http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 04/06/2025
สถิติผู้เข้าชม15,346,631
Page Views17,918,739
« October 2026»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

เสือกลิ่นสาบตอน 14. ตีงูให้กากิน โดยอินทรี ดำ

เสือกลิ่นสาบตอน 14.  ตีงูให้กากิน   โดยอินทรี ดำ

เสือกลิ่นสาบ

ตอน 14.  ตีงูให้กากิน

โดยอินทรี ดำ 

            ทุกค่ำคืนเดือนมืด สายตรวจสำนักที่นน.2 อดใจไม่ออกตรวจไม่ไหวสักวัน มันเหมือนมีลางสังหรณ์ว่า  เดือนมืด งานมืดๆ น่าจะสมพงษ์กันดี  เรียกว่าบรรยากาศอำนวยให้การขนไม้เถื่อนเป็นไปโดยง่ายดาย  ยิ่งอากาศหนาวเย็นในคืนเดือนสิบสองยิ่งทำให้รู้สึกขี้เกียจ  

            “หนาวนะ  อย่าลืมเสื้อกันหนาวและผ้าห่มติดไปด้วย  ไฟแช็คอาจใช้ก่อไฟผิงระหว่างนั่งซุ่มรอ  มีดพร้าอย่าลืม” มณีสำทับทีมงานด้วยความเป็นห่วง 

            “ผมมีน้ำยากันหนาวติดไปด้วยแบนหนึ่งได้ไหมครับ” สาถาม

            “เฮ้ย จะพอหรือ “ สมชายท้วง  ประเสริฐพยักหน้าเห็นด้วย

            “จอกในรถมีอยู่นี่  ประเสริฐขึ้นไปเอาน้ำยามากันหนาวอีกหน่อยซิ” มณีหันไปสั่งประเสริฐทุกคนยิ้ม

            “หัวหน้า ผมมีเนื้อแดดเดียวติดไปด้วยนะครับ” สวัสดิ์บอกกล่าว ยิ้มเสนอหน้าดำๆ 

            “ผมมีข้าวนึ่งกับไก่ทอดอีกหน่อย” ทวีรายงานบ้าง

            “ดี  งั้นคืนนี้ถ้าได้ผลงาน ไม่จำเป็นต้องตกรางวัลในเมือง” มณีพูดจบทุกคนร้อง “ว้า” 

            “ขว้างทิ้งไปเถอะ  พาขัดลาภปาก” สมชายบ่นพึม ส่วนยืนยิ้มพรายเหมือนทุกคราว

            หยอกเย้ากันแล้วก็ขึ้นประจำที่  ปีศาจขาวตะบึงออกจากที่ทำการเมื่อเวลาพลบค่ำราวๆ18.20 น. ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองด้วยความเคยชิน

            “ขวาหรือซ้ายพี่”

            สมชายยังคงถามเหมือนเดิม เพราะว่าทุกครั้งที่ออกไปตรวจ ถ้าสายไม่รายงานชัดเจนจะเดาสุ่มไปตามเรื่องเข้ากับสำนวน “เหวี่ยงแห” 

            “ซ้าย”

            รถวิ่งผ่านสำนักพัฒนาป่าไม้ที่นน.3 สวนสักแม่สาลีก  ผ่านบ้านส้าน หมอนไม้บริษัททำไม้จังหวัด  ทะลุผ่านอำเภอเวียงสา มุ่งหน้าไปตามที่มณีแจ้งให้รู้กันแล้ว “บ้านจระเข้ปูหอม” ถนน ร.พ.ช.บดอัดแน่น แต่ฝุ่นหนาเตอะ การคืบคลานเข้าไปซุ่มรอเป็นงานที่ง่ายๆ  ไม่มีกรรมวิธีอะไร  พอวิ่งเข้าไปราวๆ 10 กม.ก็หลบรถเข้าข้างทาง  ในคืนเดือนมืดยังมองเห็นกระบะสีขาวได้ง่ายๆ  สมชายขยับหลบไปบังต้นไม้ริมทางอีกครั้งอย่างลงตัว

            “ตั้งวง  หาฟืนมาก่อไฟผิงด้วย ชักหนาวขึ้นทุกที”

           มณีสั่ง ทุกคนปฏิบัติเหมือนรู้งานดี ขอนไม้ ก้อนหิน อันเป็นวัสดุธรรมชาติใกล้ตัวถูกวางเป็นที่นั่งเช่นเคย   ฟืนไหม้ลุกโชน ไอร้อนเริ่มมีพลัง  แต่ช้ากว่าน้ำยาลดความหนาวสีชา เว้นแต่มณีซึ่งไม่ได้ดื่มแม้แต่หยดเดียวตามเคย

