วอลล่าบี  ที่มักวิ่งตัดถนนให้รถชนตายเป็นอาหารของนกกา  ทั้งๆที่มีป้ายบอกให้รู้ว่าเขตนี้มีสัตว์ป่าจำพวกนี้เยอะให้ระวังตั้งไว้เป็นระยะ  แต่บางครั้งก็มองไม่เห็นมันจนปัญหาที่จะหลบ  ตัวมันเล็ก  วิ่งไว  และมีมากมายโดยเฉพาะบริเวณช่วงถนนตัดผ่านป่า  จะเห็นซากของมันถูกชนจนไส้พุงแตกนอนตายอยู่เกลื่อนไป  สบายกาผู้ชอบสาวไส้เลยแหละ


                                         


               
เซนต์เฮเลนส์ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทัศมาเนียด้านมาหาสมุทรแปซิฟิค  โฮบาร์ตนั้นอยู่ตอนใต้ลงไป  ส่วนลันเชสตันตั้งอยู่ทางเหนือลึกเข้าไปในส่วนกลางของรัฐ    ดังนั้นไม่ว่าเจ้าจะลงเครื่องบินเมืองใดในสองเมืองนี้     ก็มีโอกาสชมทัศนียภาพของทัสมาเนีย ก่อนถึงเซนต์เฮเลนส์แน่ ๆ

                บริเวณที่ตั้งตัวเมืองเซนต์เฮเลนส์เป็นหุบเขาริมอ่าวลึกชื่อ Georges Bay ถือเป็นเมืองศูนย์กลางของแถบนี้  ขึ้นกับเขตการปกครองท้องถิ่นของ Port Land ซึ่งมีคนอาศัยประมาณ 2,000 คน และข้อยเป็นคนไทยคนเดียวและคนแรกของเมืองนี้  แต่ก็ดูไม่แปลกแยกเท่าไหร่นะ เวลาเดินในตลาดหรือท่ามกลางฝูงชน (ถ้าไม่เอื้อนเอ่ยเจรจาภาษาอังกฤษสำเนียงไทยอีสานออกมา)  ด้วยว่าชาวออสซี่นั้นแม้ส่วนใหญ่จะเป็นคนอังกฤษ  แต่ในยุคตื่นทอง (ช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียมีการขุดพบทองคำมากมาย)   มีผู้คนทั้งจากยุโรปและเอเชียหลายเชื้อชาติเข้ามาแสวงโชค  และเลยลงหลักปักฐานอยู่อาศัยกลายเป็นคนออสเตรเลีย  และในปัจจุบันมีชาวเอเชียเข้ามาอยู่อาศัยโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ กระจายทั่วประเทศกว่า 60,000 คนก็เลยดูยิ่งมากหน้าหลายตาผสมผสานทั้งศิลปะ        วัฒนธรรม และสายเลือด รูปร่างหน้าตาจึงมีคละเคล้าปะปนทั้ง ฝรั่ง จีน แขก และชาวอะบอ-ริจิ้น (ชนพื้นเมืองเดิมของออสเตรเลีย)  คล้ายอีสานบ้านเราทั้งมี ไทย ลาว จีน ญวน พวน แขก เขมร ส่วย ต่างๆนั้นแหละข้อยว่า

                จะว่าไปแล้วประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียและทัสมาเนีย ถ้านับจากก้าวย่างของคนขาวที่เข้ามาบุกเบิกจับจองเป็นเจ้าของถิ่นนี้ก็คงอยู่ในยุคเดียวกับกลุ่มวัฒนธรรมลาว  หลั่งไหลข้ามแม่น้ำโขงสู่อีสานคือประมาณ 200 ปีกว่ามานี่เอง  ย้อนหลังไปกว่านั้นทัสมาเนียมีแต่ชาวป่าที่ล่าสัตว์กินเป็นอาหารและป่าดง  ในขณะอีสานมีมรดกทางวัฒนธรรมหลายยุคหลายสมัย ไม่ว่าบ้านเชียง เนินนกษาหรือว่าประสาทขอมอันอลังการ 200 กว่าปีผ่านมามีทั้งความเหมือนและแตกต่าง ทัสมาเนียปัจจุบันมีมรดกที่พากเขาภาคภูมิใจขายให้นักท่องเที่ยว  ทั้งจากธรรมชาติที่หลายหลายแบบอย่าง ป่าเขา สำเนาไพร ถ้ำหิน น้ำตกนกกาและนานาสัตว์ป่า  รวมสิ่งปลูกสร้างยุคบุกเบิก บ้านเรือน ตึกราม ถนนสะพานหลายแห่งเป็นฝีมือของนักโทษจากอังกฤษ ล้วนน่าสนใจ เอาไว้ฉบับหน้าจะค่อย ๆ เล่านะจ๊ะ

                                                                               

  รักเจ้าหลาย

                                                                จาก ข้อยเอง “เอื้อยนาง”

Tags : tasmania-เอื้อยนาง

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view