            การซุ่มโป่งรถไม้เถื่อนวังเวงจนแทบท้อใจ  ยิ่งดึกเท่าไรก็ยิ่งหนาวเย็นมากขึ้นเท่านั้น  มณีหลบไปนั่งหลับเอาแรงบนรถเมื่อเที่ยงคืน ประเสริฐสมชายและคณะพรรคยังสนุกกับเรื่องจากชาวป่า ต่างก็งัดไม้เด็ดออกมาเล่าคลายเครียดได้ไม่เลว  แต่เวลาที่ผ่านไปกับหมอกที่ลงหนามากขึ้น บางคนกระชับเสื้อกันหนาวให้แน่นมากขึ้น บางคนใช้ผ้าขาวม้าโพกหัวเพิ่มความอบอุ่น และไขว้ปลายผ้าลงคลุมคอและไหล่  เสียงคุยเงียบลงไปทุกที จนเหลือแต่สมชายคนเดียวที่ยังนั่งทนกับน้ำยาลดความหนาวเหน็บ


                                     

            เสียงไก่ป่าขานขันขึ้นเมื่อใกล้รุ่งสาง ราวๆตีห้า ปลุกมณี ประเสริฐและทุกคนจากหลับใหล  สมชายแอบไปยืนฉี่ริมทาง ส่วนยืนระวังเมื่อเห็นแสงไฟรถวิ่งมาแต่ไกล  แสงสว่างจากท้องฟ้าเริ่มรำไรจนเห็นขนแขน สมชายรีบเด็ดหยดฉี่ แล้วรี่มาตั้งรับเหมือนทุกคน  มณีชะเง้อดูจากบนรถด้วยความระมัดระวัง ขยับตัวเลื่อนไปที่นั่งคนขับ เตรียมพร้อมหากเป็นรถขนไม้เถื่อน

             เสียงรถวิ่งดังเข้ามาใกล้ๆ แสงไฟสว่างจ้า และเมื่อรถวิ่งผ่านไปอย่างเร็ว ทุกคนเห็นกับตาว่าเป็นรถคอกหมูโดยสารประจำทางจากบ้านจระเข้ปูหอมไปเวียงสามีผู้โดยสาร 3 คน  หน้ารถมีคนขับและมีผู้โดยสารชายนั่งอยู่อีก 2 คน  เสาหลังคาทาสีเหลืองอมเขียว  บนหลังคามีกระสอบบรรจุพืชไร่ อาจจะเป็นข้าวโพด ฝ้าย หรือกระเทียม อย่างใดอย่างหนึ่ง  กระสอบกองทับกันอย่างเป็นระเบียบ มีเชือกรัดแน่น ถ้าไม่แน่นคงกระดอนตก

            สายตรวจสำนักพัฒนาป่าไม้ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน ทุกคนมองดูขอบฟ้าแต่ไม่เห็นแสงที่เรื่อเรืองด้วยว่าหมอกลงหนากว่า จึงดูขาวโพลน ส่วนดับกองไฟ  ขนย้ายสรรพสิ่งขึ้นรถ มณีขยับตัวไปนั่งที่เดิม ประเสริฐและสมชายเข้าที่ประจำ  บนกระบะท้ายรถทีมงานรู้หน้าที่อย่างดี  สมชายสตาร์ทรถ แล้วเคลื่อนตัวกลับไปทางอำเภอเวียงสา 

            “กลับ  เหนื่อยกันมาทั้งคืน เดี๋ยวเลี้ยงข้าวเช้าที่ใต้ต้นมะขามเจ้าเก่า ป้าแอ๊วหน้าโรงเรียนเวียงสา” 

            มณีพูดขึ้นเบาๆ  สมชายรู้หน้าที่บึ่งรถไปจนผ่านตลาดเวียงสา  มอเตอร์ไซด์จ่ายตลาดวิ่งสวนกันไปมาหลายสิบคัน  รถคอกหมูจากอำเภอนาน้อยบ้าง บ้านน้ำมวบบ้าง วิ่งเข้าไปกลางตลาด ทีมงานสายตรวจหมดความสนใจใดๆ มุ่งหน้าไปที่ต้นมะขามโภชนา

            รถจอดเข้าที่ข้างๆร้านต้นมะขามป้าแอ๊วเหมือนเคย  ทุกคนลงไปนั่งล้อมวงที่โต๊ะไม้เก่าๆ  ด้วยนิสัยที่ฝึกปฏิบัติจนชาชิน มณีนั่งหันหน้าออกถนน "ใครจะมาทางไหนจะเห็นก่อน"
            สมชายเดินไปเปิดฝาหม้อแกงดูแล้วสั่งมากิน 5 อย่าง ทุกคนทำหน้าที่กินได้อย่างมีระบบ ไม่พูดแต่ตักข้าวใส่ปากเป็นระยะ  รถยนต์วิ่งผ่านไปมาหลายคัน อากาศยังคงหนาวเย็นจับใจ  หมอกลงหนามากขึ้น

            มีรถคอกหมูคันเสาหลังคาสีแดงวิ่งผ่านมา  กระสอบพืชไร่ยังเรียงตัวบนหลังคา แต่มณีจำได้ว่าเป็นรถโดยสารคันที่วิ่งผ่านจากบ้านจระเข้ปูหอม จึงเพ่งมองไม่ขยิบตา
            ทันใดรถวิ่งไปตกหลุมกระดอนจนรถถลา เสียงดังปัง ทุกคนเงยหน้ามองตามแล้วเหมือนถูกสะกดจิต ทิ้งช้อนและจานข้าววิ่งไปขึ้นรถทันที
             สมชายสตาร์ทเครื่องได้ก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว 

            “เสียงไม้กระทบหลังคารถ” มณีเปรยลอยๆ

            “ผมก็ว่าใช่แน่ๆ ไม่น่าพลาดเลยนะเมื่อเช้ามืด” สมชายบ่นด้วยความเสียดาย

            “ทำไมมันต้องวิ่งมาทางนี้  ซวยจริงๆที่พวกเรามานั่งกินข้าวตรงนี้”

            ประเสริฐพูดด้วยความมัน   

            “ใช่ มันแปลกที่วิ่งมาทางนี้ อ้อมไปบ้านนาคแล้ววกมาเจอปังตอพอดี มันช่างโชคร้าย แต่เราช่างโชคดี”

             สมชายไม่พูดพล่ามทำเพลง ขับรถกวดจี๋ หลบซ้ายหลบขวาเพื่อหลีกรถสวนและมอเตอร์ไซด์ที่วิ่งมาตลาดเช้า
            ในขณะที่รถคอกหมูเหมือนจะรู้ตัว  ไม่ยอมวิ่งเข้าท่ารถ หากแต่วิ่งแหกโค้งไปทางจังหวัดน่าน    พอปลอดคนและรถมอเตอร์ไซด์กลางตลาด มณีตะโกนสั่ง

            “สวัสดิ์ ยิงยาง  หรือไม่ก็ยิงขึ้นฟ้าขู่มันหน่อย”

            สิ้นเสียงปืนลูกซองห้านัดดังเปรี้ยงๆ ผู้โดยสารนั่งเกาะเสาหลังคาแน่น เสียงร้องหวีดว้ายด้วยความตกใจกลัว ผู้ชายสองคนที่นั่งคู่กับคนขับปีนขึ้นไปบนหลังคาแล้วตัดเชือกมัดกระสอบให้หล่นมาขวางทางรถ  สมชายหลบด้วยความเชี่ยวชาญการกวดจับ 
            อีกคนหนึ่งที่ปีนตามขึ้นไปพุ่งไม้แปรรูปลงจากหลังคา ไม้ตกกระแทกพื้นถนน กระดอนกระเด็น ใส่รถปีศาจขาว สมชายต้องคอยหลบไม้ที่พุ่งใส่ และเหยียบคันเร่งประกบไปติดๆ  ประเสริฐจดเบอร์ทะเบียนรถคอกหมูโดยสาร  และสีรถ

            ไม้หมดหลังคารถคอกหมู รถปีศาจขาวก็ยังไล่กวดไม่ทัน   ฝีมือคนขับรถโดยสารคันนี้ไม่เบา สมชายพยายามเร่งเครื่องตามแต่ดูท่าจะไม่ทันเสียแน่แล้ว  ชาวบ้านที่เห็นต่างวิ่งออกมาดูกันด้วยความมัน เป็นที่ตื่นตระหนก เสียงรถขับกวดกันยังพอแรงนี่เสียงปืนที่ยิงใส่สร้างความตื่นตกใจในยามเช้าที่เคยเงียบเหงาอักโข

            “วกกลับ  เก็บไม้ของกลางแล้วส่งคดีพร้อมทะเบียนรถคอกหมู” มณีสั่ง

            สมชายชะลอรถแล้วเลี้ยวกลับ  เพื่อวนไปหาไม้ของกลาง แต่ไม้สักแปรรูปหน้า 10 นิ้วหนา 1 นิ้ว ได้อันตรทานไปจากถนนเสียแล้ว สาตะโกนพูดใส่ชาวบ้านเสียงดัง

            “ใครเก็บไม้สักแปรรูปหน้าสิบนิ้วซึ่งเป็นของกลางการกระทำผิดไป  มีความผิดนะครับถ้าไม่คืน  หรือค้นพบที่หลังบ้านของท่านยิ่งผิดนะครับ  ช่วยแบกกลับมาทิ้งข้างทางให้ด้วยครับ”

            ทุกคนช่วยกันเดินตะโกนไปทีละบ้านๆ  ในที่สุดได้ไม้สักแปรรูปคืนทั้งหมด 40 เล่ม 

            “ไปโรงพักเวียงสา ส่งคดีไม่มีตัวและรถ  ได้คดีเหมือนกันเนาะ” มณีพูดลอยๆ แล้วขึ้นนั่งประจำที่ ทุกคนปีนขึ้นไปนั่งบนไม้แปรรูป

            การส่งมอบคดีป่าไม้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดไม่ยาก  เพราะครั้งนี้สายตรวจมอบเบอร์ทะเบียนรถนำโชคให้ไปด้วย  ร้อยเวรซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตากันมาแต่ครั้งยังเป็นจ่าอยู่โรงพักนาน้อยรีบมาทำหน้าที่ด้วยรอยยิ้มอิ่มใจ  สายตรวจขนไม้ของกลางไปเก็บรักษาที่สำนักงานเช่นเคย 

            “สวัสดีครับพี่มณี  ขอบคุณครับที่ทำหน้าที่มือปราบมอดไม้ได้อย่างดีเยี่ยม ผมจะพยายามตามจับรถคอกหมูโดยสารคันนี้มาลงโทษให้ได้ “

            หมวดมองดูหมายเลขทะเบียนรถแล้วยิ้มไม่หุบ  มณีและคณะลากลับเหมือนเคย

            “ไปกินข้าวต่อ” พอรถจอดนิ่งที่ใต้ต้นมะขามข้างร้านป้าแอ๊ว ทุกคนลงไปมองหาจานข้าว แต่ไร้ร่องรอย ป้าแอ๊วเดินตุ๊ต๊ะมาหาแล้วบอก

            “ป้าก็คิดว่าคงไม่กลับมาแล้ว แต่ก็จดไว้แล้วนะว่าค่าข้าวแกงเมื่อเช้าเท่าไร” ป้าพูดเสร็จก็หัวเราะร่วน อารมณ์ดี

            “ป้า เอามาอีกที คราวนี้มีอะไรแค่ไหน ยกมาได้เต็มที่เลย  เอาพวกเราช่วยป้าตักและเสิร์ฟด้วย หิวจนตาลายแล้ว” 

            บำเหน็จคนทำงานปราบปรามมาอย่างหนัก นั่งกินข้าวแกงใต้ต้นมะขามข้างทาง  แต่หมวดที่รับคดีเมื่อครู่ น่าจะได้นั่งกินในห้องหรูที่โรงแรมในตัวเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ

           “เลี้ยงดูปูเสื่อเต็มที่ แถมเงินติดกระเป๋า” 

            นี่ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่ “ตีงูให้กากิน” หลังอาหารที่กินกันจนอิ่มหนำสำราญ  ไม่มีเสียงพูดคุยกันต่อ  สมชายทำหน้าที่สารถีได้ดีเช่นเคย ประเสริฐนั่งนิ่ง มณีเหม่อลอยไปกับความคิดติดปีก  คณะพรรคหลังกระบะนั่งจับโรบาร์รถปกติ  ท่าทีเหนื่อยอ่อนกันไปหมด 

            พอรถจอดที่ทำการ  ส่วน  สา  ทวี  สวัสดิ์  กระโดดลงแล้วช่วยกันขนไม้ของกลางเข้าที่เก็บรักษา  ไม้สักแปรรูปหน้ากว้างขนาด 1 นิ้ว ยาวแผ่นละ 3 เมตร ต้นสักต้องใหญ่มากกว่าคนโอบ  แต่พอขนไม้ลงเสร็จ ทุกคนทำท่าจะเดินทางกลับบ้านพักใครบ้านพักมัน แต่เสียงแจ๊นดังขึ้นด้วยอารมณ์

            “หายไปหมดทั้งคืน  ไปตรวจทีท้องกันมาอีกละซินี่  หัวหน้านี่พาผัวฉันเสียคนเสียแล้วมั้ง” นางใบเมียส่วนแหวใส่ มณียืนนิ่งมองด้วยสายตายิ้มๆ

            “เออใช่ไปตรวจที่ท้องโว๊ย “

            พูดเสร็จมณีเดินหัวเราะจากไป แต่นางใบหน้าบึ้ง อารมณ์เสียหันไปตบส่วนเปรี้ยง วงแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง งานหนักแล้วยังถูกเมียเข้าใจผิดอีก ฮ่วย

Tags : tiger line Forester life.เสือกลิ่นสาบ

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view